วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เวทีอิสระ
เวทีอิสระ

เวทีอิสระ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
การเมืองไทยมีแนวโน้มจะเป็นแบบรถไฟชนกัน

ดูทั้งหมด

  •  

ความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง ไม่ว่าจะเป็นทาง โครงสร้าง รูปแบบ หรือตัวผู้เล่น (Actors) ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าในประเทศใดก็มี เพราะมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาก็แตกต่างกันแล้วแต่ประเทศนั้นๆ บางประเทศเลือกใช้ความรุนแรงเป็นตัวตัดสินชนิดเอาแพ้เอาชนะกันเด็ดขาดให้ถึงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายชนะจะต้องเดินเข้าสู่วิถีทางเผด็จการในที่สุด เพื่อที่จะรักษาอำนาจ และต่อเวลาการครอบครองอำนาจให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายอื่นๆ สามารถกลับมาแก้แค้นฝ่ายตนได้


ในขณะที่บางประเทศที่เลือกใช้วิธีการแบบรอมชอม แชร์อำนาจ และคานอำนาจกันไปกันมา ก็มักจะประคับประคองประเทศให้เคลื่อนไปได้ในวิถีทางประชาธิปไตย

และหลังจากความขัดแย้งครั้งใหญ่ๆ คู่ขัดแย้งในบางประเทศก็สามารถหันหน้ามาตกลงกันในเรื่องรูปแบบ รูปลักษณ์ของประเทศ และกติกาที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สมานฉันท์ได้

ของไทยเรานั้น กองทัพเป็นแกนหลักในการใช้กำลังในการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่กษัตริย์เป็นอำนาจแต่ผู้เดียว (AbsoluteMonarchy) มาสู่ระบอบกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) ซึ่งเป็นการปฏิวัติรัฐประหาร โดยกลุ่มคนที่มีอาวุธอยู่ในมือ ในขณะที่ประชาชนพลเมืองส่วนใหญ่ไม่มีส่วนรับรู้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับต้องมาเป็นผู้รับผลเท่านั้น

จากเดือนมิถุนายน 2475 มาจวบจนกระทั่งบัดนี้ การเมืองไทยก็ยังไม่ลงตัว แม้จะมีการตกลงกันหลังการปฏิวัติ ว่าจะคงความเป็นราชอาณาจักร (The Kingdom) และจะเดินหน้าไปเป็นการเมืองประชาธิปไตยที่มีรัฐสภามาจากการเลือกตั้ง ผ่านทางการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ (Multi Party System)

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กิจกรรมของพรรคการเมืองกลับกลายเป็นแค่เรื่องพวกพ้อง เป็นเพียงสถานที่รวมตัวกันของกลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งต้องการอำนาจการเมืองไปตอบสนองผลประโยชน์ของฝ่ายตนเองเป็นหลัก ขนานไปกับแนวคิดของฝ่ายกองทัพ ที่เชื่อมั่นว่าฝ่ายกองทัพ “เป็นเจ้าของ” เรื่องการบ้านการเมือง โดยมักอ้างหน้าที่ในการเป็นผู้พิทักษ์ และปกป้องความเป็นราชอาณาจักรของไทย เพื่อเข้ามาควบคุมการเมืองไทยอยู่เสมอ

ความเชื่อ ความปลูกฝัง และการปฏิบัติ ของฝ่ายกองทัพที่ส่งต่อๆ กันมานั้น ส่งผลให้เกิดการรัฐประหารโดยกองทัพมาตลอดอายุการเมืองร่วมสมัยของไทย ซึ่งขัดกับหลักการบริหารปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง

นอกจากนั้น กลุ่มทุนก็ได้เล็งเห็นโอกาสที่จะอาศัยการเอื้อประโยชน์ให้ตนเองผ่านทางช่องทางทางการเมือง จึงพยายามเสริมสร้าง และกระชับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบรรดาแม่ทัพนายกอง รวมทั้งนักการเมือง ซึ่งเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก

ที่ผ่านๆ มา กลุ่มทหารการเมือง กลุ่มธุรกิจการเมือง และกลุ่มการเมืองธุรกิจ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มอภิสิทธิ์ชน ทำการครอบงำสังคมไทย จนกลายเป็นกลุ่มอำนาจนิยมที่ผูกขาดทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยอย่างโดดเด่น

แต่โดยตลอดมาก็ได้มีฝ่ายต่อต้านผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระจุกตัวของอำนาจการเมืองและเศรษฐกิจ เช่น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านความเป็นราชอาณาจักร และแนวคิดขจัดชนชั้น) แต่ก็ไปไม่รอดด้วยสาเหตุหลักหนึ่ง คือขาดการสนับสนุนค้ำจุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อจีนเลือกที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ระดับประเทศ มากกว่าในระดับพรรคต่อพรรค

หลังจากนั้น สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ไทยก็กระจัดกระจาย บางคนก็ล้างมือ บางคนก็เลือกเข้าสวามิภักดิ์ต่อผู้ที่ยื่นมือช่วยเหลือเกื้อกูล หรือให้ประโยชน์ บางคนก็ใฝ่หาแนวร่วม เพื่อจะต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของตนต่อไป (จากป่าสู่เมือง) บ้างก็แฝงตัวในวงการศึกษา คอยปลูกฝังแนวคิดปฏิวัติสังคมของคอมมิวนิสต์ให้กับคนรุ่นต่อๆ มา จนสามารถแตกหน่อไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ และคอยป้อนแนวคิดของตนให้กับคนรุ่นใหม่ ที่เมื่อได้เรียนประวัติศาสตร์บางส่วน ได้รับฟังเรื่องราวการปฏิวัติสังคมของเมืองนอกเมืองนาในอดีตจากปากอาจารย์ ก็เกิดความเคลิบเคลิ้ม คลั่งไคล้ เริ่มนิยมชมชอบกับการมุ่งหาสังคมไร้ชนชั้นขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ดี ณ วันนี้ ฝ่ายกองทัพนั้นไม่เหนียมอายกับการทำตัวเป็นผู้เล่น ผู้บงการการเมืองไทยอย่างในอดีต สังคมไทยจึงได้เห็นความกล้าหาญชาญชัย ความมั่นอกมั่นใจ ความภูมิอกภูมิใจของนายทหารที่เข้ามาเล่นการเมือง ทั้งที่เกษียณแล้ว หรือแม้กระทั่งยังอยู่ในราชการก็ตาม

นอกจากนั้น พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเฉพาะกิจ หรือแม้กระทั่งพรรคที่อ้างว่า เชื่อถือ ชื่นชมประชาธิปไตย ต่างก็ดาหน้าเข้าไปสยบแก่ฝ่ายกองทัพอย่างไร้ยางอาย เพียงเพื่อจักได้มีตำแหน่ง มีอำนาจกับเขาด้วยเท่านั้นก็พอ

ส่วนอีกฝั่งที่ไม่สามารถเข้ามาร่วมสังฆกรรมกับฝ่ายกองทัพได้ นั่นก็เพราะเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในตัวบุคคลแบบเชื่อมั่นในลัทธิผู้นำ และการเมืองแบบประชานิยม ควบคู่กันแบบกลุ่มทุนผูกขาด ซึ่งเจ้าของพรรคดังกล่าวนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทางฝ่ายกองทัพมานานปี

อีกประเด็นหนึ่งก็ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ประกาศว่าไม่เอาทหารการเมือง รวมไปถึงไม่พอใจที่ฝ่ายกองทัพพยายามอิงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง ในการครองอำนาจบริหารประเทศ ซึ่งก็ได้รับคะแนนนิยมจากคนรุ่นใหม่ด้วยการวางตนเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายกองทัพในทุกเรื่องมาเป็นจุดขายและระดมพละกำลัง

แม้จะได้รับโอกาสจากประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาเกินความคาดหมาย แต่จนแล้วจนรอดกลุ่มพรรคคนรุ่นใหม่ก็มัวแต่สาละวนกับเรื่องความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ว่าด้วยบทบาทกองทัพเป็นหลัก จนไม่สามารถดำเนินการที่จับต้องได้ตามที่พรรคการเมืองควรจะเป็น และเมื่อเวลาผ่านไป ก็ดันสะดุดขาตนเองหัวทิ่ม ด้วยวิธีการระดมทุนเข้าพรรคผ่านทางการกู้เงินก้อนใหญ่จากหัวหน้าพรรค ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและหลักประชาธิปไตย ที่ไม่ต้องการให้ใครมาครอบงำพรรคผ่านทางการเป็นนายทุนให้พรรค พรรคดังกล่าวก็เลยถึงแก่ชีวิต ถูกยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี

แต่แกนนำพรรคดังกล่าวก็แสดงความไม่พอใจคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ โดยประกาศแปลงร่างจากพรรคไปเป็นคณะแทน ซึ่งหลังจากนี้ จะมุ่งเล่นการเมืองนอกสภา หรือภาคสาธารณะ และใช้ประเทศเป็นเวทีเร้าอารมณ์แนวร่วม เพื่อเสริมสร้างพละกำลังให้ตนเอง โดยยังขายแนวคิดการขจัดความไม่ชอบธรรมของฝ่ายกองทัพการเมืองและเครือข่ายออกไปจากสนามการเมืองไทย รวมทั้งชูจุดขายว่าตนถูกรังแกจากฝ่ายผู้มีอำนาจที่เป็นเผด็จการ ซึ่งก็ได้ใจกองเชียร์กันไปพอสมควร โดยเฉพาะกับประชาชนไทยวัยเยาว์ วัยศึกษา ที่มักตื่นตัวกับประเด็นเช่นนี้

แล้วความขัดแย้งทางแนวคิดครั้งนี้ ประเทศไทยจะหาทางออกกันอย่างไร หรือจะปล่อยให้อยู่กันแบบต่างฝ่ายต่าง “ตั้งปืน” เข้าใส่กันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศถดถอยอย่างแน่นอน

แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยไม่เสียเลือดเนื้อได้ ผมเองมีความเห็นดังนี้

1.ฝ่ายกองทัพจะต้องดำเนินการปฏิรูปตนเอง และทำการเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยจริงๆ ขึ้นมาด้วยตัวกองทัพเอง รวมทั้งดำเนินการถอนตัวเองออกจากการเมืองไทยอย่างถาวร

2.พรรคการเมืองต้องปฏิรูปตนเอง ให้เป็นพรรคของสมาชิก และตอบสนอง ขึ้นต่อประชาชนพลเมือง และผลประโยชน์ของประเทศชาติ มากกว่าการมุ่งหาประโยชน์เข้ากลุ่มตนจากตำแหน่งต่างๆ ในรัฐบาล

3.กลุ่มทุนต้องเลิกทำตัวสามานย์ เลิกผูกขาด เลิกซื้อข้าราชการ นักการเมือง นักทหารการเมือง และดำเนินการทำธุรกิจแบบมีธรรมาภิบาล ไม่ใช่คิดแต่จะกินรวบ เอารัดเอาเปรียบสังคมอย่างที่เป็นอยู่

4.ทุกหมู่เหล่าโดยฝ่ายรัฐบาลเป็นแกนกลางร่วมจัดทำคำมั่นสัญญาประชาคม ว่าด้วยความเป็นราชอาณาจักรที่เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่ และมีส่วนร่วมในความเป็นไปของประเทศอย่างกว้างขวาง

5.ประชาชนพลเมือง โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาชนสามารถเข้าชื่อถวายฎีกาเพื่อขอให้ทรงวินิจฉัยการแก้ปัญหาบ้านเมือง หรือการจัด “โต๊ะการเมือง” ใหม่หมด

ทั้งนี้ โลกได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเมืองในระบอบเสรีประชาธิปไตยนั้นดีต่อคน ก็ต่อเมื่อใช้ประชาชนเป็นตัวตั้งและประชาชนจะต้องมีอำนาจโดยตรงให้มากที่สุด เพื่อขจัดการผูกขาดใดๆ ทั้งสิ้นออกไปจากวงการเมือง

มิเช่นนั้นแล้ว การเมืองไทยก็จะวนอยู่ในวังวนน้ำเน่าต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด และประชาชนก็ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงว่าวันใดที่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์จะปะทุขึ้นมาเป็นสงครามกลางเมืองกันอีกหน

กษิต ภิรมย์

kasitfb@gmail.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:06 น. สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับสมัครกำลังพลสำรอง ประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา
21:56 น. ไอลอว์ แฉยับ!!! ถังขยะในเขตเลือกตั้ง 1 ชลบุรี ลั่นพยานบุคคลพร้อมให้การ กกต.
21:53 น. แฟนทั่วโลกเศร้า เจมส์ แวน เดอร์ บีค จากไปหลังต่อสู้กับมะเร็ง ในวัย 48 ปี
21:48 น. ทัพเรือฮึ่ม!!! ไล่ตะเพิด 30 เรือประมงต่างชาติรุกน่านน้ำไทย
21:40 น. นายกฯ ร่วมงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯ
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เช็กได้ที่นี่ ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เรียลไทม์ ครบ 400 เขต
'กัน นภัทร'เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ'ฐิสา'เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 13 กุมภาพันธ์ 2569
แพ้แล้วพาลคือการพ่ายแพ้ตลอดกาล
‘ธนาธรไม่ต้องการบริหารประเทศ’
อารมณ์งอแงของ‘พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต’
ข่าวฉาว สำนักงานประกันสังคม กับการตรวจสอบ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไอลอว์ แฉยับ!!! ถังขยะในเขตเลือกตั้ง 1 ชลบุรี ลั่นพยานบุคคลพร้อมให้การ กกต.

แฟนทั่วโลกเศร้า เจมส์ แวน เดอร์ บีค จากไปหลังต่อสู้กับมะเร็ง ในวัย 48 ปี

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ก.พ.69

ทัพเรือฮึ่ม!!! ไล่ตะเพิด 30 เรือประมงต่างชาติรุกน่านน้ำไทย

ศาลเกาหลีใต้สั่งคุก 7 ปี อดีตรมว.มหาดไทย เอี่ยวประกาศกฎอัยการศึก

ตัวแม่มาเอง ฮาย อาภาพร เสิร์ฟลุคผ้าไทยริมเจ้าพระยา

  • Breaking News
  • สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับสมัครกำลังพลสำรอง ประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับสมัครกำลังพลสำรอง ประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา
  • ไอลอว์ แฉยับ!!! ถังขยะในเขตเลือกตั้ง 1 ชลบุรี ลั่นพยานบุคคลพร้อมให้การ กกต. ไอลอว์ แฉยับ!!! ถังขยะในเขตเลือกตั้ง 1 ชลบุรี ลั่นพยานบุคคลพร้อมให้การ กกต.
  • แฟนทั่วโลกเศร้า เจมส์ แวน เดอร์ บีค จากไปหลังต่อสู้กับมะเร็ง ในวัย 48 ปี แฟนทั่วโลกเศร้า เจมส์ แวน เดอร์ บีค จากไปหลังต่อสู้กับมะเร็ง ในวัย 48 ปี
  • ทัพเรือฮึ่ม!!! ไล่ตะเพิด 30 เรือประมงต่างชาติรุกน่านน้ำไทย ทัพเรือฮึ่ม!!! ไล่ตะเพิด 30 เรือประมงต่างชาติรุกน่านน้ำไทย
  • นายกฯ ร่วมงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น นายกฯ ร่วมงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

พ.ศ.2569 : การออกเสียง  ลงประชามติเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พ.ศ.2569 : การออกเสียง ลงประชามติเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

7 ก.พ. 2569

ไทยต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพราะอะไร?

ไทยต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพราะอะไร?

31 ม.ค. 2569

องค์การนาโตถึงกาลเวลาแล้ว?

องค์การนาโตถึงกาลเวลาแล้ว?

24 ม.ค. 2569

ทำไมทรัมป์ถึงเป็นอย่างนี้?

ทำไมทรัมป์ถึงเป็นอย่างนี้?

17 ม.ค. 2569

ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ ภูมิจริยธรรมศาสตร์  เพื่อการอยู่ร่วมกันในโลกกว้าง

ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ ภูมิจริยธรรมศาสตร์ เพื่อการอยู่ร่วมกันในโลกกว้าง

10 ม.ค. 2569

จากปีเก่าสู่ปีใหม่ : เรื่องเดิมๆ แต่คิดใหม่ทำใหมได้

จากปีเก่าสู่ปีใหม่ : เรื่องเดิมๆ แต่คิดใหม่ทำใหมได้

3 ม.ค. 2569

การคว่ำบาตร : เคราะห์กรรมตกอยู่กับใคร

การคว่ำบาตร : เคราะห์กรรมตกอยู่กับใคร

27 ธ.ค. 2568

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติล่าสุดของสหรัฐอเมริกา

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติล่าสุดของสหรัฐอเมริกา

20 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved