วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
การระบาดของโนโรไวรัส (norovirus) ในประเทศไทย
การระบาดของโนโรไวรัส (norovirus) ในประเทศไทยมีหลายครั้ง รายงานสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในปี พ.ศ. 2564 จนถึง 2567 พบว่า มีการระบาดทุกปี
ในฤดูฝนและหนาว (ในกราฟเป็น สีส้มและสีน้ำเงินเข้ม) และในสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น โรงเรียนและสถานที่ท่องเที่ยว รายงานผลการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันประจำปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 พบเชื้อ Norovirus GII ร้อยละ 34.52 รองลงมาคือ Rotavirus ร้อยละ 30.46 และ Sapovirus ร้อยละ13.20 และ Norovirus G1 ร้อยละ 3.05 ดังแสดงในกราฟข้างล่าง

ตัวอย่างของเหตุการณ์ที่มีการระบาดของเชื้อโนโรไวรัส
ในโรงเรียนที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2554 มีการระบาดที่เชื่อมโยงกับงานเลี้ยงอาหารที่จัดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนและผู้ปกครองประมาณ 100 คนป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น อาเจียนและท้องเสีย การสอบสวนพบว่าอาหารที่บริการในงานเลี้ยงมีการปนเปื้อนของโนโรไวรัส ซึ่งเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยในการเตรียมอาหาร โรงเรียนจึงถูกปิดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
เรือท่องเที่ยวสำราญ มีรายงานจนถึงเดือนธันวาคม 2567 ว่า เคยมีเกิดการระบาดของไวรัสโนโรบนเรือสำราญแล้วสามลำ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและสมาชิกในทีมหลายร้อยคน เรือเหล่านี้มีชื่อว่า Ruby Princess, Rotterdam และ Zuiderdam
ตัวอย่างที่เก็บส่งตรวจและวิธีการวินิจฉัยเชื้อโนโรไวรัสในห้องปฏิบัติการ
การเก็บตัวอย่างอุจจาระ แนะนำให้เก็บตัวอย่างอุจจาระในระยะเฉียบพลันของโรคในขณะที่อุจจาระยังเป็นของเหลวหรือกึ่งของเหลว หากสงสัยว่าอาหารหรือน้ำเป็นสาเหตุ ควรเก็บตัวอย่างให้เร็วที่สุดและเก็บในตู้เย็นทันทีหากยังไม่สามารถส่งตรวจได้ ที่แนะนำให้เก็บเนื้ออุจจาระเป็นตัวอย่างส่งตรวจพราะมีเชื้อไวรัสมากกว่า อย่างไรก็ตาม สามารถใช้การป้ายเก็บตัวอย่างจากทวารหนักและสิ่งของอาเจียนได้ หากเป็นการสอบสวนการระบาด ควรเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยอย่างน้อยห้ารายในระยะเฉียบพลันของการระบาดของโรค การตรวจถึงระดับจำแนกประเภทพันธุกรรมของไวรัสจะสามารถช่วยระบุแหล่งที่มาของเชื้อที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนหรือเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่
วิธีการวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการของการติดเชื้อโนโรไวรัสส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการตรวจหา RNA ของไวรัสหรือแอนติเจนของไวรัสในตัวอย่างอุจจาระด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
l การทำ RT-PCR เป็นวิธีการวินิจฉัยที่ใช้บ่อย โดยทั่วไปมีความไวมากกว่าการตรวจหาเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
l การตรวจด้วย EIA ทำได้รวดเร็วและมีราคาถูก แต่มีความไวและความจำเพาะต่ำ ทำให้มีอัตราผลลบเท็จสูง
l การตรวจหาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสได้ แต่ให้ผลลบเท็จได้
l การตรวจด้วย LAMP เป็นวิธีที่ง่ายซึ่งสามารถใช้ในห้องปฏิบัติการที่มีทรัพยากรจำกัด
l การตรวจด้วยเทคนิค REAL-TIME TaqMan และ SYBR Green ใช้ในการวัดปริมาณ DNA หรือ RNA เฉพาะและการแสดงออกของยีน
ส่วนวิธีการตรวจหาเชื้อที่ให้ผลเร็วภายใน 1-2 วัน สำหรับการตรวจในตัวอย่างอุจจาระของผู้ป่วย ได้แก่
l SD BIOLINE Norovirus
วิธีการทดสอบแบบอิมมูโนโครมาโทกราฟี สามารถตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโนโรไวรัสในตัวอย่างอุจจาระ ใช้ในการช่วยวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน วิธีนี้ได้ผลดีและสะดวกเป็นที่นิยมมาก
l Norovirus Rapid Test (Feces)
วิธีการทดสอบแบบอิมมูโนโครมาโทกราฟีเชิงคุณภาพ โดยใช้ โมโนโคลนอล แอนติบอดี เพื่อตรวจหาโนโรไวรัสในตัวอย่างอุจจาระ มีความแม่นยำร้อยละ 94.29 เมื่อเปรียบเทียบกับวิธี RT-PCR
l RIDA®QUICK Norovirus
วิธีการทดสอบแบบอิมมูโนโครมาโทกราฟีเชิงคุณภาพ สามารถตรวจหาโนโรไวรัสกลุ่มยีน 1 (GI) และกลุ่มยีน 2 (GII) ในตัวอย่างอุจจาระ
l Proflow™ Norovirus Test
วิธีการทดสอบแบบอิมมูโนแอสเซย์เมมเบรนใช้ครั้งเดียวสามารถตรวจหาแอนติเจนโนโรไวรัส GI และ GII ในตัวอย่างอุจจาระของมนุษย์
l การรักษาโรคติดเชื้อโนโรไวรัส
เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัส การรักษาจึงมีขั้นตอนหลักๆ แบบประคับประคองและป้องกันเชื้อแพร่กระจายดังนี้
1. ให้ดื่มสารน้ำเกลือแร่ หรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำหากขาดน้ำมาก เพื่อช่วยป้องกันการขาดน้ำ
2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น
3. ให้พักผ่อน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
4. กินอาหารที่ย่อยง่าย : เช่น ข้าวต้ม กล้วย หรือขนมปังแห้ง เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและเผ็ดเพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารระคายเคือง
5. ใช้ยาลดไข้แก้ปวดเท่าที่จำเป็น เพื่อบรรเทาอาการ เช่น พาราเซตามอล (acetaminophen)
6. ไม่แนะนำให้ใช้ยาระงับอาการอุจจาระร่วง เพราะทำให้ไวรัสอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น
7. ให้ดูแลสุขอนามัยของตน ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัส
8. ทำความสะอาดพื้นผิวหากมีการปนเปื้อนโดยใช้สารฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เช่น น้ำยาทำลายเชื้อที่มีคลอรีน
9. หากมีอาการอาเจียนต่อเนื่อง หรืออุจจาระร่วงอย่างรุนแรง จนมีอาการขาดน้ำ หน้ามืดจะเป็นลม หรือมีไข้สูง ควรไปพบแพทย์ทันที
การติดเชื้อโนโรไวรัสมักจะหายได้เองในระยะเวลา 1-3 วันแต่เนื่องจากเชื้อโนโรไวรัสมีการกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่สัมผัสกับไวรัสไม่พัฒนาภูมิคุ้มกันให้ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ได้และยังไม่มีการพัฒนาวัคซีนมาใช้ ผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนแล้ว จึงสามารถติดเชื้อโนโรไวรัสสายพันธุ์อื่นได้อีก ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น
วิธีการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโนโรไวรัสโดยเฉพาะในฤดูกาลที่มีการระบาดในฤดูฝนและฤดูหนาว
ให้ใช้การล้างมือและปรุงอาหารให้สุกดี ขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัสได้เนื่องจากเชื้อโนโวไวรัสมีการกลายพันธุ์ได้เร็วตามแบบฉบับไวรัส RNA การป้องกันจึงใช้แนวทางการดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ การใช้ช้อนกลางตักเมื่อแบ่งปันอาหาร การล้างมือบ่อยๆ สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ เชื้อโนโรไวรัสไม่มีเปลือกหุ้มตัวแต่มีโปรตีนหุ้มยีน (capsid) ที่ปกป้องสารพันธุกรรมของเชื้อ ทำให้ทนทานต่อแอลกอฮอล์ และยังทนทานต่ออุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ทำให้เชื้อสามารถอยู่บนมือมนุษย์ได้หลายชั่วโมงและบนพื้นผิวและอาหารได้นานหลายวัน วิธีการที่ใช้ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส มีดังนี้
1. ล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาด โดยใช้สบู่และน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 15 วินาที หลังจากใช้ห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กและก่อนเตรียมอาหารหรือรับประทานอาหาร อาจจะใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์ได้บ้าง แต่การล้างมือด้วยสบู่ถือเป็นวิธีมาตรฐานและดีที่สุด
2. หลีกเลี่ยงอาหารสด อาหารทะเลสด และเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด เนื่องจากไวรัสสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในน้ำเป็นเวลานาน
3. ล้างผลไม้และผักสดให้สะอาด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหอยนางรมหรืออาหารทะเลอื่นๆ ได้ปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
4. ทำความสะอาดพื้นผิวในห้องครัวด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีคลอรีนในขณะที่มีการระบาดหรือในพื้นที่ที่ปนเปื้อนอาหาร อาหารที่อาเจียน สิ่งคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อ
5. กำจัดขยะที่ปนเปื้อนอย่างระมัดระวัง โดยใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดและบรรจุขยะในถุงพลาสติก
6. แยกผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนด้วยอุจจาระทันที และล้างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือกำจัดอย่างเหมาะสม
7. ไม่ควรปรุงอาหารเองหากติดเชื้อ เนื่องจากไวรัสยังสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ถึง 3 วันหลังจากที่ไม่มีอาการแล้ว
8. ไม่ควรให้เด็กที่ติดเชื้อไปโรงเรียนหรือไปอยู่ในสถานพยาบาลเด็กเล็ก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสเพิ่มเติม
9. หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกสถานที่จนกว่าตนเองจะฟื้นตัวได้เต็มที่ ถึงแม้จะหายดีแล้วยังอาจจะพบเชื้อในอุจจาระได้นานถึง 1-2 สัปดาห์
ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อมร ลีลารัศมี

จับตาชะตากรรม‘เชลยศึกเขมร’หลังกลับสู่เงื้อมมือ‘ฮุน เซน’ จะเป็น‘ฮีโร่’หรือเข้า‘คุกทหาร’
‘ชาวนครพนม’ร่วมสวดมนต์ข้ามปี รับปีม้าทองคำ 2569 บริสุทธิ์ด้วยใจถวายพระราชกุศล
นักท่องเที่ยวแน่น‘มอหินขาว ชัยภูมิ’ส่งท้ายปีเก่าคึกคัก เคาท์ดาวน์สู่ปี2569
‘กองทัพภาคที่ 2’สรุปสถานการณ์ชายแดน‘สงบ แต่ยังไม่วางใจ’ กัมพูชาปรับปรุงที่มั่น ตุนเสบียง
รับแสงแรกของปี2569 บนจุดชมวิวเสม็ดนางชี สวยสุดฝั่งอันดามัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี