วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ต้นทุนการระดมเงินลดเร็ว”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้น บริษัท เงินติดล้อ หรือ TIDLOR คาดว่ากำไรใน 3Q68F จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+1% QoQ +33% YoY), +20% ในงวด 9M68F
เราคิดว่ากำไรของ TIDLOR จะเติบโตสูงที่สุดใน 3Q68 จากฐานที่ต่ำใน 3Q67 เพราะ credit cost ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 4% ในขณะที่เราใช้สมมติฐาน credit cost ใน 3Q68F ที่ประมาณ 2.7% in 3Q25F (เท่ากับใน 2Q68) ทั้งนี้ เราการที่เราใช้สมมติฐานว่า credit cost จะทรงตัว QoQ สะท้อนถึง NPL ที่ทรงตัวติดต่อกันมา 3 ไตรมาสแล้ว นอกจากนี้ เรายังใช้สมมติฐานว่าสินเชื่อจะขยายตัว 1% QoQ และ 4% YoY และ ใช้สมมติฐานว่า spread สินเชื่อจะเพิ่มขึ้น 20bps QoQ เพราะต้นทุนการระดมเงินลดลง
ต้นทุนการระดมเงินลดลงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้
TIDLOR เพิ่งออกหุ้นกู้โดยมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (coupon) ต่ำมาก (หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตรา coupon เพียง 2.7% ซึ่งต่ำกว่าหุ้นกู้ที่ออกประมาณปลายปี 2567 ที่มีอัตรา coupon 3.5% โดย coupon ที่ 2.7% ต่ำกว่าต้นทุนการระดมเงินในปัจจุบันของบริษัทที่ 3.5% ทั้งนี้ จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง และ ใช้ต้นทุนของหุ้นกู้ใหม่มาทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบอายุใน 2H68-1H69 เราคิดว่าต้นทุนการระดมเงินของ TIDLOR จะต่ำกว่าสมมติฐานปี 2568F/2569F ของเราที่ 3.2%/2.6% ทั้งนี้ TRIS ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของ TIDLOR เป็น A+ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง จะทำให้กำไรมีอัพไซด์มากกว่าที่คาด
เนื่องจากผลขาดทุนจากธุรกิจรถบรรทุกผ่านจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่กลางปี 2567 และ NPL เริ่มนิ่งขึ้น YTD เราจึงคิดว่าต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าที่ถูกบันทึกผ่านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานน่าจะมีแนวโน้มลดลงในปี 2568-2569 ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่า 1.2 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 376 ล้านบาทในปีก่อนหน้า) ซึ่งทำให้สัดส่วน C/I เพิ่มขึ้นมาเป็น 56% ซึ่ง ณ ระดับนี้ เราใช้สมมติฐานสัดส่วน C/I ปี 2568F/2569F ที่ 56%/55%
ปรับเพิ่มกำไรปี 2568F/2569F 4%/5%, ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 24.20 บาท และ แนะนำซื้อ
จากความคาดหมายเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานใน 3Q68F และ ความคาดหมายว่ากำไรในงวด 9M68F จะคิดเป็นประมาณ 82% ของประมาณการกำไรเต็มปี เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568F/2569F ขึ้นอีก 4%/5% เพื่อสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงมาอยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท/1.24 หมื่นล้านบาทในปี 2568F/2569F (จากเดิม 1.17 หมื่นล้านบาท/1.27 หมื่นล้านบาท)
ในขณะเดียวกัน เรายังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2568F/2569F ที่ 5%/7%, ต้นทุนการระดมเงินที่ 3.2%/2.6% และ credit cost ที่ 2.8%/2.8% ทั้งนี้ เมื่อใช้ PE ที่ 12.5x ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 24.2 บาท (จาก 22.7 บาท) ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
ปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจหดตัวส่งผลให้หนี้เสียและคชจ.สำรองฯเพิ่ม
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี