วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
“เอทานอลเป็นตัวหลักช่วยหนุนกำไร”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิของ บมจ.บีบีจีไอ (BBGI) ใน 4Q68F จะอยู่ที่ 74 ล้านบาท (+9% YoY, -21% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมเพิ่มขึ้น YoY เป็น 6.1% จาก 3.8% ใน 4Q67 ตามอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่ดี หลังจากที่ margin ของธุรกิจเอทานอลติดลบใน 4Q67 ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ เป็นเพราะเราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านบาท (+39% QoQ) ซึ่งตามปกติแล้วค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี นอกจากนี้เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลจะลดลงเล็กน้อย QoQ เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไบโอดีเซลของ BBGI จะลดลง QoQ เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ของไทย แม้ว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 86 ล้านลิตร (+8% QoQ) เพราะได้อานิสงส์จากช่วง high season ของการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเราคาดว่าปริมาณยอดขายเอทานอลของบริษัทจะลดลง 21% QoQ เป็น 65 ล้านลิตร ตามแผนการผลิตของผู้บริหาร แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลของ BBGI จะดีขึ้น QoQ เพราะราคาขายเอทานอลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 19.8 บาท/ลิตร จากอุปสงค์ในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F/2569F ลง 13%/12%
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F ลง 13% เป็น 256 ล้านบาท และปี 2569F ลง 12% เป็น 325 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลลดลง จากการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของไทยภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมของ BBGI ในปี 2568F ลงจาก 5.0% เป็น 4.8% และในปี 2569F จาก 5.1% เป็น 4.9% นอกจากนี้เรายังปรับลดสมมติฐานปริมาณยอดขายเอทานอลปี 2568F ลงจากเดิม 7% เป็น 260 ล้านลิตร หลังจากที่บริษัทรายงานปริมาณยอดขายเอทานอลในงวด 9M68 ที่ 196 ล้านลิตร และผู้บริหารคาดว่ายอดขายใน 4Q68 จะอยู่ที่ 65 ล้านลิตร นอกจากนี้ เรายังคงสมมติฐานยอดขายเอทานอลปี 2569F ไว้ที่ 285 ล้านลิตร
Valuation & action
เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 3.40 บาท จากเดิม 3.80 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไร แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำซื้อ BBGI เนื่องจากคาดว่ากำไรในปี 2569F จะโต 27% YoY เพราะได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามผลผลิตอ้อยในไทยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ (ซึ่งน่าจะบ่งชี้ถึงต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลที่ลดลง) นอกจากนี้เรายังคาดว่าโครงการ SAF กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตร/วัน ซึ่ง BBGI และ Bangchak Corporation (BCP.BK/BCP TB) ถือหุ้น 20% และ 80% ตามลำดับ จะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงกลางปี 2569F
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี