วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น
ผลประกอบการ 2Q69 แข็งแกร่งตามคาด
กำไรสุทธิของ KTB ใน 2Q69 อยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท (-2.5% QoQ +9% YoY) ดีกว่า consensus % แต่เป็นไปตามประมาณการของเรา กำไรที่ลดลงเล็กน้อย QoQ สะท้อนถึงกำไร FVTPL ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการด้อยค่า & credit cost ที่ลดลง ทั้งนี้กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านบาท (+8%) คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
สินเชื่อโตจากภาครัฐ ในขณะที่ NIM ลดลงเล็กน้อย
สินเชื่อรวมขยายตัว 1% QoQ และ 3.6% YTD โดยหลักๆ มาจากสินเชื่อภาครัฐ (22% ของสินเชื่อรวม) ซึ่งขยายตัว 2% QoQ และ 13% YTD) และสินเชื่อจดจำทอง (20% ของสินเชื่อรวม) ซึ่งขยายตัว 2% QoQ และ 6% YoY ถึงแม้ว่าธนาคารจะขยายสินเชื่อภาครัฐเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารบริหาร yield โดยรวม และ margin ได้ดีขึ้น จึงลดลงเพียง 3bps QoQ และ 15bps YTD สำหรับในระยะต่อไป เราคาดว่า NIM น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q69 และจะทยอยขยับเพิ่มขึ้นใน 2H69 ตามโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อจากการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนของบริษัทขนาดใหญ่
รายได้ค่าธรรมเนียมโตช้าลงใน 2Q69
รายได้ค่าธรรมเนียมของ KTB มีแนวโน้มโตช้าลงใน 2Q69 และรายได้ที่เป็นเม็ดเงินทรงตัวมาสามไตรมาสแล้ว โดยไม่เพิ่มขึ้นเลย QoQ แต่ เพิ่มขึ้น 10% YoY ใน 2Q69 และเพิ่มขึ้น 12% ในงวด 1H69 ทั้งนี้การเติบโตมาจากค่าธรรมเนียม wealth management เช่นเดียวกับหลายไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับในระยะต่อไป รายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะยังถูกกดดันใน 3Q69 เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำให้ลดค่าธรรมเนียมลงอีก
ยังคงค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ไว้ที่ระดับต่ำได้
NPL มีแนวโน้มทรงตัวโดยไม่เพิ่มขึ้นเลย QoQ และเพิ่มขึ้น 1% YoY ดังนั้นธนาคารจึงลด credit cost ลง 10bps QoQ เป็น 1% (จาก 1.1% ใน 1Q69 และ 1.2% ใน 2Q68) ทั้งนี้ credit cost ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงสะท้อนถึงการมีส่วนรองรับหนี้เสียที่แข็งแกร่ง และไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มอีกหลังจากที่ NPL coverage อยู่ที่ระดับสูงกว่า 200% (204-205% ใน 1Q69 และ 2Q69 จากประมาณ 190% ใน 1H68)
ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 48 บาท และแนะนำ “ซื้อ”
เนื่องจากกำไรสุทธิในงวด 1H69 คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณกำไรในช่วงสองปีนี้เอาไว้เท่าเดิม เรา re-rate PBV เป็น 1.3x (จาก 1.1x) และ ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือน ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 48 บาท (จากเดิม 39 บาท) และคงคำแนะนำ “ซื้อ” เรามองว่าหุ้น KTB สมควรมีพรีเมี่ยม เพราะคาดว่า ROE จะเร่งตัวขึ้นเป็น 11%, คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัวได้ดี และสามารถเกาะกุมโอกาสในการขยายสินเชื่อภายใต้วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

อิตาลีรับไม้ต่อไทย โซเชียลแฉเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ ใช้งบประกันสังคมเที่ยว
ถนอม สวนกลับ อภิสิทธิ์ หลังติงปมลดค่าการกลั่นน้อย เหน็บ ถ้าทำได้อย่าง เอกนัฏ จะยอมกลับไปเลือกอีกครั้ง
พบศพอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย เสียชีวิตปริศนาคาห้องนอน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด
สธ. แจงแอปฯ หมอพร้อม ทำงานปกติ ปมข้อมูลการรักษาไม่ตรง
มาแล้ว!! ผลเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด อย่างไม่เป็นทางการ เศกสิทธิ์ นายกเก่าชนะขาด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี