วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
หลังจากลุ้นให้มีการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นเวลาสามปี บัดนี้ก็เป็นผลสำเร็จแล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติผ่านร่างกฎหมายยกฐานะ อบต.สู่เทศบาลแล้ว และในไม่ช้าก็จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนั้น
แต่ทว่าขณะนี้กำลังมีความสับสนเกิดขึ้น เพราะมีการสร้างความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลและ สนช. กำลังยุบ อบต.และทำให้ผู้ที่เข้าใจผิดหรือผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เกิดความสับสน แม้กระทั่งอาจแสดงท่าทีคัดค้านต่อความถูกต้องอันยิ่งใหญ่นั้น
ก็ต้องบอกว่านับแต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย และทรงริเริ่มให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปสุขาภิบาลขึ้นเป็นแห่งแรกที่สมุทรสาคร โดยทรงมีเป้าหมายที่จะปรับขึ้นเป็นเทศบาลเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ปกครองบริหารจัดการท้องถิ่นให้เป็นไปตามความปรารถนาและประโยชน์สูงสุดของท้องถิ่น
หลังสิ้นรัชกาลแล้ว เวลาเนิ่นนานไป งานปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นของพระองค์ท่านก็ชะงักงันและกระทั่งกลายพันธุ์ จนเกิดความสับสนอลหม่านขึ้นในทุกหัวบ้านหัวเมือง มีการปกครองหลายองค์กรหลายชนิดสับสนปนเปกัน
ยกตัวอย่างเช่น ในตำบลหนึ่งๆ ก็มีอบต.บ้าง มีเทศบาลอยู่ในตำบลเดียวกัน มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นการปกครองส่วนท้องที่อยู่ภายใต้อำนาจของอำเภอและจังหวัด ซึ่งเป็นราชการส่วนกลาง และยังมี อบจ.ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซ้ำซ้อนเข้ามาอีก นอกจากนั้นในระดับอำเภอหรือจังหวัดก็มีเทศบาลระดับต่างๆ ทั้งเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร จนสับสนอลหม่านไปหมด
เมื่อครั้งพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เริ่มปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในยุคหลังนี้ โดยยกฐานะสุขาภิบาลทั่วประเทศประมาณ 400 แห่ง ขึ้นเป็นเทศบาลตำบล เป็นอันสิ้นสุดยุคสุขาภิบาลนับแต่บัดนั้นมา
พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ยังไม่ทันได้ดำเนินการปฏิรูปต่อไป ก็พ้นตำแหน่งไปเสียก่อน จึงค้างคาอยู่เพียงนั้น นั่นคือในประมาณ 400 ตำบล มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซ้อนกันอยู่คือมีทั้ง อบต. และเทศบาลตำบล ซึ่งยกฐานะขึ้นมาจากสุขาภิบาล งานที่จะต้องทำต่อคือควบรวม อบต.กับเทศบาลตำบลในตำบลเดียวกันเข้าด้วยกัน จึงเป็นอันไม่ได้ทำ
และยังไม่ต้องพูดถึงการยกฐานะ อบต.ทั่วประเทศขึ้นเป็นเทศบาลตำบล เพื่อปิดฉากรูปแบบ อบต.และยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับตำบลมีรูปแบบเดียวคือเทศบาลตำบล และยังมิได้ดำเนินการปฏิรูปอีกขั้นหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้เทศบาลตำบลในพื้นที่ติดกันได้ควบรวมกัน โดยให้เป็นอำนาจของประชาชนในตำบลนั้นๆ ที่จะลงประชามติ เพื่อให้เกิดการประหยัดในการบริหารราชการแผ่นดิน และเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นด้วย
เมื่อมีการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 ก็มีการเสนอแนวทางการปฏิรูปการปกครองต่อ คสช. เรื่องราวผ่านจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สู่นายกรัฐมนตรีไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วก็เงียบหายไป จนเวลาเนิ่นนานผ่านไป และทำให้ขบวนการที่ผลักดันการปฏิรูปการปกครองพากันสิ้นหวัง เหนื่อยล้า โรยรากันไป
และแล้วในขณะที่ความหวังและการรอคอยสิ้นไปนั้น ก็ปรากฏว่ามีการเสนอเรื่องนี้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้คือ
ประการแรก ปรับฐานะ อบต. ทั่วประเทศให้เป็นเทศบาลตำบลทั้งหมด ซึ่งจะมีผลทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับตำบลเหลือเพียงรูปแบบเทศบาล ซึ่งมีอำนาจและมีประสิทธิภาพสูงกว่า อบต. โดยเฉพาะเส้นทางแห่งงบประมาณจะไม่ยืดเยื้อและตกหล่นระหว่างทางมากเกินไป จะทำให้ท้องถิ่นได้รับงบประมาณมากขึ้น จากจำนวนงบประมาณแม้เท่าเดิม
ประการที่สอง ในตำบลใดที่มีทั้ง อบต.และเทศบาลตำบล ซึ่งยกฐานะขึ้นมาจากสุขาภิบาลเดิม ให้ควบรวมกันเหลือเป็นเทศบาลตำบลอย่างเดียว
ประการที่สาม ในพื้นที่ตำบลติดต่อกัน ถ้าประชาชนในตำบลนั้นๆ มีความเห็นพ้องลงมติเป็นประชามติให้ควบรวมเทศบาลตำบลทั้งสองตำบลเข้าด้วยกันก็ให้ควบรวมกันได้
ประการที่สี่ ได้กำหนดการปรับฐานะเทศบาลโดยถือตามจำนวนประชากรในการกำหนดเป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร เพื่อให้มีการปรับฐานะของเทศบาลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีอำนาจมากขึ้นตามจำนวนของประชากรที่เพิ่มขึ้นนั้น ด้วยเหตุนี้ เทศบาลตำบลที่มีพื้นที่ติดต่อกันอาจควบรวมกันและถ้าหากมีประชากรถึงระดับที่จะเป็นเทศบาลเมืองก็สามารถยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองได้ หรืออาจยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลนครได้หากจำนวนประชากรถึงจำนวนที่กำหนด ซึ่งเป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนในท้องถิ่นที่จะลงมติตัดสินใจกันเอง
และนี่ก็คือเหตุผลหนึ่งของการที่รัฐบาลและ คสช. ให้ระงับการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งบัดนี้วาระการดำรงตำแหน่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดก็เป็นอันสิ้นสุดลงแล้ว
ทำให้เกิดความพร้อมที่จะมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเหลือเพียงประเภทเดียวคือเทศบาลทั้งประเทศแล้ว ซึ่งจะสอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรีและพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับและสั่งราชการกระทรวงมหาดไทยได้เปรยไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ดังนั้นหลังจากกฎหมายปรับฐานะ อบต. สู่เทศบาลมีผลบังคับใช้แล้วก็ย่อมเป็นสัญญาณหมายว่ามีความพร้อมที่จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษคือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาด้วย
นี่จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าเป็นการสืบสานพระบรมราโชบายในการปฏิรูปการปกครองของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่เป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกหลังจากสิ้นรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี