วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ มีข่าวจากองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต ๓ รายจากเหตุการณ์ต้องสงสัยว่าเป็นการระบาดของไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญที่กำลังล่องอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว ๑ ราย และกำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก ๕ ราย จึงมีผู้สอบถามมาว่า เชื้อตัวนี้ก่อโรคอะไร? เคยพบผู้ป่วยที่เป็นคนไทยในประเทศไทยไหม?
เชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่มีหนูเป็นพาหะและแพร่เชื้อสู่คนผ่านการสูดดมละอองฝอยแห้งที่มีเชื้อปนเปื้อนจากมูล ปัสสาวะหรือน้ำลายหนูและลอยอยู่ในอากาศ หรือสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะหรือมูลหนูโดยตรง หรือถูกหนูกัด การฟุ้งกระจายในอากาศจะเกิดจากการทำความสะอาดพื้นที่ในสถานที่ปิดเช่น กระท่อม, โรงนา หรือห้องเก็บของที่หนูอาศัยอยู่ เมื่อหายใจเอาละอองฝอยแห้งที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปในปอด จะมีระยะฟักตัวของโรคอยู่ระหว่าง ๘ ถึง ๓๕ วัน
อาการของโรคมี ๓ ระยะ ระยะแรกคือระยะบอกเหตุ (prodromal phase) ตามด้วยระยะที่ ๒ ซึ่งจะป่วยรุนแรงและมี ๒ แบบ คือ กลุ่มอาการปอดไวรัสฮันตา (Hantavirus Pulmonary Syndrome - HPS) และไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome - HFRS) หากไม่ถึงแก่กรรม จะเข้าสู่ระยะที่ ๓ คือระยะพักฟื้น
อาการในระยะบอกเหตุจะเริ่มด้วยไข้ ไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัวเหมือนไข้หวัดใหญ่ ระยะที่ ๒ ที่ป่วยรุนแรงสำหรับกลุ่มอาการปอดไวรัสฮันตาซึ่งพบบ่อยในทวีปอเมริกา จะมีอัตราการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย ชีพจรเต้นเร็ว อัตราตายสูงถึงร้อยละ ๔๐ ส่วนกลุ่มไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการไตพบมากในทวีปยุโรปและเอเชีย นอกจากมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ปวดหลังและช่องท้อง และมองเห็นภาพมัวแล้ว อาจมีความดันโลหิตต่ำ ช็อก และไตวายตามมาได้ หากป่วยรุนแรงมากจะเสียชีวิตในระยะที่ ๒ หากป่วยไม่รุนแรงจะเข้าสู่ระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นระยที่ผู้ป่วยฟื้นตัวของโรค อาการต่าง ๆ จะทุเลาและค่อย ๆ หายไป
กลุ่มอาการทางเดินหายใจจากไวรัสฮันตา (Hantavirus Pulmonary Syndrome - HPS) เกิดจากการสะสมของสารน้ำในเนื้อปอดซึ่งเป็นลักษณะเด่น โดยมีภาวะน้ำท่วมปอดที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจล้มเหลว (Non-cardiogenic Pulmonary Edema) แต่เกิดจากสารน้ำรั่วซึมผ่านผนังหลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้น สารน้ำนี้มีโปรตีนสูงจำนวนมากจะรั่วไหลออกนอกหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ช่องว่างระหว่างเซลล์ เกิดการสะสมน้ำในช่องว่างระหว่างเซลล์เนื้อปอดและหลอดเลือดฝอย (interstitial edema) และในที่สุดท่วมเข้าไปในถุงลม (alveolar edema) แล้วเข้าไปในโพรงเยื่อหุ้มปอดได้ด้วย (pleural effusions) โดยพบการอักเสบน้อยมากในเนื้อปอดและไม่ค่อยพบการตายของเซลล์เนื้อเยื่อปอดหรือเศษซากเซลล์ในปริมาณมากในถุงลม มีการแทรกซึมของเซลล์ลิมโฟไซต์ชนิดสร้างภูมิคุ้มกันเช่น atypical lymphocytes ในช่องว่างระหว่างเซลล์ ทั้งนี้เพราะเชื้อไวรัสฮันทามุ่งเป้าเข้าไปในเซลล์บุผนังหลอดเลือด (endothelial cells) ทำให้ผนังหลอดเลือด "รั่ว" โดยที่เซลล์เหล่านี้ไม่ได้ถูกทำลาย
เคยมีการสำรวจหนูในประเทศไทยพบว่าหนูใน ๒ จังหวัดเป็นพาหะของเชื้อไวรัสฮันตาและเชื้อมีสายพันธุ์ใกล้ชิดกับเชื้อไวรัสฮันตาในประเทศเกาหลี ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยชาวไทยอย่างน้อย ๒ รายเท่าที่ทราบ จึงพบโรคนี้ไม่บ่อย อาการอาจจะไม่รุนแรง ผู้ป่วยมักจะถูกวินิจฉัยเป็นโรคไข้เฉียบพลันที่ไม่ทราบสาเหตุ
พยาธิสภาพของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาที่ทำให้ปอดบวมน้ำ
ภาพจาก cleveland clinic ในภาวะน้ำท่วมปอด ภาพถ่ายรังสีทรวงอกในผู้ป่วยชายที่เกิดอาการรวดเร็วและรุนแรงใน ๒๔ ชั่วโมง
Edema fluid ในภาพคือน้ำท่วมเข้าไปในถุงลม ภาพจากบทตวามในวารสาร Boroja N, Barrie JR, Raymon GS. AJR 2002;178:159–163.
จากพยาธิกำเนิดทำให้ตรวจพบทางห้องปฏิบัติการในระยะแรกดังนี้
ในรายที่ป่วยรุนแรง จะพบภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอกมีจุดขาวกระจายทั่วปอดทั้งสองข้างที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว (rapidly progressive bilateral infiltrates) และมีภาวะน้ำคั่งในช่องว่างระหว่างถุงลม (interstitial edema) กับหลอดเลือดฝอยและน้ำท่วมเข้าไปในถุงลมได้ในเนื้อปอด
การตรวจเลือด complete blood count (CBC) พบความผิดปกติ ๔ ประการ (hematological tetrad) ดังนี้
จำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ (thrombocytopenia)
เลือดเข้มข้นขึ้น (hemoconcentration) มีค่าฮีมาโทคริตสูงขึ้น (Hct สูง) เนื่องจากมีการรั่วของสารน้ำจากเลือดเข้าไปอยู่ในเนื้อปอดและถุงลม
จำนวนเม็ดเลือดขาวสูงและพบเม็ดเลือดขาวชนิดเซลล์อ่อนในเลือด (leukocytosis with a left shift)
พบลิมโฟไซต์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะผิดปกติ (atypical lymphocytes) ซึ่งเป็นเซลล์กลุ่มสร้างภูมิคุ้มกันในกระแสเลือด (circulating Immunoblasts)
การป้องกันโรค
เนื่องจากไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสฮันตาโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาแบบประคับประคอง จึงควรป้องกันตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่นในพื้นที่จำกัดที่มีมูลหนูแห้ง และสวมหน้ากากอนามัยพร้อมถุงมือขณะทำความสะอาดพื้น

ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี