Logo วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.
‘ภาษีความเค็ม’ยืดชีวิตคนไทย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมควบคุมโรค และเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม จัดประชุมร่วมกับสื่อมวลชนในประเด็น “แนวทางลดพฤติกรรมติดเค็มของคนไทย”เนื่องจากคนไทยเจ็บป่วยจาก “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non - Communicable Diseases : NCDs)” เป็นจำนวนมาก และ “ความเค็ม” ก็เป็นสาเหตุของบางโรค เช่น โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคไตที่พบว่า “จำนวนผู้ต้องล้างไตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย2 หมื่นคนต่อปี” ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก

ในการประชุมมีการพูดกันถึง “ภาษีความเค็ม” หรือการเก็บภาษีอาหารที่มีส่วนผสมของ “โซเดียม (Sodium)” อันเป็นสารที่ให้รสเค็ม ในปริมาณที่เกินจากมาตรฐานที่กำหนดว่าควรบริโภคได้ “ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งโมโหโกรธา” อย่าเพิ่งมองว่ารัฐบาลถังแตกจะมารีดภาษีประชาชนทุกทางที่นึกออก เพราะจริงๆ แล้ว “ในต่างประเทศก็เก็บภาษีความเค็มเช่นกัน” เพื่อจูงใจให้ทั้งผู้บริโภคลดการบริโภค และผู้ประกอบการลดการใส่ส่วนผสมดังกล่าวลง


อาทิ ฮังการี เริ่มเก็บภาษีความเค็มในสินค้าประเภท “ขนมขบเคี้ยว-เครื่องปรุงรส” มาตั้งแต่ปี 2554 พบว่าประชาชนลดปริมาณการบริโภคลงร้อยละ 20-35 ส่งผลให้ในเวลาต่อมาบรรดาผู้ผลิตต้องปรับสูตรอาหารให้ลดปริมาณโซเดียมลงด้วยเพราะไม่ต้องการจ่ายภาษีดังกล่าว ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้น ประเทศในยุโรปด้วยกันอย่าง โปรตุเกส คิดเอาอย่างบ้างโดยในปี 2561 ที่ผ่านมา รัฐบาลโปรตุเกสเริ่มร่างแผนจัดเก็บภาษีจากอาหารและขนมที่มีปริมาณโซเดียมสูง เช่น เวเฟอร์ บิสกิต อาหารที่มีซีเรียลเป็นส่วนประกอบ รวมถึงมันฝรั่งแห้งหรือทอด

นอกจากมาตรการทางภาษีแล้ว เรณู การ์ก (Renu Garg) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ยังยกตัวอย่างมาตรการอื่นๆ ที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ มีกฎหมายกำหนด “ฉลากแบบสัญญาณไฟจราจร” ใช้กับส่วนผสม 4 ชนิด คือ น้ำตาลไขมัน ไขมันอิ่มตัวและเกลือ แบ่งเป็น “สีเขียว” คือมีปริมาณน้อย “สีเหลือง (หรือส้ม)” คือมีปานกลาง และ “สีแดง” คือมีปริมาณมาก ให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจน

ไกลออกไป ณ ทวีปอเมริกาใต้ ชิลี มีการใช้ “ฉลากคำเตือน” ในอาหารหรือขนมที่มีโซเดียมเกินค่ามาตรฐาน และมีการลดปริมาณค่ามาตรฐานลงเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2559 กำหนดให้มีปริมาณโซเดียม 800 มก. ต่อ 100 กรัม, ปี 2561 ปริมาณโซเดียม 500 มก. ต่อ 100 กรัม และล่าสุดปี 2562 ปริมาณโซเดียม 400 มก. ต่อ 100 กรัม และกำหนดด้วยว่า“อาหารที่มีฉลากคำเตือนจะไม่สามารถขายในโรงเรียนหรือทำการตลาดกับเด็กได้” ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับสูตรอาหารให้มีปริมาณโซเดียมลดลงไปโดยปริยาย

ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ย้ำว่า “องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคโซเดียมได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบกับเกลือคือ ไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน” แต่พบว่า “คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ย 10 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกถึง 2 เท่า” ซึ่งใน 10 อันดับสิ่งที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด มีโรค NCDs ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคเค็มมากเกินไปถึง 3 โรค คือ อันดับ 1 โรคหัวใจขาดเลือด อันดับ 3 โรคหลอดเลือดสมอง และอันดับ 8 โรคไตเรื้อรัง

สำหรับในประเทศไทย ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดเผยว่า แนวทางการเก็บภาษีความเค็มนั้น “จะเก็บเฉพาะอาหารและขนมสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น” เช่น บะหมี่ โจ๊ก ขนมขบเคี้ยว “ไม่เก็บกับสินค้าที่เป็นเครื่องปรุงโดยตรง เช่น เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว” ดังนั้นจะไม่เป็นภาระกับประชาชน โดยคาดว่ารัฐบาลจะมีการพิจารณาในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นห่วง “สตรีทฟู้ด (Street Food)” หรืออาหารประเภทร้านหาบเร่แผงลอยริมถนน แม้จะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยแต่มีผู้ค้าจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้บริโภค “โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการสำรวจพบว่าต้องมีอย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน ที่ชาวเมืองหลวงบริโภคอาหารสตรีทฟู้ด” ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงอาหารของพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้ให้ลดส่วนผสมของโซเดียมอันเป็นสารให้ความเค็ม เช่น เกลือหรือน้ำปลาลง “ความรู้ของผู้บริโภค” เป็นหัวใจสำคัญ

ดังจะเห็นว่า “ลูกค้าหลายคนมีการสั่งอาหารพร้อมบอกให้ปรุงแบบเค็มน้อย ถ้าชิมแล้วไม่พอเดี๋ยวเติมเอง ซึ่งหากผู้บริโภคไม่สั่งก็มักจะใส่เครื่องปรุงแบบเต็มที่ไว้ก่อน แต่หากสั่งแบบนี้ผู้ค้าก็จะปรับเปลี่ยนให้” นอกจากนี้ขอเสนอแนะว่า“ควรมีฉลากเตือนอันตรายจากการบริโภคในปริมาณมากเกินไปติดไว้ข้างภาชนะบรรจุ คล้ายกับฉลากบุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เชื่อว่าน่าจะมีผลทำให้ผู้บริโภคที่เห็นคำเตือนดังกล่าว “ได้สติและหยุดคิดก่อน” ว่าสมควรปรุงหรือไม่เพียงใด

ขณะที่ นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเสริมว่า “อาหารแบบสตรีทฟู้ดไม่ได้มีเฉพาะใน กทม.แต่มีทั่วประเทศ” ทั้งนี้ในส่วนของต่างจังหวัดนั้น “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)” สามารถเข้ามามีบทบาทได้

“องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดทีมไปลองชิมดู มันมีเครื่องมือที่จุ่มลงไปแล้วมีเครื่องหมาย ถ้าหน้าเบ้ก็แปลว่าเค็ม ถ้าปากตรงๆ แสดงว่าพอดี แล้วก็ไปเตือนไปให้คำแนะนำ บอกว่าต่อไปนี้คนจะไม่มาซื้อร้านคุณถ้าคุณยังทำอันตรายต่อประชาชนแบบนี้ ก็เหมือนกรมอนามัยที่มีเครื่องหมายไปติดตามร้านแผงลอยต่างๆ” ผอ.ศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าว

นพ.วิวัฒน์ทิ้งท้ายว่า ด้วยเหตุที่คนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี และพบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเป็น 1,500,000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการบริโภคอาหารรสเค็ม ดังนั้นหากสามารถทำให้คนไทยลดการบริโภคเค็มลงก็จะลดความสูญเสียได้

แม้จะเข้าใจได้ว่า “คนไทยไม่ค่อยไว้วางใจภาครัฐไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลแบบใด..จึงไม่พอใจอยู่ร่ำไปเมื่อมีข่าวรัฐจะเก็บภาษี” แต่สำหรับ “ภาษีความเค็ม” นั้นต้องบอกว่าเป็นเรื่องดีและมีตัวอย่างมาแล้วในต่างประเทศ ถึงกระนั้น “ที่นี่แนวหน้า” ก็ขอเสนอแนะบ้างว่า..เป็นไปได้หรือไม่? ที่จะกำหนดให้ภาษีความเค็มที่เก็บได้นี้ถูกนำไปใช้เฉพาะงานที่เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
10:10 น. สตม.ไม่ปล่อยทิ้งไว้! รวบเอเย่นต์ยานรกเวียดนาม หนีหมายจับ CND ซุกตัวมีนบุรี
10:09 น. สหรัฐฯยิงถล่มอิหร่าน ทรัมป์ขู่ลงโทษทางทหารครั้งใหญ่ แต่ยังเปิดทางเจรจา
10:00 น. มินนี่ วศิตาภาวิ์ ภูมิใจชนะรางวัลในการประกวด Classy Model International 2026
09:53 น. สมชัย โว วันเดียวคนบริจาคช่วย เป๋า ไอลอว์ สู้คดีฟ้องหมิ่นฯ ยอด 650,000 บาท
09:30 น. ALLY เปิดโหมดแอบรัก! ส่ง 143 เพลงใหม่ไวบ์ Y2K พร้อมปลุกเทรนด์รหัสลับบอกรักของ Gen Z
ดูทั้งหมด
จากเพลงต้องห้ามสู่ตำนาน อ.ไชยันต์ เปิดมุมมองชาวจีนยุคใหม่ต่อ เติ้งลี่จวิน และเพลงเถียนมี่มี่
แฟนคลับแห่ยินดี สมปอง เตรียมเป็นคุณพ่อ หลังภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้ว
ในหลวง พระราชทานนามพรรณไม้ใหม่ พิมลลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระราชินี
ไอศกรีมไทยคือที่สุด! สถานทูตสวีเดน รีวิว ไอศกรีมกะทิ นักการทูต บอก อร่อย-คุ้มค่า
กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 25 กรกฎาคม 2569
สงครามยูเครน-รัสเซียขยายวงและดูยืดเยื้อ
เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล
ตีหัวกลางศาลา
สงครามรักษาหน้าทำท่าบานปลายกลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สมชัย โว วันเดียวคนบริจาคช่วย เป๋า ไอลอว์ สู้คดีฟ้องหมิ่นฯ ยอด 650,000 บาท

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิต ร.อ.สัญชัย ยัน เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

กาย-ฮารุ แจงดราม่าคลิปลูกเกือบถูกรถชน เผยเพิ่งรู้คนขับเสียชีวิต ยันไม่ติดใจแต่แรก

มินิบัสคว่ำ บนทางพิเศษบูรพาวิถี มุ่งหน้าเข้า กทม. บาดเจ็บ 4 ราย

ลมแรง-ภัยแล้งซ้ำเติม ไฟป่าลุกลามฝรั่งเศส-สเปน อพยพประชาชนกว่า 100,000 คน

ปธน.บังกลาเทศลาออกก่อนครบวาระ อ้างมีปัญหาสุขภาพ ท่ามกลางวิกฤตการเมือง

  • Breaking News
  • สตม.ไม่ปล่อยทิ้งไว้! รวบเอเย่นต์ยานรกเวียดนาม หนีหมายจับ CND ซุกตัวมีนบุรี สตม.ไม่ปล่อยทิ้งไว้! รวบเอเย่นต์ยานรกเวียดนาม หนีหมายจับ CND ซุกตัวมีนบุรี
  • สหรัฐฯยิงถล่มอิหร่าน ทรัมป์ขู่ลงโทษทางทหารครั้งใหญ่ แต่ยังเปิดทางเจรจา สหรัฐฯยิงถล่มอิหร่าน ทรัมป์ขู่ลงโทษทางทหารครั้งใหญ่ แต่ยังเปิดทางเจรจา
  • มินนี่ วศิตาภาวิ์ ภูมิใจชนะรางวัลในการประกวด Classy Model International 2026 มินนี่ วศิตาภาวิ์ ภูมิใจชนะรางวัลในการประกวด Classy Model International 2026
  • สมชัย โว วันเดียวคนบริจาคช่วย เป๋า ไอลอว์ สู้คดีฟ้องหมิ่นฯ ยอด 650,000 บาท สมชัย โว วันเดียวคนบริจาคช่วย เป๋า ไอลอว์ สู้คดีฟ้องหมิ่นฯ ยอด 650,000 บาท
  • ALLY เปิดโหมดแอบรัก! ส่ง 143 เพลงใหม่ไวบ์ Y2K พร้อมปลุกเทรนด์รหัสลับบอกรักของ Gen Z ALLY เปิดโหมดแอบรัก! ส่ง 143 เพลงใหม่ไวบ์ Y2K พร้อมปลุกเทรนด์รหัสลับบอกรักของ Gen Z
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

25 ก.ค. 2569

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

18 ก.ค. 2569

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

11 ก.ค. 2569

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

4 ก.ค. 2569

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

27 มิ.ย. 2569

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

20 มิ.ย. 2569

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

13 มิ.ย. 2569

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

6 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved