วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เลือกตั้งใหญ่ของประเทศไทยผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ถึงตอนนี้ยังนับไม่ครบ100 เปอร์เซ็นต์ และการตั้งรัฐบาลก็ยังอยู่ระหว่างเจรจากัน อย่างที่ผมเคยบอก ขั้นตอนนี้ไม่มีประชาชนอย่างพวกเราอยู่ในสมการ เป็นเรื่องของพวกพี่ๆ เขาต่อรองเก้าอี้กระทรวงกัน
มาดูตัวเลขสนุกๆ กันดีกว่า
ครั้งนี้จากที่ลงทะเบียน 52,922,923 คน แต่มีผู้ใช้สิทธิ 65.17% (ลดลง 10.47 จุด) ถึงตอนที่ผมเขียนต้นฉบับ (วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์) นับคะแนนไปแล้ว 94% ยังไม่เรียบร้อยทั้งหมด ถือว่ายังไม่เป็นทางการ แต่โดยรวมไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก
เอาที่ผลการลงคะแนนประชามติกันก่อน จากการตั้งคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่?” ผลลัพธ์ออกมาเป็น - เห็นชอบ 58.2%, ไม่เห็นชอบ 30.8% และงดออกเสียง 8.4% ซึ่งจะต้องไปว่ากันในสภา ยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่ถ้าไปถึงจุดการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ รับประกันได้ว่าจะตีกันบนถนนแน่นอน
การเลือกตั้ง 2569 มีพรรคที่ส่งคนลงสมัครทั้งหมด 57 พรรค แต่ที่ได้รับเลือก 22 พรรค ไม่ถึงครึ่ง อย่างที่เคยบอกว่า มีทั้งพวกเสพติดการเมือง, หาแสง และนักเสี่ยงโชค ทำให้มีพรรคที่ไม่ได้มาเลยสักที่นั่งอยู่มากถึง 35 พรรค
ในบรรดาพรรคที่ไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียวก็มีพรรคเก่าแก่ อย่าง พรรคประชากรไทย, พรรคความหวังใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่รวมอยู่ด้วย เช่นเดียวกับพรรคที่มีคนดังๆ และดูเหมือนจะมีกระแสอยู่บ้าง อย่าง พรรคไทยก้าวใหม่ (สุชัชวีร์ สุวรรณสวิสดิ์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช), พรรครักชาติ (เจษฎ์ โทณะวณิก, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) และ พรรคพลวัต (กัณวีร์ สืบแสง)
ในจำนวนนี้มีพรรคชื่อฝรั่ง คือ พรรคฟิวชั่น, พรรคกรีน และ พรรควิชชั่นไทย (อันนี้ลูกครึ่ง)คนที่เลือกพรรคพวกนี้ไม่รู้ว่าเอาฮา หรือชอบฟังเพลงอัลเทอร์เนทีฟ พอมานั่งดูพรรคที่ได้เสียงมา 2 อันดับท้ายแล้วก็ขำดี คือ พรรครักษ์ธรรม (สส.เขต 184 พรรค 0) และ พรรครวมพลัง (สส.เขต 111 พรรค 0)คาดว่าจะรวมญาติพี่น้องและคนแถวบ้านที่รู้จักแล้ว
ทีนี้ มาดูพรรคที่ได้คนเข้าสภาบ้าง มีพรรคต่ำสิบอยู่ถึง 17 พรรค คือ พรรคที่ได้ 1 ที่นั่งอยู่ถึง 10 พรรค, 2 ที่นั่ง 3 พรรค, 3 ที่นั่ง 1 พรรค, 5 ที่นั่ง 2 พรรค และ 6 ที่นั่ง 1 พรรค ภาษาบ้านๆ เรียกว่า“เบี้ยหัวแตก” แต่ในทางการเมือง อาจจะก่อให้เกิดขบวนการแจกกล้วยเพื่อความอิ่มหนำสำราญ
ถ้าพูดกันตามทฤษฎีการเมือง พรรคการเมืองก็ถือว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ ไม่ผิดแปลกอะไรที่จะมีความหลากหลาย แต่หากเทียบกับจำนวนประชากรและขนาดของพื้นที่ประเทศ การมีพรรคการเมืองแบบล้นเกิน ไม่ได้แสดงว่าประเทศไทยเรามีองศาประชาธิปไตยสูงลิ่วจนอวดนานาชาติได้ บางทีมันอาจจะเป็นความด้อยพัฒนาชนิดหนึ่งก็เป็นได้
ส่วนพรรคหลักๆ มีอยู่ 5 พรรค เริ่มจากอันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย ได้มา 193 ที่นั่ง บวก 122 จากการเลือกตั้ง 2566 นักวิเคราะห์ทั้งหลายให้ความเห็นคล้ายกันว่า ความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ มาจากผลงานที่ปรากฏจากทีมนักบริหารคนนอก, กระแสรักชาติอันเป็นผลมาจากปัญหาชายแดนไทย-เขมร, การควบรวมบรรดาบ้านใหญ่ และบุคลิกของผู้นำพรรค
อันดับ 2 พรรคประชาชน คราวนี้ได้มา 118 ที่นั่งลดลงไป 33 ที่นั่ง ทำเอากองเชียร์หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาปริ่มว่าจะขาดใจ ทั้งๆ ที่เมื่อมองย้อนไปตอนตั้ง พรรคอนาคตใหม่ ลงเลือกตั้งครั้งแรกก็ได้ไปถึง 81 ที่นั่งต่อมาในปี 2566 ได้เพิ่มมาเป็น 151 แต่อาจเป็นเพราะคราวที่แล้วเป็นอันดับ 1 และครั้งนี้ก็เป็นพรรคที่นำมาตลอดในโพลล์ต่างๆ จึงทำใจไม่ได้
อันดับ 3 ต่างหากที่หนักกว่า พรรคเพื่อไทย เข้ามา74 ที่นั่ง ลดลงมากถึง 67 ที่นั่งจากคราวก่อน เจ้าของพรรคที่น่าเชื่อว่าบัญชาการออกมาจากเรือนจำ อาจจะหาหงส์ไทยกระปุกใหญ่มาดม และร้องเพลง “Let It Be” วนไป
พรรคอันดับ 4 พรรคกล้าธรรม กลายเป็นม้ามืดและตัวแปรสำคัญในการตั้งรัฐบาล ได้มา 58 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคใหม่ แต่มีสส.กลุ่ม ร้อยเอกธรรมนัส โยกย้ายออกมาจาก พรรคพลังประชารัฐ จำนวนหนึ่ง จึงถือว่าคราวนี้บวกเพิ่ม 32 ที่นั่ง นี่อาจจะเป็นโมเดลของการเดินการเมืองทางลึก ไม่สนใจการดีเบตบนหน้าสื่อ
แต่พรรคที่ชำนาญการดีเบต พรรคประชาธิปัตย์ เข้าอันดับ 5 ได้มา 22 ที่นั่ง แม้จะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคที่เป็นขวัญใจกองเชียร์ ด้วยความหวังจะกลับมาปลุกความยิ่งใหญ่ให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แต่ถ้าเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ลดลงไปอีก 3 ที่นั่ง สอบถามพรรคพวกที่เคยเป็นแฟนพันธุ์แท้ แต่ถอยห่างออกมา ได้สั้นๆ มา 2 คำ คือ “รำคาญ” กับ “หมั่นไส้”จึงได้พบความจริงทางการเมืองอย่างหนึ่งคือ อย่าประมาทอารมณ์เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เป็นอันขาด
แน่นอนว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่ฝุ่นคลุ้งอยู่ตอนนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับ 5 พรรคหลักนี้ ส่วนพรรคต่ำสิบก็คงเป็นพวกยังไงก็ได้ แต่ร่วมรัฐบาลจะดีกว่า มีเครื่องมือและแรงหนุนให้สร้างผลงาน เผื่องวดหน้าจะได้เสียงเพิ่ม
คราวนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก เขียนเบาๆ ปล่อยให้พวกกูรูผีเจาะปากเขาออกมาวิเคราะห์วิจารณ์ทางทีวีกันไป ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็แค่รอให้ฝุ่นจาง เดี๋ยวภาพก็ชัดเอง เพราะจะไปเครียดกับการจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องของเราอยู่แล้ว จะไปตีโพยตีพายให้ดูน่าเวทนาไปทำไม เมื่อรักประชาธิปไตยกันนักก็อย่าบ่น
ทิวา สาระจูฑะ

มทบ.22 ติดยศร้อยตรี ให้ ภรรยา พล.ต.ธนกฤต ทหารกล้าพลีชีพ เข้ารับราชการทดแทน
หมวย อริสรา ซาบซึ้งใจ หนุ่ม กรรชัย ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหลักแสนให้ในวันเกิด
อดีตบิ๊ก ศรภ. วิเคราะห์ 3 เหตุผลหลัก ทำไมหลายประเทศพยายามทวง ระบอบกษัตริย์ กลับมาอีกครั้ง
บุกรังเน็ตเถื่อนแม่สาย ยึดอุปกรณ์ยิงสัญญาณข้ามโขง โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ฟิลิปปินส์ช็อก อดีตรองมิสเอิร์ธถูกลอบยิงเสียชีวิต ขณะอยู่ในรถที่จอดหน้าบ้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี