วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
การประชุม ครม.หลังการเลือกตั้ง ถ้าเป็นรัฐบาลรักษาการในอดีต จะมีข้อจำกัดหลายประการ
แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้รัฐบาล คสช. ยังมีอำนาจเต็ม ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้
น่าสนใจว่า ในการประชุม ครม.ครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง รัฐบาล คสช. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้บริหารราชการแผ่นดินอย่างไร? อนุมัติงบประมาณอะไรบ้าง?
1. พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยขอให้รัฐมนตรีทุกท่านอย่างมุ่งมั่นทำงานต่อไป เพราะในช่วงนี้ยังถือว่าเป็นช่วงที่รัฐบาลยังมีอำนาจเต็มในการทำงาน ขอให้ดูว่ามีแผนงานไหนที่เร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชน หรือตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เร่งด่วน โดยในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีจะกำกับดูแลและทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจต่อไป ส่วนในเรื่องทางการเมืองไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีดังกล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่
2. จากการตรวจสอบ พบว่า การประชุม ครม. 26 มี.ค. 2562 (หลังเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562) ครม.ได้มีการพิจารณาและอนุมัติเรื่องน่าสนใจหลายประการ ซึ่งถ้าเป็นรัฐบาลรักษาการ อาจจะไม่สามารถทำได้ อาทิ
2.1 เห็นชอบขยายผลเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ
จากเดิม กำหนดการให้เงินอุดหนุนสำหรับเด็กแรกเกิด - 3 ปี เดือนละ 600 บาทต่อคน และอยู่ในครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน (ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาทต่อคนต่อปี
ครม.เห็นชอบการขยายระยะเวลาให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตั้งแต่แรกเกิด - 6 ปี แบบขยายฐานรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป ให้กลุ่มเป้าหมายเด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ดังนี้ เด็กที่รับสิทธิ์ในปีงบประมาณ 2559 - 2561 รับต่อเนื่องจนครบอายุครบ 6 ปี, เด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 ที่มีคุณสมบัติและไม่เคยได้รับสิทธิ์ มีสิทธิ์ได้รับเงินตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 จนอายุครบ 6 ปี, เด็กที่เกิดตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ได้รับสิทธิ์จนอายุครบ 6 ปี
โดยภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2562 ให้ พม. จัดทำรายละเอียดแผนการใช้จ่ายเงินเพื่อขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามระเบียบและกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ สำหรับปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นไป ให้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป
เหตุผลสนับสนุนโครงการนี้ คือ เด็กแรกเกิด - 6 ปี เป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโต โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสมอง การลงทุนพัฒนาเด็กในช่วงอายุดังกล่าวจึงเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดต่อสังคมในระยะยาว และจากรายงานการติดตามประเมินผลโครงการเงินอุดหนุนฯ ประจำปี 2561 พบว่าเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ ได้รับประโยชน์มากกว่า ทั้งในด้านภาวะโภชนาการและการเข้าถึงการบริการทางสังคม เช่น การพาเด็กไปรับบริการตรวจทางการแพทย์หลังคลอด และการขยายฐานรายได้ของกลุ่มเป้าหมายการรับเงินอุดหนุนฯ แบบฐานรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ก็เป็นไปตามเกณฑ์รายได้ของผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ครอบคลุมเด็กในครอบครัวยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจนเพิ่มขึ้น และไม่ซ้ำซ้อนกับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของรัฐในปัจจุบัน
นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับครอบครัวยากจนที่มีเด็กเล็ก ไม่ต้องเสียโอกาส ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจัดตั้งกันได้เมื่อไหร่ (แทบทุกพรรคก็มีนโยบายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด แต่ต่างกันในรายละเอียด)
2.2 เพิ่มเป้าหมายช่วยเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน และโอนเงินให้เกษตรกรได้ทันทีในวันถัดไป
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งว่า ในการดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน คณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 อนุมัติกรอบวงเงินเพื่อดำเนินโครงการ จำนวน 3,457.76 ล้านบาท ซึ่ง ณ วันสิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 ปรากฏว่า มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขโครงการ จำนวน 150,000 ครัวเรือน ครบตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดไว้จำนวน 1.35 ล้านไร่ เป็นจำนวนเงิน 2,025.02 ล้านบาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี มีเกษตรกรที่เกินจากเป้าหมายโครงการ จำนวน 99,918 ครัวเรือน จำนวน 0.90 ล้านไร่ ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขโครงการ (เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เข้ามาปรับปรุงทะเบียนเพิ่มเติมภายในกรอบเวลาที่กำหนด) และสมควรได้รับการช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ คิดเป็นวงเงินรวม จำนวน 1,348.87 ล้านบาท
ในการประชุม ครม.ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ได้แก่
เพิ่มเป้าหมายเกษตรกรในโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จากเดิม 150,000 ครัวเรือน เป็น 249,918 ครัวเรือน (เพิ่มเป้าหมาย 99,918 ครัวเรือน) และมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการโอนเงินให้เกษตรกรได้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบ
2.3 ช่วยชาวบ้านฝายราษีไศลและฝายหัวนา ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง) ประธานกรรมการในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนาเสนอ
ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างฝายราษีไศลและฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ โดยโครงการชลประทานเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ ระยะที่ 1 วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 13,250,000 บาท และมอบหมายให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินโครงการต่อไป
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ให้กรมชลประทานพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จากโครงการ/รายการที่ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว และมีงบประมาณเหลือจ่าย และ/หรือรายการที่หมดความจำเป็น และ/หรือรายการที่คาดว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มาดำเนินการ โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ (สงป.) ในรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ ควรมีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตลอดจนให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลโครงการด้วย เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ตามความเห็นของ สงป.
3. จะเห็นได้ว่า ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการกรณีเหล่านี้ ก็คือประชาชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
จากนี้ไป จนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังชุลมุนชุลเก แย่งยื้อจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่ในวันนี้ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็จะมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเต็มตัว เสมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาต่อไปเรื่อยๆ เช่นนี้แล
สารส้ม
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี