วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
“กำไร 4Q68F อ่อนแอ”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เผย วันที่ 28 ม.ค. เราคาดว่า บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จะเผยขาดทุนสุทธิ 4Q68F ราว 2.1 พันล้านบาท (แย่ลงจากขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาท ใน 3Q68 และ 512 ล้านบาท ใน 4Q67) จาก spreads ปิโตรเคมีที่อ่อนแอและค่าใช้จ่าย (คชจ.) พิเศษต่างๆสูงขึ้น แต่หากตัดขาดทุนทางบัญชีจากการยุติธุรกิจแพลตฟอร์ม NocNoc (1.8 พันล้านบาท) และขาดทุนสต็อก 400 ล้านบาท ออกไป ก็จะเหลือกำไรหลักต่ำเพียง 100 ล้านบาท (-87% QoQ และพลิกจากกำไร 1.6 พันล้านบาท ใน 4Q67) การที่กำไรหลักแย่ลง QoQ จะมาจากผลงานธุรกิจเคมีภัณฑ์และปูนซีเมนต์อ่อนตัวลง แต่ช่วยชดเชยบางส่วนจากเงินปันผลรับของ Toyota และ Kubota (ซึ่งปกติรับรู้ใน 2Q และ 4Q) บวกกับผลงานธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น ส่วนกำไรที่ฟื้นตัว YoY จะเป็นเพราะ คชจ. SG&A ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและธุรกิจบรรจุภัณฑ์กับปูนซีเมนต์ดีขึ้น ประเด็นการขายประเภทเงินลงทุนใน PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) ลงเหลือ 20% จาก 30.57% คาดว่าจะเกิดขึ้นราวกลางปี 2569
i) ธุรกิจเคมีภัณฑ์ คาดว่าจะอ่อนตัวลง QoQ จาก spread เคมีภัณฑ์ที่แย่ลง แต่ยังได้แรงหนุนบางส่วนจากการไม่มี คชจ. ตอนเริ่มต้นของโรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP ที่เวียดนาม) ราว US$10 ล้าน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปเมื่อ 20 ส.ค.68 ขณะที่ HDPE spread อยู่ที่ US$308/ton (-7% QoQ และ -3% YoY) และ PP spread อยู่ที่ US$260/ton (-13% QoQ และ -21% YoY) โดยที่ LSP อยู่ในช่วงการเพิ่มกำลังการผลิตที่ใช้เวลานานกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่วน spread ของโรงงาน LSP ที่ US$50/ton (ต่ำกว่าราคาตลาด) เป็นเพราะผลิตภัณฑ์มาตรฐานเกรดทั่วไปและมีการแข่งขันในตลาดสูง
ii) กำไรธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์สีเขียว น่าจะลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น YoY ผลจากราคาขายสูงขึ้นที่ 400 บาท/ตัน ณ 1 มี.ค.68
iii) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ น่าจะออกมาดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้าจาก margin ที่สูงขึ้นตามต้นทุนกระดาษรีไซเคิลที่ต่ำลงสวนทางกับราคาขายที่สูงขึ้น โดยที่ เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวดี QoQ และการพุ่งขึ้นแรง YoY จากฐานต่ำ
ขณะนี้ Bloomberg consensus ให้คำแนะนำ SCC ที่ : ซื้อ/ถือ/ขาย ในสัดส่วน 27%/42%/31% (สัดส่วนไม่เปลี่ยนแปลง) โดยประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ราว 208.38 บาท/หุ้น การที่ราคาหุ้น SCC ปรับขึ้น 7% YTD และเทรดที่ค่าเฉลี่ย 5 ปี ในอดีตของ EV/EBITDA และ P/BV ระดับ -1.7SD และ -1SD ตามลำดับ สะท้อนถึงราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งน่าจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาได้ นอกจากนี้วัฏจักรปิโตรเคมียังคงถูกกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกินเชิงโครงสร้าง แม้ว่าการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ปี 2569F จะชะลอลงเหลือ 14 ล้านตัน จากมากกว่า 20 ล้านตัน ในปี 2568F ภายใต้ความไม่แน่นอนของ GDP สูงขึ้น โดยในเบื้องต้น เราจึงคาดกำไรหลัก 1Q69F จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY จากการไม่มีเงินปันผลรับและ spread เคมีภัณฑ์ที่ยังอ่อนแอ ซึ่งจะมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวกเชิงฤดูกาลที่ดีของธุรกิจปูนซีเมนต์
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน
ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก
พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60
'พี่คนดี'ร่ายกลอน 'เราภูมิใจ ความเป็นไทย ที่ไม่เท้ง'
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี