วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อสัตว์เลี้ยงผสมพันธุ์และมีการตั้งท้องเกิดขึ้น หลายคนสงสัยว่าจำเป็นจะต้องไปฝากท้องเหมือนในคนหรือไม่ วันนี้ผมมีข้อมูลจาก ผศ.น.สพ.ดร.ศุภวิวัธน์พงษ์เลาหพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากครับ
สุนัขและแมวมีการฝากท้องด้วยหรือ?
การฝากท้อง ถือเป็นการดูแลสุขภาพแม่และลูกตั้งแต่ “เริ่มตั้งท้อง” ไปจนถึงระยะ “ก่อนคลอด” ตลอดจนจัดเป็นการวางแผนการคลอดอีกด้วย
ในปัจจุบันการเลี้ยงสุนัขและแมวอย่างใกล้ชิด จนมองว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเลยทีเดียว ซึ่งมีการให้ความเอาใจใส่ต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตมาก
เมื่อกำลังจะมีสมาชิกในบ้านเพิ่ม จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม หรือบางครั้งอาจแค่สงสัยว่าสัตว์เลี้ยงของเราท้องหรือไม่ การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำ เนื่องจากจะทำให้เราทราบว่าสัตว์เลี้ยงของเราตั้งท้องหรือไม่ เพื่อที่เจ้าของจะได้เตรียมตัวเองและเตรียมตัวสัตว์ด้วย
สุนัขและแมวตั้งท้องนานเท่าไหร่?
สุนัขและแมวจะตั้งท้องจะนานประมาณ 9 สัปดาห์ หรือประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นกว่าในคนมาก ดังนั้น การดูแลระหว่างการตั้งท้องอาจจะไม่ได้มีรายละเอียดยุ่งยากมากเท่าในคน
การฝากท้องนิยมทำในกรณีใด?
การฝากท้องมักจะทำในกรณีที่แม่สุนัขหรือแม่แมวบางตัวมีภาวะเสี่ยงของการตั้งท้องสูง (high risk pregnancy) หรือกรณีที่เจ้าของมีความคาดหวังสูงที่จะได้ลูกสัตว์ที่แข็งแรงครบทุกตัวเมื่อคลอด เช่น เป็นแม่พันธุ์ที่ประกวด หรือเป็นแม่พันธุ์ที่เป็นตัวที่ผสมติดยากมาก่อน สัตว์เลี้ยงกลุ่มเหล่านี้นั้นเจ้าของจะนิยมเข้าโปรแกรมการฝากท้องกับสัตวแพทย์
การฝากท้องมีข้อดีอย่างไร?
ข้อดีของการฝากท้องในสัตว์มีดังนี้
1. ทำให้เราทราบจำนวนลูกในท้อง ช่วยวางแผนการดูแลระหว่างท้องและคลอด
2. เราสามารถติดตามความสมบูรณ์และพัฒนาการของลูก รวมถึงทราบและการป้องกันอันตรายหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะท้องที่มีภาวะเสี่ยง เช่น แม่สัตว์เคยมีประวัติการแท้งมาก่อน แม่สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือความเสี่ยงที่มาจากความผิดปกติของลูกในท้อง
แม้ว่าความผิดปกติแต่กำเนิดหลายชนิดจะไม่สามารถแก้ไขหรือรักษาได้ แต่การทราบว่าลูกสัตว์สมบูรณ์หรือไม่ตั้งแต่ยังไม่คลอดที่จากการตรวจด้วยการทำอัลตราซาวนด์ จะช่วยให้เจ้าของได้เตรียมใจและวางแผนการดูแลแม่และลูกร่วมกับสัตวแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
3. ช่วยทำนายวันคลอด เนื่องจากสุนัขและแมวบอกเราไม่ได้ว่าใกล้คลอดรึยัง หรือมีลูกกี่ตัว เมื่อเจ้าของทราบประมาณวันคลอดและจำนวนลูกในท้องที่ชัดเจน ก็จะได้มีการเตรียมตัวดูแลแม่และลูกในระหว่างคลอดและหลังคลอดได้ดีขึ้นซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากการที่ลูกสัตว์ตายได้ โดยเฉพาะหากเกิดภาวะคลอดยาก หรือคลอดไม่ออก
ภาวะเสี่ยงของการตั้งท้องคืออะไร?
ภาวะเสี่ยงของการตั้งท้อง เป็นภาวะที่อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วย หรือตายได้ในแม่และ/หรือลูกสัตว์ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแล
ตัวอย่างของภาวะเสี่ยงดังกล่าวได้แก่
- สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการคลอดยาก เช่น French bulldog ปักกิ่ง
- แม่สัตว์มีความผิดปกติของกระดูกเชิงกราน
- แม่สัตว์เคยมีประวัติแท้งหรือผสมไม่ติดมาก่อน
- มีจำนวนลูกมากเกินไป เช่น แม่สุนัขชิวาวา ที่ตั้งท้องลูก 6 ตัว หรือมีลูกเพียงตัวเดียวจนทำให้ลูกในมดลูกตัวโตมาก
- แม่สัตว์สุขภาพไม่แข็งแรง เช่น โรคพยาธิเม็ดเลือดที่ติดจากเห็บ
- แม่สัตว์ได้รับการฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิด (progestins) ระหว่างตั้งท้อง จะทำให้ไม่สามารถคลอดได้และเกิดภาวะลูกตายในท้อง
เราจะทราบได้อย่างไรว่าสัตว์ตั้งท้อง?
หลังผสมสุนัขและแมวอาจจะตั้งท้องหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น การตกไข่ คุณภาพน้ำเชื้อ หรือความผิดปกติอื่นๆ ดังนั้น การสังเกตพฤติกรรมขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น อ้วนขึ้น เต้านมขยาย การมีน้ำนม ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าท้องหรือไม่ท้อง จึงควรไปพบสัตวแพทย์ ซึ่งการตรวจท้องทำได้โดย
1. การคลำตรวจท้อง ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 4 ของการตั้งท้อง
2. การทำอัลตราซาวนด์ ซึ่งเป็นวิธีที่ตรวจยืนยันการท้องได้เร็วที่สุด คือ ประมาณ14-16 วันหลังผสมในแมว และ 18-20 วันหลังตกไข่ในสุนัข นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทำนายวันคลอด ประเมินความสมบูรณ์หรือความผิดปกติของตัวอ่อน และประมาณจำนวนลูกในท้องได้ แนะนำให้พาไปอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจท้องในช่วง 4 สัปดาห์หลังผสม
3. การเอกซเรย์ช่องท้อง สามารถยืนยันการตั้งท้องได้ตั้งแต่ประมาณ 45 วันหลังผสม โดยจะเห็นกระดูกลูกในภาพถ่ายเอกซเรย์ ซึ่งสามารถช่วยประมาณอายุตัวอ่อนและนับจำนวนลูกได้อย่างแม่นยำในการตั้งท้องระยะท้ายด้วย
4. การตรวจโดยชุดตรวจฮอร์โมนรีแลกซินในเลือด สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 21-25 วันหลังตกไข่ วิธีนี้สามารถยืนยันการท้องได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่ไม่สามารถบอกจำนวนลูกในท้อง หรือทำนายวันคลอดได้
ในปัจจุบัน การทำอัลตราซาวนด์เป็นวิธีการตรวจท้องสุนัขและแมวที่ได้รับความนิยมที่สุด เมื่อเจ้าของทราบว่าสัตว์ท้องแล้ว มักจะถามคุณหมอว่า แล้วต้องพามาตรวจอีกเมื่อไร? ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในการดูแล ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีโรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งเริ่มมีโปรแกรมฝากท้องสำหรับสุนัขและแมวอย่างเป็นกิจลักษณะมากขึ้น
ปัญหาที่พบระหว่างสุนัขและแมวตั้งท้องมีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว เรามักไม่พบปัญหามากนัก เพราะสุนัขและแมวมีระยะตั้งท้องเพียงแค่ 9 สัปดาห์ ถ้าไม่ใช่การตั้งท้องที่มีภาวะเสี่ยง ทั้งนี้ ปัญหาที่อาจพบได้แก่ การมีเลือดออกจากอวัยวะเพศระหว่างตั้งท้อง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งผิดปกติเจ้าของควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสูติสัตวแพทย์ทันที การที่เต้านมไม่ขยายใหญ่และอาจไม่มีนมให้ลูกกิน รวมถึงการเกิดความผิดปกติของลูกในท้อง เป็นต้น
สัปดาห์หน้าเรามาคุยกันถึงคำถามที่พบได้บ่อยในขณะสุนัขตั้งท้องรวมถึงคำแนะนำในการดูแลสุนัขตั้งท้องกันครับ
หมอโอห์ม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ และฝ่ายประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ
ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
ด่วน!หมายจับนักการเมืองดังอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เครือข่ายเว็บพนัน ตร.ไซเบอร์ จ่อแถลงพรุ่งนี้
ระดับโลกของจริง ลิซ่า เปิดแคมเปญแรกกับ NikeSKIMS ลุคนี้ละสายตาไม่ได้
อดีตเทศกิจปืนดุ ชวดประกันนอนคุก คดียิงวินจยย.รับจ้างดับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี