วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับภาวะ Government Shutdown ที่ลากยาวต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์สัญญาณล่าสุดจากทำเนียบขาวและวุฒิสภาเริ่มชี้ว่า “รัฐบาลกำลังเตรียมเปิดทำงานตามปกติอีกครั้ง” หรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าReopening Signal ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางสภาพคล่องโลก (Global Liquidity)และตลาดการเงินเสี่ยงสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีในเชิงประวัติศาสตร์ ภาวะ Government Shutdown
มักสร้างผลกระทบด้านลบต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน เพราะภาครัฐสหรัฐฯซึ่งถือเป็นตัวกลางการใช้จ่ายและการจ้างงานอันดับต้นๆ ของโลก ไม่สามารถขับเคลื่อนงบประมาณสวัสดิการและบริการสาธารณะตามปกติได้ส่งผลให้เม็ดเงินถูกดึงกลับเข้าสู่รัฐบาลชั่วคราวและทำให้การหมุนเวียนในระบบการเงินช้าลงทันที
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าสำหรับตลาดคริปโต คือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก Shutdown จบลงเสมอในรอบ 3 ครั้งที่สำคัญที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลสหรัฐกลับมาเปิดทำงานราคาบิตคอยน์ตามหลังด้วยการพุ่งแรงแบบเหนือความคาดหมาย
• ครั้งแรก BTC ดีดขึ้นกว่า +300%
• อีกครั้งดีดแรงถึง +700% ภายในไม่กี่เดือน
ตอกย้ำความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่าง“สภาพคล่องที่ถูกปล่อยกลับเข้าระบบ” กับ “ราคาสินทรัพย์เสี่ยง”โดยเฉพาะบิตคอยน์ซึ่งตอบสนองต่อสภาพคล่องเร็วกว่าตลาดหุ้นในหลายช่วงเวลา
แต่ในรอบนี้ สถานการณ์กลับซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา เพราะค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งแรง ความไม่แน่นอนทางการเมืองสูงและกองทุน ETF ที่เป็นเจ้าของ BTC จำนวนมหาศาลมีบทบาทมากขึ้นกว่าทุกยุคทำให้การเคลื่อนตัวของบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเส้นตรงเหมือนในอดีตอีกต่อไป
M2 ฟื้นตัว แต่ราคา Bitcoin ยังไม่ตอบสนองตามทฤษฎี
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่นักวิเคราะห์จับตามองคือ Global M2 Liquidity หรือปริมาณสภาพคล่องรวมทั่วโลกซึ่งล่าสุดกำลังเริ่มฟื้นขึ้นอีกครั้งหลังชะลอตัวช่วง Shutdown โดยปกติแล้ว Bitcoin มีความสัมพันธ์กับ M2 ในระดับที่สูงมากในเชิงสถิติ — หลายปีที่ผ่านมา correlation สูงกว่า 85–90% มาโดยตลอด แต่รอบนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือ :
• M2 กำลังขึ้น
• แต่ราคา BTC ยังไม่ตาม
• ช่องว่างของ correlation เริ่ม “กว้างผิดปกติ”
ภาวะแบบนี้ในอดีตมักเป็นสัญญาณว่า ราคามักจะกลับมาปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพคล่องในที่สุด ไม่ว่าจะขึ้นหรือปรับฐานก่อนกลับขึ้นก็ตาม คำถามคือ…รอบนี้จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? เป็นจุดกลับตัวรอบใหม่ หรือเป็น Bull Trap ก่อนขาลงใหญ่?
แม้ว่าสัญญาณจากมหภาคจะเริ่มดูดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ตลาดต้องจับตา:
1. ETF Flow ยังคงผันผวน บางวันมีแรงขายออก 200–800 ล้านดอลลาร์
2. แรงขายจาก Bitcoin holders รุ่นเก่า ที่ถือมานานเริ่มเพิ่มขึ้น
3. ตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่ชัดเจน ทำให้ Fed ยังไม่สามารถส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยได้ชัดเจน
4. สงคราม–การเมืองโลกยังตึงเครียด ส่งผลต่อเงินไหลเข้าทรัพย์สินเสี่ยง
ดังนั้น แม้ Shutdown จะจบ แต่ตลาดยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่ารอบนี้จะเป็นจุดเริ่มขาขึ้นใหม่หรือแค่การดีดตัวระยะสั้นก่อนปรับฐาน
ผลต่อไทย : บาทอ่อน–เงินไหลเข้า Emerging Assets
ในเวลาเดียวกันประเทศไทยเองกำลังรับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศมีแรงจูงใจมากขึ้นในการไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาครวมถึงตลาดดิจิทัลแอสเซ็ตในประเทศ ซึ่งผู้เล่นรายใหม่และรายใหญ่เริ่มมองเห็นโอกาสในการเข้ามาเก็งกำไรหรือสะสมสินทรัพย์ระยะยาว แม้บรรยากาศทั่วโลกยังไม่สดใสเต็มที่ก็ตาม
นายทุนสถาบันจากต่างประเทศจำนวนมากกำลังจับตามองสินทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะตลาดคริปโตไทยซึ่งมีโครงสร้างกฎหมายชัดเจนและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ : Bitcoin หลุดระดับ 90,000 ดอลลาร์ แม้ประวัติศาสตร์จะบอกว่า Bitcoin ชอบพุ่งหลัง Shutdown แต่“รอบนี้ไม่ใช่รอบปกติ” เพราะราคา BTC ล่าสุดหลุดระดับ 90,000 ดอลลาร์ลงมาซึ่งถือเป็นโซนรับสำคัญตามโครงสร้างตลาดเชิงเทคนิคและเชิงสถิติ
การหลุดระดับนี้มีความหมายสำคัญ 3 ประการ :
1. โมเดลสถิติจากอดีตอาจใช้ไม่ได้ 100% อีกต่อไปเพราะโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปโดยมี ETF และสถาบันเป็นตัวขับเคลื่อน
2. มีโอกาสเกิดแรงขายต่อเนื่องจากการตัดขาดทุนเชิงระบบ เช่น CTA, Quant Funds และ Risk-Parity Model
3. ความเสี่ยงเกิด Bull Trap มีมากขึ้น แม้ M2 จะฟื้นและ Shutdown จะจบ แต่หาก demand จาก ETF ไม่กลับมา ราคายังมีสิทธิ์อ่อนต่อได้
กล่าวคือ ประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยทุกครั้ง ตลาดคริปโตยุค 2025 ถูกกำหนดโดยปัจจัยใหม่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในทุกรอบราคาหลัง Halving นั่นทำให้ปีนี้เป็นปีที่นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ประมาทกับสถิติในอดีต และต้องบริหารความเสี่ยงสูงกว่าปกติในช่วงที่ความไม่แน่นอนทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงครับ
ดร.กร พูนศิริวงศ์

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี