วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น น้องหมา น้องแมว มักจะมีของกินเล่นหรือขนมให้กับเขา เพื่อเป็นรางวัล ดังนั้น สัปดาห์นี้เรามาทำความรู้จักขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงกัน
ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือ pet treats, pet snacks เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพสัตว์ที่ถูกพิจารณาว่ามีความสำคัญมากขึ้นในทางสัตวแพทย์และโภชนศาสตร์ของสัตว์ (veterinary nutrition) แต่ในอดีตขนมเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นเพียงรางวัลหรืออาหารว่าง แต่ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการชัดเจนว่าขนมสามารถส่งผลทั้งในด้านบวกและลบต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นภาวะโภชนาการ สุขภาพช่องปาก ระบบทางเดินอาหาร พฤติกรรม โรคอ้วน รวมถึงโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคไต โรคหัวใจ และโรคตับอ่อนอักเสบ
ดังนั้นการเลือกขนมที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาหลักการทางโภชนศาสตร์ด้วย ไม่ใช่ใช้เพียงหลักความชอบหรือการตลาดของผลิตภัณฑ์เท่านั้น
ในทางสัตวแพทย์ ขนมจัดเป็นอาหารเสริม (complementary food) มากกว่าอาหารหลัก โดยแนวทางของ American Animal Hospital Association (AAHA) และ World Small Animal Veterinary Association (WSAVA) แนะนำว่าพลังงานจากขนมไม่ควรเกินประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานทั้งหมดที่สัตว์ได้รับต่อวัน เพื่อป้องกันปัญหาโรคอ้วนและสารอาหารไม่สมดุล ซึ่งพบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในสุนัขและแมวที่เลี้ยงภายในบ้านและมีกิจกรรมทางกายน้อย
ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง แบ่งออกได้หลายประเภทตามวัตถุประสงค์และลักษณะของผลิตภัณฑ์ ประเภทแรกคือการให้รางวัล หรือเพื่อการฝึก ซึ่งเป็นขนมชิ้นเล็ก ใช้ในการฝึกพฤติกรรมแบบ positive reinforcement เช่น การนั่ง คอย หรือเรียกกลับ จุดเด่นคือมีกลิ่นหอม กินง่าย และให้รวดเร็ว เหมาะสำหรับการฝึกสัตว์ ข้อดีคือช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับสัตว์และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ แต่หากให้บ่อยเกินไปอาจทำให้สัตว์ได้รับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว
อีกกลุ่มหนึ่งคือรักษาสุขภาพช่องปาก ซึ่งออกแบบมาเพื่อลด plaque และหินปูน โดยอาศัยการเคี้ยวและแรงเสียดสีเชิงกล บางผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจาก Veterinary Oral Health Council ว่าช่วยลดคราบหินปูนได้จริง ขนมประเภทนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากและลดกลิ่นปาก แต่ไม่สามารถทดแทนการแปรงฟันได้ทั้งหมด และบางชนิดอาจมีพลังงานสูงจนเกินไป
chew treats หรือขนมเคี้ยวนาน เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความนิยม เช่น bully sticks, collagen chews และ yak cheese chews จุดประสงค์หลักคือช่วยลดอาการเบื่อ และช่วยตอบสนองการเคี้ยวตามธรรมชาติของสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข การเคี้ยวช่วยลดความเครียดและเป็นการเสริมสภาพแวดล้อม หรือการช่วยปรับและกระตุ้นพฤติกรรมสัตว์ อย่างไรก็ตาม ต้องขนมที่แข็งเกินไป เพราะอาจทำให้ฟันแตกหรือหัก และบางชนิดยังเสี่ยงต่อการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร หากสัตว์กลืนชิ้นใหญ่เกินไป
(อ่านต่อตอนสองในสัปดาห์หน้า)
น.สพ. นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 'หมอเจด'เผยอาการปวดหัวบ่อยๆ แบบไหนที่ไม่ควรกินยา แล้วปล่อยผ่าน
พิเรนทร์จัด สวนสนุกดังสั่งแบนตลอดชีวิต ยูทูบเบอร์แสบ แอบกินนักเก็ตไก่บนรถไฟเหาะ
ลูกศร ธนาภรณ์ หัวใจจะวายกลางดึก โพสต์เล่านาทีระทึกลูกชายติดลิฟต์ในบ้าน
สธ.สั่งจับตาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เสียชีวิตแล้ว 16 ราย เตือนเข้าฤดูฝนระบาดหนักกว่าเดิม
โอมานเตือน พบวัตถุต้องสงสัยโผล่กลางช่องแคบฮอร์มุซ สั่งเรือเลี่ยงด่วน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี