วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
ได้เห็นคลิปที่มีคนถ่ายมาด้วยโทรศัพท์มือถือ และแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง 2 คลิปติดๆ กัน
คลิปแรกเป็นทหารเขมรเดินถืออาวุธครบมือเข้ามาในเขตแดนไทย และมีของหนักอย่างอาร์พีจีพกติดตัวมาด้วย ท่าทางก็กร่างมาก ทหารไทยเข้าไปเจรจา เกือบจะต้องงัดของมาใส่กันตูมตาม แต่ก็จบลงโดยทหารเขมรถอยออกไป
อีกคลิปเป็นนักท่องเที่ยวเขมรขึ้นมาที่ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ พยายามแสดงสัญลักษณ์ควายๆตามชื่อปราสาทจนนักท่องเที่ยวไทยเกือบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ทหารไทยที่อยู่
ตรงนั้นก็เลยต้องมาเล่นบทเข้ม บอกนักท่องเที่ยวเขมรว่าจะเที่ยวก็ต้องมีกฎกติกา
ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าทั้งสองกรณีนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ หรือเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เป็นความตั้งใจจะกวนอวัยวะใส่รองเท้าของฝ่ายไทย หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่า “กวนตีน” เพื่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง และนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอต่อนานาประเทศ
สิ่งที่น่าสงสัยคือ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อมีความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา ทำไมเราจึงปล่อยให้นักท่องเที่ยวเขมรเข้ามาที่ปราสาทตาควาย และปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ทุ่มเถียงที่พร้อมจะบานปลายกันแบบนี้
ในเมื่อปิดด่านตามแนวชายแดนทั้งหมดแล้ว ทำไมจึงให้มีคนเขมรเข้ามาที่ปราสาทตาควายอีก? เป็นนโยบายของรัฐบาลหรือจากฝ่ายทหาร? ใครเป็นคนได้ประโยชน์ และประโยชน์ที่ได้สักเท่าไหร่กัน?
สองเหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เขียนมาหลายครั้ง แต่คราวนี้จะไม่ใช่แค่บอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น อยากมาเชิญชวนทุกคนเป็น“นักสำรวจ” ใช้สื่อโซเชียลช่วยกันกระจาย เพราะเราไม่แน่ใจว่าจะพึ่งพาเจ้าหน้าที่รัฐอีกต่อไปได้ ตั้งแต่ระดับตำรวจท้องที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จนถึงกระทรวงการต่างประเทศ
ใครอยู่ในพื้นที่ไหนก็เป็นนักสำรวจในพื้นที่นั้น โดยไม่ต้องแสดงออกจนผิดแผกจากวิถีชีวิตส่วนตัว หรือใช้เวลาจนเสียการเสียงาน
คนในจังหวัดเล็กๆ ที่เห็นว่า มีฝรั่งผิวขาวเข้ามาปักหลักในจังหวัดของตนมากขึ้น ดูแล้วไม่น่าใช่นักท่องเที่ยวที่มาวันสองวันแล้วก็ไป ว่างๆ ก็ตามไปดูสักหน่อยว่า คนเหล่านั้นมาทำอะไร ถูกส่งมาเพื่อเปิดทางให้พืชพรรณตัดต่อพันธุกรรมได้มาครอบงำเกษตรกรไทยหรือเปล่า หรือมาเป็นนักสอนศาสนาที่ยัดไส้อะไรบางอย่าง
จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีคนต่างชาติมาตั้งตนเป็นมาเฟียเพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือฟอกเงินหรือไม่ อย่างเช่น พัทยามีหมู่บ้านของชาวรัสเซีย, เดนมาร์ก, นอร์เวย์ ฯลฯ ภูเก็ตมีกลุ่มก้อนของพวกแขกอินเดีย, ปากีสถาน ฯลฯ อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน มีชุมชนของยิวจากอิสราเอล, กรุงเทพฯและปริมณฑลเต็มไปด้วยอาณาจักรของจีนเทา, พม่า และเขมร
อยู่ตามที่ต่างๆ มีอะไรที่เข้าหูเข้าตานักสำรวจแบบเราๆ บ้าง
เหตุที่ผมอยากให้เราช่วยกันเป็นนักสำรวจ เพราะประเทศไทยดูง่ายเกินไปสำหรับคนต่างชาติที่เข้ามาทำกิจกรรมโน่นนั่นนี่ ซึ่งมีทั้งถูกและผิดกฎหมาย กลายเป็นสวรรค์ของมิจฉาชีพ และเป็นที่เดินสวนสนามของสายลับจากชาติมหาอำนาจ ไม่ว่าจะในรูปแบบของเอ็นจีโอ หรือเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ เพราะการไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในพื้นที่และระดับกระทรวง ผ่านการพิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วนว่า พึ่งพาอาศัยลำบาก
เอาง่ายๆ สถานกงสุลอเมริกันที่สร้างในเชียงใหม่ ถึงวันนี้ประชาชนไทยทั่วไปยังไม่รู้เลยว่า ทำไมถึงใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้านบาท มันจะทำให้ประเทศนี้มั่นคงขึ้น หรือนำความหายนะมาให้
การทำตัวเป็นนักสำรวจชาวบ้านแบบพวกเราไม่ถึงขนาดเป็นนักสืบเพื่อจะรู้ว่า ชาวต่างชาติที่มาอยู่ในบ้านเราทำอะไรผิดกฎหมายบ้างถ้าสืบเสาะขนาดนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเอง เอาแค่สิ่งที่เห็นด้วยสายตา แล้วนำมาบอกเล่าผ่านโซเชียลมีเดียว่า พื้นที่นี้มีชาวต่างชาติเยอะ และเชื่อว่าคนพื้นที่จะดูออกว่า ใครเป็นนักท่องเที่ยวแบบขาจร หรืออยู่ประจำ ไม่ใช่โรงแรมม่านรูดที่แยกแยะยากว่า ชั่วคราวหรือค้างคืน
ประเทศในแอฟริกา, เอเชียใต้, อเมริกาใต้ หรือตะวันออกกลาง ที่ล่มสลายไปแล้ว หรือใกล้จะล่มสลายเป็น failed state ก็เพราะไม่รู้สึกผิดปกติ หรือ “เอ๊ะ!” กับสิ่งที่ผ่านมาเกือบทุกเมื่อเชื่อวัน และต้องไม่ลืมว่าถ้าประเทศไทยเป็นรัฐที่ล้มเหลว จะมีคนแค่5 เปอร์เซ็นต์ที่มีทางไป
ทิวา สาระจูฑะ

คุณแหน : 13 มกราคม 2569
จากรุ่นสู่รุ่น! หนูน้อยวัย10ปี สืบทอดมโนราห์ตัวอ่อน เรียกรอยยิ้ม-สร้างรายได้เสริม
ยาย77ปีเสียชีวิตคาบ้านพัก สุนัขดุเฝ้าศพไม่ห่าง กู้ภัยต้องโดดหนีกระเจิง
ร้อนแรงต่อเนื่อง! เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสท่าเซ็กซี่แฟนคลับใจละลาย
‘ยะใส’สวน‘รมต.กัมพูชา’ ควรบอกชาวเขมรว่า‘ไม่มีฮุนเซน ไม่มีสงคราม’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี