วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“คุณภาพสินทรัพย์เป็นแรงกดดัน”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาด บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) กำไรใน 1Q69F จะอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (-4% QoQ, +9% YoY)
ประมาณการของเราอิงจากสมมุติฐานว่าสินเชื่อขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงที่ 1% QoQ และ 10% YoY, margin เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนการระดมเงิน (COF) ลดลง, และ credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% (จาก 2.7% ใน 4Q68 และ 2.6% ในปี 2568) ทั้งนี้ประมาณการกำไรใน 1Q69F คิดเป็นประมาณ 26% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
มีโครงสร้างลูกค้ากลุ่มอ่อนไหวกับราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ อยู่สูงในพอร์ต
เราคิดว่าราคาน้ำมันที่แพงจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อลูกหนี้ของ MTC และคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท เพราะลูกค้าเกินครึ่งอยู่ในระดับล่างในภาคเกษตร ทั้งนี้เราคาดว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้สายโซ่อุปทานภาคเกษตรสะดุด และทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าเกษตรหลายชินดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราเชื่อว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร และ พ่อค้ารายย่อยที่เป็นฐานลูกค้าหลักของกลุ่ม non-bank
จำเป็นต้องดูแลคุณภาพสินทรัพย์เพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch ไว้ที่ A-
MTC อยู่ในตำแหน่งที่เปราะบางท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยส่วนรองรับหนี้เสียอ่อนแอลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา หลังช่วงที่ COVID ผ่านไปในปี 2566 โดยสัดส่วน NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 2.6% จาก <2.0% ในปี 2565 ในขณะที่สัดส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 140% จากเกือบ 200% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ในช่วงที่ COVID ระบาด และช่วงหลังจากนั้น NPLs เพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้บริษัทต้องเพิ่ม credit cost เป็น >3.5% ในช่วงปี 2566-2567 ก่อนที่จะกลับลงมาอยู่ที่ 2.5% ในปี 2568 ซึ่งเมื่อมองไปข้างหน้า เราคิดว่าสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมากจะทำให้ GDP ปี 2569F หดตัวลง ซึ่งจะกดดันMTC ความสามารถของ MTC ในการรักษาตัวชี้วัดคุณภาพสินทรัพย์ และต้องเพิ่มสัดส่วนสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับหนี้เสีย เพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch Ratings ไว้ที่ A- ซึ่งหากมีการปรับลดอันดับเครดิตลงอาจจะทำให้ต้นทุนการระดมเงินของ MTC พุ่งสูงขึ้นได้
คงคำแนะนำขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 26.50 บาท
เรามองลบกับ MTC เพราะมีการปล่อยกู้ในปริมาณสูงให้กับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในภาคเกษตร และพ่อค้ารายย่อย ซึ่งอ่อนไหวอย่างมากกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ในขณะที่อุตสาหกรรมอิ่มตัวแล้ว แต่ MTC ยังมียอดหนี้สูง โดยสัดส่วน D/E >3x ทำให้ต้องเน้นบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจำกัดความสามารถในการจ่ายเงินปันผลเพื่อชดเชยผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และหนุนราคาหุ้น ซึ่งการจะปลดล็อกกับดักการลงทุนดังกล่าว MTC จำเป็นต้องลดภาระหนี้ให้ได้ ซึ่งเราคาดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย” โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 26.5 บาท อิงจาก PE ที่ 8.5x
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

‘วุฒิภูมิ’หลานสุริยะ ยันไม่ขอเกี่ยวข้องความขัดแย้ง วอนยุติการพาดพิง มุ่งหน้าทำงานสร้างสรรค์
อิหร่านเดินเกมรุก 'อับบาส อารักชี' ต่อสายตรงถก 6 ชาติ ส่งสัญญาณพยายามยุติสงคราม
ฤาขยะใต้พรมจะถูกรื้อ? หมอพรทิพย์ ฟาดระบบวิ่งเต้น-โกงงบฯ โยงดรามาโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง
แผ่นดินไหวขนาด 5.6 เขย่าไต้หวัน จุดศูนย์กลางใกล้เมืองอี๋หลาน ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เผยข้อมูลการขุดค้น พบกลองมโหระทึกใบแรกของเพชรบุรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี