วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“เอทานอลเป็นตัวหลักช่วยหนุนกำไร”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิของ บมจ.บีบีจีไอ (BBGI) ใน 4Q68F จะอยู่ที่ 74 ล้านบาท (+9% YoY, -21% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมเพิ่มขึ้น YoY เป็น 6.1% จาก 3.8% ใน 4Q67 ตามอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่ดี หลังจากที่ margin ของธุรกิจเอทานอลติดลบใน 4Q67 ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ เป็นเพราะเราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านบาท (+39% QoQ) ซึ่งตามปกติแล้วค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี นอกจากนี้เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลจะลดลงเล็กน้อย QoQ เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไบโอดีเซลของ BBGI จะลดลง QoQ เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ของไทย แม้ว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 86 ล้านลิตร (+8% QoQ) เพราะได้อานิสงส์จากช่วง high season ของการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเราคาดว่าปริมาณยอดขายเอทานอลของบริษัทจะลดลง 21% QoQ เป็น 65 ล้านลิตร ตามแผนการผลิตของผู้บริหาร แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลของ BBGI จะดีขึ้น QoQ เพราะราคาขายเอทานอลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 19.8 บาท/ลิตร จากอุปสงค์ในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F/2569F ลง 13%/12%
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F ลง 13% เป็น 256 ล้านบาท และปี 2569F ลง 12% เป็น 325 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลลดลง จากการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของไทยภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมของ BBGI ในปี 2568F ลงจาก 5.0% เป็น 4.8% และในปี 2569F จาก 5.1% เป็น 4.9% นอกจากนี้เรายังปรับลดสมมติฐานปริมาณยอดขายเอทานอลปี 2568F ลงจากเดิม 7% เป็น 260 ล้านลิตร หลังจากที่บริษัทรายงานปริมาณยอดขายเอทานอลในงวด 9M68 ที่ 196 ล้านลิตร และผู้บริหารคาดว่ายอดขายใน 4Q68 จะอยู่ที่ 65 ล้านลิตร นอกจากนี้ เรายังคงสมมติฐานยอดขายเอทานอลปี 2569F ไว้ที่ 285 ล้านลิตร
Valuation & action
เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 3.40 บาท จากเดิม 3.80 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไร แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำซื้อ BBGI เนื่องจากคาดว่ากำไรในปี 2569F จะโต 27% YoY เพราะได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามผลผลิตอ้อยในไทยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ (ซึ่งน่าจะบ่งชี้ถึงต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลที่ลดลง) นอกจากนี้เรายังคาดว่าโครงการ SAF กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตร/วัน ซึ่ง BBGI และ Bangchak Corporation (BCP.BK/BCP TB) ถือหุ้น 20% และ 80% ตามลำดับ จะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงกลางปี 2569F
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

'สุชาดา' อดีต เลขานุการ รมว.ดีอี ป้อง 'ศุภจี' ไม่ได้สื่อสารผิดกรณี E-Document
ณัฐพงษ์ ปลุก 8 ก.พ. กา 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้
ยศชนัน ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ทำให้ไทยยืนสง่า บนเวทีโลกในยุคเทคโนโลยี
โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน
อภิสิทธิ์ประกาศลั่น! กลับมารอบนี้เพื่อชนะ ขออาสาพาประเทศออก 5 จุดตาย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี