วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเสือจำนวนมากตาย โดยข่าวระบุว่าตายเพราะโรคไข้หัดสุนัข ดังนั้น วันนี้หมอจะเล่าเรื่องโรคไข้หัดสุนัขให้ฟัง เพื่อใช้เป็นข้อมูลป้องกันสัตว์เลี้ยงให้ห่างไกลโรคนี้
โรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper) เป็นโรคติดต่อเกิดจากไวรัส ที่อันตรายมากในทางสัตวแพทยศาสตร์ เพราะเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง ทำให้สัตว์ป่วยรุนแรงเฉียบพันในหลายระบบของร่างกาย และมีโอกาสเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในลูกสุนัข หรือสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Canine distemper virus อยู่ในสกุล Morbillivirus วงศ์ Paramyxoviridae เป็นกลุ่มเดียวกับไวรัสที่ก่อโรคหัดในคน และโรค rinderpest ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง ถ้าเปรียบเทียบกับอดีตจากหมอที่ลงตรวจโรคนี้ในกรุงเทพฯ พบว่าอัตราการพบโรคมีสัดส่วนลดลง เพราะเจ้าของพาสัตว์ไปรับวัคซีนอย่างเข้มงวด แต่ยังมีปัญหาในกลุ่มสุนัขจรจัด
โรคไข้หัดสุนัขพบได้ทั่วโลก และเป็นปัญหาสำคัญในเขตที่เลี้ยงสุนัขจำนวนมาก หรือมีสุนัขจรจัดมาก โดยเฉพาะในเขตที่ไม่ฉีดวัคซีนครอบคลุมเพียงพอ
สาเหตุของการเกิดโรค และลักษณะของเชื้อไข้หัดสุนัข เชื้อนี้มีความไวต่อความร้อน แสงแดด และสารฆ่าเชื้อทั่วไป จึงถูกำจัดง่าย แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อก็สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในเขตที่มีสัตว์อยู่รวมกันจำนวนมาก หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายสัตว์ เชื้อจะเริ่มในเนื้อเยื่อของระบบน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลือง และต่อมทอนซิล จากนั้นจะเข้าสู่กระแสเลือด (viremia) และแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบผิวหนัง ระบบประสาทส่วนกลางและ ระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อติดเชื้อทำให้เกิดภาวะกดภูมิคุ้มกัน (immunosuppression) ส่งผลให้สัตวเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในหลายอวัยวะ
การแพร่กระจายของโรค เนื่องจากเชื้อแพร่กระจายรวดเร็วได้หลายช่องทาง เช่น การสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ติดเชื้อ โดยรับเชื้อจากการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก น้ำตา หรือสารคัดหลั่งจากสัตว์ป่วย และเชื้อยังกระจายผ่านละอองฝอยในอากาศ จากการไอหรือจามของสัตว์ป่วย และการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ชามอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ หรือกรง
ระยะฟักตัวของโรค อยู่ที่ประมาณ 7–14 วัน หลังได้รับเชื้อ โดยในช่วงแรกของการติดเชื้อ สัตว์บางตัวอาจไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปยังสัตว์อื่นได้ นอกจากสุนัขแล้ว โรคนี้พบได้ในสัตว์กินเนื้อหลายชนิด เช่น สุนัขจิ้งจอก หมาป่า แรคคูน และเฟอร์เรต จึงถือเป็นแหล่งของโรคในธรรมชาติ
อาการของโรคไข้หัดสุนัขมีความหลากหลาย เนื่องจากไวรัสสามารถทำลายหลายระบบในร่างกายสัตว์ โดยอาการมักเกิดเป็นลำดับจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง อาการระยะเริ่มต้น มักพบอาการทั่วไป ได้แก่ มีไข้ ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร อาการที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจ เมื่อเชื้อแพร่กระจายไปยังระบบทางเดินหายใจ จะมีน้ำมูก ไอ ปอดอักเสบ สัตว์บางตัวอาจมีน้ำตาไหล หรือมีขี้ตา และเป็นหนอง เพราะติดเชื้อแทรกซ้อน
ส่วนอาการในระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้อาเจียน ท้องเสีย แต่หากมีอาการรุนแรงจะทำให้สัตว์เกิดภาวะขาดน้ำและอ่อนแรงอย่างมาก อาจพบลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า hard pad disease เป็นภาวะที่ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าและจมูกมีความหนาและแข็งผิดปกติ
อาการของระบบประสาท เมื่อไวรัสเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง จะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท ซึ่งมักพบในระยะท้ายของโรค เช่น ชัก กล้ามเนื้อกระตุกเป็นจังหวะ (myoclonus) เดินเซ ศีรษะเอียง อัมพาตบางส่วนหรือทั้งตัว แต่สุนัขบางตัวที่รอดชีวิตจากโรคอาจนี้ มีความผิดปกติทางระบบประสาทเรื้อรัง เช่น อาการชักหรือกล้ามเนื้อกระตุกอย่างถาวร
การวินิจฉัยโรคไข้หัดสุนัข ต้องอาศัยข้อมูลหลายด้านประกอบ ได้แก่ ประวัติการได้รับวัคซีน อาการทางคลินิก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้วยเทคนิค RT-PCR การตรวจหาแอนติเจนของไวรัสในตัวอย่างสารคัดหลั่ง การตรวจเลือด ซึ่งอาจพบภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia) ในบางกรณีอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจน้ำไขสันหลัง ในกรณีที่มีอาการทางระบบประสาท
การรักษา ปัจจุบันยังไม่มียากำจัดเชื้อ Canine distemper virus โดยตรง การรักษาจึงเน้นแบบประคับประคอง และการจัดการดูแลอาการต่าง ๆ ของสัตว์ป่วย เช่น ให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ให้ยาลดไข้ และยาลดอาการอาเจียน ให้ยาควบคุมอาการชักในสัตว์ที่มีอาการทางระบบประสาท และการดูแลโภชนาการและการพยาบาลอย่างใกล้ชิด
การพยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุสัตว์ ภูมิคุ้มกันสัตว์ และระยะการได้รับการรักษา การป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ พาไปฉีดวัคซีนสม่ำเสมอ เริ่มตั้งแต่ลูกสุนัขเมื่อมีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ แล้วฉีดกระตุ้นหลังจากเข็มแรกผ่านไป 4 สัปดาห์ แล้วฉีดเป็นประจำทุกปี หลังจากนั้นต้องฉีดกระตุ้นตามโปรแกรม
ความสำคัญของโรคระดับสังคม โรคนี้ถือเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่สำคัญ เนื่องจากจะมีการระบาดในพื้นที่ที่มีสัตว์จำนวนมาก แต่ย้ำว่าโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน แต่ก็ต้องควบคุมโรคให้ดี หมอจึงเน้นย้ำเสมอว่าการป้องกันจะดีกว่ารักษา ด้วยการพาสัตว์ไปรับวัคซีนตามกำหนด
น.สพ. นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
DSI ร่วมถก 10 หน่วยงาน วางกรอบป้องกัน ‘นอมินีอำพราง’ กดราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ
เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน
แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ
ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี