วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการเจ็บป่วย เจ็บปวด เจ้าของสามารถรับรู้ทันที ได้หากเราสังเกตเขาใกล้ชิด เช่น ในกรณีที่เขาประสบอุบัติเหตุ หรือป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เราจะรู้ได้ว่าเขากำลังทรมาน ลองนึกภาพว่าหากคุณมีไข้ ปวดหัว ปวดท้อง แต่ไม่สามารถบอกใครได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร หรือเจ็บปวดตรงไหน เราจะทรมานมากสักเท่าใด แต่อย่าลืมว่าหมาแมวที่เราเลี้ยงไว้ไม่สามารถบอกเราตรง ๆ ได้ว่าเขาเจ็บป่วย ไม่สบาย แต่ในฐานะเจ้าของสัตว์จึงต้องเป็นนักสังเกตการณ์ที่ดี และเรียนรู้ที่จะเข้าใจภาษากายและพฤติกรรมสัตว์ที่เปลี่ยนไป เพราะเป็นช่องทางเดียวที่จะเข้าใจและสื่อสารกับเขาได้
เจ้าของที่รักและห่วงใยสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าใจอาการและการแสดงออกต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าหมาและแมวกำลังมีอาการเจ็บปวด เมื่อรู้แล้วจะได้พาเขาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันที ขอย้ำว่าหมากับแมวนั้นแสดงออกไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนที่เราจะดูรายละเอียดพฤติกรรมสัตว์จึงมีข้อควรรู้พื้นฐานที่สำคัญมากข้อหนึ่ง คือ หมาและแมวมีสัญชาตญาณการแสดงความเจ็บปวดต่างกัน
สำหรับหมานั้น โดยธรรมชาติเป็นสัตว์นักล่ามักใช้ชีวิตเป็นฝูง การแสดงออกถึงความอ่อนแอจึงไม่ใช่เรื่องต้องห้ามมากนัก พวกเขาจึงมีแนวโน้มการส่งเสียงหรือแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติให้เราเห็นได้ชัดเจนกว่าแมว
ส่วนแมวนั้น โดยธรรมชาติเป็นทั้งนักล่าและผู้ถูกล่า การแสดงความอ่อนแอในธรรมชาติ จึงหมายถึงการตกเป็นเป้าหรือเป็นเหยื่อ แมวจึงมีสัญชาตญาณซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้สุดชีวิต แมวจะพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าภายในร่างกายของเขาจะรู้สึกเจ็บปวดมากก็ตาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงสังเกตเห็นความเจ็บปวดในหมาได้ง่ายกว่าแมว ดังนั้นเราจึงต้องเป็นคนช่างสังเกตมากเป็นพิเศษกับแมว
นอกจากนี้ สัตว์ที่กำลังเจ็บปวด อาจทำพฤติกรรมที่ดูขัดแย้งได้ เช่น กระดิกหางต้อนรับเรา ทั้งที่จริง ๆ แล้วกำลังรู้สึกไม่สบายมาก ความเครียดหรือความกลัวก็สามารถทำให้การแสดงออกของพวกเขาเปลี่ยนไปได้ สิ่งที่เราต้องทำคือดูภาพรวมทั้งหมด โดยไม่เร่งตัดสินจากพฤติกรรมเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
สังเกตอย่างไรอาการเจ็บปวดได้อย่างไร โดยดูจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของหมาและแมว โดยใช้สัญญาณหลัก ๆ ที่ควรสังเกต ด้วยการแยกแต่ละสายพันธุ์ โดยจะเห็นว่าในหมานั้นมีสัญญาณขอความช่วยเหลือชัดกว่าแมว เช่น
การเข้าสังคมเปลี่ยนแปลงไป โดยปกติเป็นหมาร่าเริง ชอบเล่นด้วย แต่อยู่ ๆ กลับแยกตัว ไม่สนใจใคร มีอาการซึมลง หรือในทางกลับกัน กลับกลายเป็นหมาที่ติดเจ้าของมากผิดปกติ ต้องการอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา
การส่งเสียง เช่น ร้องครวญครางเบา ๆ ร้องหงิง ๆ เป็นพัก ๆ หรืออาจคำรามใส่โดยที่ปกติไม่เคยเป็นมาก่อน
ท่าทางและการเดินเปลี่ยนไป มีอาการแข็งเกร็งเวลาเดินหรือลุกนั่ง ไม่ยอมกระโดดขึ้นลงที่สูงเหมือนเดิม และมีท่าทางที่แปลกตา เช่น ท่ายืดก้นหรือท่าสวดมนต์ คือเอาขาหน้าและอกหมอบลงกับพื้น แต่ก้นยังชูโด่งขึ้นมา ซึ่งมักบ่งบอกถึงอาการปวดท้อง หรือไม่ยอมนอน แต่ยืนตลอดเวลา
ชอบกระทำซ้ำ ๆ จนผิดสังเกต เช่น เลีย แทะ หรือกัด บริเวณใดบริเวณหนึ่งตามตัวมากเกินปกติ เช่น เลียข้อขาจนเปียกแฉะตลอดเวลา
ส่วนพฤติกรรมอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร กินน้อยลง หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้นมาทันทีโดยไม่มีสาเหตุ
น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

อนุทิน ขีดเส้น 1 ปี พิสูจน์ฝีมือเหล่าบิ๊ก จากสังกัด ภท. ผลงานไม่เข้าเป้าพร้อมเปลี่ยน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ค่าไฟบ้านอัตราก้าวหน้าส่อสะดุด เสียงค้านมากสุด33% กกพ.ชง‘เอกนัฏ’พิจารณา
กองทัพอากาศจัดเต็ม ปรับทัพอู่ตะเภา เสริมเขี้ยวเล็บ AIM-9 รักษาอธิปไตย 24 ชม.
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก! สตช.โชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' สกัดแก๊งคอลฯ-ค้ามนุษย์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี