วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เหลืออีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งกันแล้วข้อสังเกตส่วนตัวของผมคือ การเลือกตั้งใหญ่พ.ศ. 2569 คราวนี้ กองเชียร์ของพรรคการเมืองต่างๆ สำแดงบทบาทกันมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา (แถวบ้านเรียก “ออกอาการ”) ยิ่งใกล้เข้ามา แต่ละฝ่ายก็ยิ่งโหมหนักให้พรรคที่ตนเชียร์ เหมือนรถซิ่งออกล้อฟรีไม่แตะเบรก ถ้าไม่เที่ยวไปชนดะ ก็พลิกคว่ำคะมำหงายไปเอง
ดูพฤติกรรมของหัวคะแนนจิตอาสาเหล่านี้แล้วสนุกดี เหมือนดูหนังดูละคร บ้างหาเหตุผลมาสนับสนุน บ้างก็แก้ต่างความผิดให้ บ้างแถกแถไปแบบไม่เอาเหตุเอาผล เหมือนคนเป็นไบโพลาร์ บางคนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง เกรี้ยวกราดเอากับกองเชียร์พรรคอื่นๆ ราวกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่ตนเชียร์เหล่านั้นเป็นบุพการีอันแตะต้องมิได้
ส่วนนักการเมืองและผู้ช่วยหาเสียงทั้งหลายก็ไม่ต้องห่วง มีทั้งโกหกพกลมในสิ่งที่ไม่มีวันทำได้, ยกหางตัวเองว่าเลอเลิศ ดูถูกเหยียดหยามพรรคคู่แข่ง, แอบอ้างผลงานของคนอื่น,
พลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีนก็มี ฯลฯ
ผมเคยเขียนวิธีคัดกรองส่วนตัวไปครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้มาถึงโค้งสุดท้าย ทั้งจากกระแสที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย, การหาเสียงตามพื้นที่ต่างๆ และโพลจากหลายสำนัก ภาพก็ชัดขึ้นโดยไม่ต้องย้อนกลับไปดูที่ตัวเองเขียนไว้
พรรคหลักๆที่คาดกันว่าจะได้คะแนนเสียงมากเป็นกอบเป็นกำคงหนีไม่พ้น 3 พรรคนี้ : พรรคเพื่อไทย (หมายเลข 9), พรรคภูมิใจไทย (37) และ พรรคประชาชน (46)
ทั้งสามเป็นพรรคใหญ่, ทุนหนา, มีข่าวคราวที่สร้างกระแสอยู่ได้เป็นระยะ และมีฐานเสียงเหนียวแน่นเปลี่ยนแปลงยาก สำหรับผู้ชมชอบดื่มสุราและมีปลาหมึกแห้งปิ้งบดเป็นกับแกล้มสามพรรคนั้นก็เหมือนปลาหมึกปิ้งแถวบนสุด ตัวใหญ่ แพงหน่อย ถัดมาเป็นแถว 2 พวกสามตัวร้อย เท่าที่ผมประเมินเองส่วนตัวก็น่าจะเป็น พรรคประชาธิปัตย์ (27) และ พรรคกล้าธรรม (42)
พรรคแรกมีแฟนคลับผู้จงรักภักดีอยู่ในจำนวนที่มากพอสมควร ประกอบกับชื่อเสียงเก่าๆ ในฐานะพรรคการเมืองที่อายุยืนยาวที่สุด และการได้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมานำพรรคอีกครั้งแม้จะยังใช้วิธีเดิมๆ แต่ก็เชื่อว่าจะดึงคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นกว่าหัวหน้าพรรคคนก่อน
ส่วนพรรคกล้าธรรม ถึงผู้คนในสังคมส่วนหนึ่งยังข้องใจกับอดีตชุบแป้งทอดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำพรรค แต่ก็จะไปประมาทวิธีหาเสียงแบบเดินลึกไม่ได้ และพรรคนี้ก็ได้นักการเมืองมีชื่อเสียงหลายคนเข้ามาร่วม
ถัดมาก็เป็นพวกที่จัดอยู่แถว 3 อย่าง ปลาหมึกประเภทสี่ตัวร้อย ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ (6) โดยการนำของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, พรรคพลังประชารัฐ (43) ที่มีตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรค, พรรคไทยสร้างไทย (48) ซึ่งมีนักการเมืองดัง อย่าง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์, โภคินพลกุล, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ฯลฯ และ พรรคไทยก้าวใหม่(49) ที่มี สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช เป็นแกนนำ
กองเชียร์ 4 พรรคนี้อาจจะโกรธก็ได้ที่ผมจัดให้อยู่แถว 3 และอาจจะหงุดหงิดตามฝ่าเท้า ถ้าผมจะประเมินให้ได้ที่นั่งเต็มที่แค่ 10 ถึง 10 ต้นๆ เท่านั้น
พรรครวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังประชารัฐถูกสร้างขึ้นมาแบบเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุน ลุงตู่ และ ลุงป้อม(ตามลำดับ) คราวที่แล้วก็แย่งคะแนนกันเองจนยับเยิน แม้ตอนนี้ยังมีฐานเสียงอยู่ แต่คงลดลงไปเยอะ ส่วน พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคไทยก้าวหน้า คงพอจะได้เสียงจากแฟนคลับที่ติดตามมาจากพรรคเก่าบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ผู้นำพรรคไม่มีแรงดึงดูดระดับสูง แค่ทำให้ตัวเองอยู่ในร่องในรอยยังเหนื่อย
จากนี้เป็นแถวปลาหมึกปิ้งห้าตัวร้อย พรรคที่มีคนดังทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ก็คงเป็นพรรคต่ำสิบหรือต่ำห้า (หมายถึงว่าถ้าได้ที่นั่งมาบ้าง) ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ (11) ที่มี พล.อ.รังษี
กิติญาณทรัพย์ ซึ่งมาดังในช่วงการปะทะไทย-เขมร แต่ก็สร้างความเคลือบแคลงและหาคำตอบสมเหตุสมผลไม่ได้ เพราะแคนดิเดตนายกฯดันไปอยู่บัญชีรายชื่ออันดับ 10
นอกนั้นก็มี พรรคเสรีรวมไทย (12) ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, พรรคไทยภักดี (29) โดย วรงค์เดชกิจวิกรม, พรรครักชาติ (35) ที่นำโดย เจษฎ์ โทณะวณิกกับ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และ พรรคประชาชาติ (33) โดยการนำของ ทวี สอดส่อง กับ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งฐานเสียงอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป คู่แข่งมากขึ้น ขณะที่ พรรคพลวัต (7) โดยกัณวีร์ สืบแสง คราวที่แล้วอยู่พรรคเป็นธรรม ได้มา 1 ที่นั่ง คราวนี้ไม่รู้จะได้มาหรือเปล่า
และสองพรรคใหม่ที่ดูจากความถี่ในการปักป้ายหาเสียงตามที่ต่างๆ ถือว่ามีทุนพอใช้ได้ คือ พรรคปวงชนชาวไทย (23) ของ เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล จากตระกูลค้าเหล็กใหญ่ เจ้าตัวเคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯและเป็นอดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคโอกาสใหม่ (44) ที่นำโดย จตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ในยุคนายกฯ แพทองธาร
พวกห้าตัวร้อยนี่ ก่อนลงสมัครก็น่าจะคำนวณไว้แล้วว่า ถ้าได้คะแนนพรรคสักสองสามแสน หัวหน้าพรรคคงจะติดเข้าไปในสภาสัก 1 ที่นั่ง อารมณ์เหมือนแทงไฮโลเสี่ยงโชค
ในการเลือกตั้งทุกครั้ง จะมีพรรคที่ก่อตั้งโดยนักการเมืองรุ่นเก๋า (ที่ผู้คนลืมเลือนไปมากแล้ว) มาลงสมัครด้วย นัยว่าพอได้ยินเสียงปี่กลองแล้วเกิดอาการคันคะเยอ คราวนี้ก็มีหลายพรรค อย่าง พรรควิชชั่นใหม่ (24) ของ พิเชษฐสถิรชวาล, พรรคพลังธรรมใหม่ (38) โดย ระวี มาศฉมาดล,พรรคความหวังใหม่ (54) ของ ชิงชัย มงคลธรรม และ พรรคเพื่อบ้านเมือง (56) ของ ประสพ บุษราคัม ซึ่งคงจะไม่ได้เลยสักที่นั่ง
ส่วน พรรคทางเลือกใหม่ (10) ที่ออกหน้าโดย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ถ้าได้มาสักที่นั่งก็ต้องบอกว่า พอกันทั้งผู้สมัครและคนเลือก
พรรคอื่นๆ ที่เหลือ บางพรรคเหมือนส่งผู้สมัครเพื่อหล่อเลี้ยงชื่อพรรคเอาไว้ รอคนมาเซ้งต่อ และบางทีอาจจะเป็นพรรคที่ถูกตั้งขึ้นใหม่เพื่อมารองรับการถูกยุบพรรคของพรรคใดพรรคหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้
หลังจากผมดูภาพกว้างๆ แล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร การเลือกตั้งคราวนี้ก็คงไม่ทำให้การเมืองบ้านเราเปลี่ยนแปลง ตราบใดที่ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงยังเป็นพวก“รู้ว่าเลวก็จะเลือก” และไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
ทิวา สาระจูฑะ

เกรียงยศ-ทินกร-สมเกียรติ ผนึกกำลังภท. ลั่นกลองรบปักธงชัยมีนบุรี-หนองจอก!
ซ้อมใหญ่งานเกียรติยศทหารกล้า ขนทัพศิลปินเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยฯ
สุวินัย ชำแหละ ไอซ์ ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ อวัยวะ ที่พรรคส้มใช้ปั่นกระแสโกรธแค้น
ชูวิทย์ แฉยับนิทานนางฟ้า ปากบอกช่วยผู้ประกันตน แต่บอร์ดตัวเองโหวตขึ้นเงินสมทบ 875 บาท
ปู กนกวรรณ เคลื่อนไหว! ตกใจ น้องปราย ลูกสาวโทรหาถี่มาก เล่าหมดทุกเรื่องในชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี