วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ส่วนในแมว ซึ่งมีสัญญาณเงียบ ๆ แต่ก็ต้องสังเกตให้ดีแล้วจะพบความผิดปกติ เช่น หลบซ่อนและเปลี่ยนนิสัย นี่คือสัญญาณสำคัญของแมว ปกติแมวชอบอยู่บนที่สูง หรือออกมาอยู่ด้วยกับคนในบ้าน แต่แล้วก็กลับหายไปหลบใต้เตียง ในตู้เสื้อผ้า หรือในมุมที่เข้าถึงยาก ไม่ยอมออกมาทักทายเหมือนเดิม
ก้าวร้าวมากกว่าปกติเมื่อถูกจับต้อง ผิดไปจากเดิมที่ยอมให้อุ้มได้ แต่แล้วกลับขู่ฟ่อ ขวน กัด หรือพยายามหนี เมื่อเราเข้าใกล้ หรือพยายามจับตัว โดยเฉพาะถ้าเราจับโดนบริเวณที่เขาเจ็บปวด
การดูแลตัวเองที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เคยเลียขนเป็นกิจวัตร แต่กลับไม่เลีย ถ้าหากแมวเริ่มขนหยาบกร้าน ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ หมายความว่าเขาหยุดทำความสะอาดขน ซึ่งเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยและเจ็บปวดอย่างมาก หรือในทางกลับกัน เขาอาจจะเลียและกัดแทะขนบริเวณที่เจ็บ เฉพาะจุดจนขนหลุดเป็นหย่อม ๆ
ภาษากายที่บ่งบอกเหตุ เช่น แมวที่มีอาการเจ็บปวดมักนั่งในท่าที่แข็งเกร็ง หลังโก่ง ก้มหัวลง นิ่งเงียบไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ซึ่งดูแตกต่างจากท่า loaf หรือท่านั่งพับขา หรือนอนตามปกติที่ดูสบาย ๆ หรือมีการสะบัดปลายหางไปมาเป็นจังหวะ ซึ่งเป็นสัญญาณของความหงุดหงิดและไม่สบายใจ
เสียงร้อง เสียงครางของแมว (Purring) เราเคยเข้าใจว่าเป็นเสียงแห่งความสุข แต่มันก็เป็นหนึ่งในเสียงที่แมวแสดงออกเมื่อเครียดหรือเจ็บปวดเช่นกัน ดังนั้นเราต้องดูบริบทอื่น ๆ ประกอบด้วย ว่าร้องหรือครางเพราะอะไร
ภาษากายที่ใบหน้า หู และหางก็บอกอาการได้ นอกจากพฤติกรรมแล้วยังสังเกตได้จากสีหน้าและอากัปกิริยาเฉพาะส่วน ที่สามารถเป็นกระจกสะท้อนความเจ็บปวดได้ดี การสังเกตหน้าและหู ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่า คะแนนความเจ็บปวด (Pain score) ที่ช่วยประเมินความเจ็บปวด เพื่อใช้ประเมินการให้ยาลดปวด ส่วนการสังเกตหาง โดยทั่วไปหมาและแมวเป็นสัตว์ร่าเริง ดังนั้นหางจึงมีส่วนร่วมในการแสดงออกอยู่เสมอ จึงเห็นว่าหมามักแกว่งหางตลอดเวลา หรือแมวก็ชอบยกหางชันเมื่อสบายใจ ดังนั้นหากพบว่าหางตก พับ ไม่แกว่งหาง หรือหางซุกอยู่ระหว่างขาตลอดเวลา จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าร่างกายหรือจิตใจอาจไม่อยู่ในสภาวะปกติ
สัตวแพทย์จึงต้องสอบถามอาการของสัตว์จากเจ้าของก่อนเสมอ เพราะได้เห็นพฤติกรรมที่แท้จริงของสัตว์ตลอดเวลา แล้วสัตวแพทย์ก็จะใช้วิธีสังเกตอื่นๆ ร่วมกับการตรวจร่างกาย และใช้มาตรวัดความเจ็บปวดเพื่อประเมินอาการสัตว์ มาตรวัดความเจ็บปวดสัตว์ คือแบบประเมินที่รวมเอาลักษณะ และพฤติกรรมการตอบสนองต่อผู้คน ท่าทาง การส่งเสียง และการตอบสนองต่อการสัมผัส แล้วให้เป็นคะแนนจากพฤติกรรมที่พบเห็น
แล้วเจ้าของสัตว์เลี้ยง จะมีส่วนช่วยสัตวแพทย์รักษาสัตว์ได้อย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นต้องย้ำว่า เจ้าของสัตว์คือพยานที่เห็นอาการต่าง ๆ ของสัตว์อย่างใกล้ชิด จึงเห็นและรู้จักนิสัยรวมถึงกิจวัตรของสัตว์ได้ดีที่สุด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าของสัตว์ควรจะสังเกตและจดจำไว้ เพื่อแจ้งให้หมอทราบ
การหมั่นสังเกตพฤติกรรมสัตว์โดยสม่ำเสมอ ตลอดระยะเวลา เช่น ในหนึ่งหรือสองวัน หรือหนึ่งสัปดาห์จะพบเห็นพฤติกรรมที่ต่างไปจากยามเข้าปกติอย่างแน่นอน และจะช่วยให้สัตวแพทย์รักษาสัตว์ได้ดีขึ้น
จดบันทึกอาการแล้วเล่าให้หมอฟังอย่างละเอียด เมื่อพบความผิดปกติในสัตว์ และรีบพาสัตว์ไปหาสัตวแพทย์ พร้อมเล่าอาการ และพฤติกรรมที่สังเกตเห็นโดยละเอียด เช่น ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเขามีอาการอะไรบ้าง เช่น ไม่กระโดดขึ้นโซฟา หรือเวลาอุ้มเขาจะขู่ฟ่อใส่ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยรักษาโรค
เพราะว่าสัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้ตรง ๆ ว่า เจ็บป่วย ไม่สบายอย่างไร แต่เราสังเกตจากพฤติกรรมของเขาได้ ดังนั้นเจ้าของจึงต้องเป็นนักสังเกตที่ดี แล้วแจ้งให้หมอรับทราบ ขอบอกว่าพฤติกรรมของหมาและแมวที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การรักษาได้ทันท่วงที ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดให้สัตว์ได้อย่างดี และทำให้สัตวแพทย์รักษาโรคให้เขาได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

สุดใจแล้ว!ลูกยางสาวพ่ายยูเครนหวิวเปิดVNLสนาม2
เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
'เกมคือเป้าหมายชีวิต' ปาฏิหาริย์ย่า 82 ฟื้นตัวกลับมาเดินได้ เพราะ Roblox
ติณติณ New Country โพสต์ครั้งแรกหลังมรสุมดรามา แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี