วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนให้คิด
เขียนให้คิด

เขียนให้คิด

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
แย่งชิงพระราชอำนาจจากพระมหากษัตริย์ ด้วยข้ออ้างประชาธิปไตย

ดูทั้งหมด

  •  

วันที่ 2 มีนาคม 2477 คือวันที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่จารึกไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชจักรีวงศ์ทรงมีพระราชหัตถเลขาเพื่อทรงประกาศสละราชสมบัติ ในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่พระตำหนักโนล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทรงลงพระปรมาภิไธยท้ายพระราชหัตถเลขา แล้วพระราชทานให้เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐบาลพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา โดยรัฐบาลในขณะนั้นแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไป เข้าเฝ้าฯ

เนื้อหาตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขา มีความว่า


…บัดนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าความประสงค์ของข้าพเจ้าที่จะให้ราษฎร มีสิทธิออกเสียงในนโยบายของประเทศโดยแท้จริงไม่เป็นผลสำเร็จ และเมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่า บัดนี้เป็นอันหมดหนทางที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือหรือให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนได้ต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอสละราชสมบัติและออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์แต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอสละสิทธิของข้าพเจ้าทั้งปวง ซึ่งเป็นของข้าพเจ้าอยู่ในฐานะที่เป็นพระมหากษัตริย์ แต่ข้าพเจ้าขอไว้ซึ่งสิทธิทั้งปวงอันเป็นของข้าพเจ้าแต่เดิมมาก่อนที่ข้าพเจ้าได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์…

ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงนี้อย่างลึกซึ้งคงจะเข้าใจได้ดีว่า อะไรคือมูลเหตุสำคัญที่ทำให้รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ และใครหรือคนกลุ่มใดที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ

หากศึกษาพระราชบันทึกของพระองค์ที่พระราชทานให้รัฐบาลในขณะนั้น เมื่อเดือนธันวาคม 2477 โดยมีข้อความในพระราชหัตถเลขาดังความตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าได้พูดไว้นานแล้วว่า ข้าพเจ้ายอมสละอำนาจของข้าพเจ้าให้แก่ราษฎรทั้งปวง แต่ไม่สมัครใจที่จะสละอำนาจให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะใดคณะหนึ่ง เว้นแต่จะรู้แน่ว่าเป็นความประสงค์ของประชาชนอันแท้จริงเช่นนั้น”

รวมถึงทรงมีพระราชหัตถเลขาเพื่อทรงประกาศสละราชสมบัติหลังจากนั้นในเวลาสามเดือนต่อมาคือ

“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร์”

แน่นอนว่า การที่ทรงประกาศสละราชสมบัตินั้น เป็นเพราะทรงทราบดีว่าจุดยืนทางการเมืองของพระองค์กับของคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือคณะราษฎรไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทรงเห็นว่าพระองค์ไม่อาจจะทรงให้ความดูแลและคุ้มครองพสกนิกรของพระองค์ได้อีกต่อไป

ครั้นเมื่อทรงประกาศสละราชสมบัติแล้ว ทรงใช้พระราชอิสริยยศเดิม คือ สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา และไม่ทรงประกาศแต่งตั้งรัชทายาทแล้วประทับ ณ พระตำหนักโนล ชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี และพระประยูรญาติ ทรงดำเนินชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายครั้นเมื่อรัฐบาลในยุคนั้นพยายามบีบบังคับพระองค์ด้วยการออกคำสั่งให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จฯ ต้องกลับประเทศไทย พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยย้ายไปอยู่ในพระตำหนักใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่าเดิม คือพระตำหนักเกล็นเพ็มเมินต์

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตโดยฉับพลันด้วยพระอาการพระหทัยวาย ขณะที่ทรงมีพระชนมพรรษา 48 พรรษา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2484 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงจัดงานพระบรมศพเป็นการภายใน โดยอัญเชิญพระบรมศพประดิษฐาน ณ พระตำหนักคอมพ์ตัน งานพระบรมศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการจัดบำเพ็ญพระราชกุศลทางศาสนาพุทธเนื่องจากไม่มีพระสงฆ์ และไม่มีการประกอบพระราชพิธีอื่นๆ ตามโบราณราชประเพณีด้วยมีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์ ณ สุสานโกลเดอร์สกรีน เมื่อเสร็จสิ้นการถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว พระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารถูกอัญเชิญกลับไปประดิษฐาน ณ พระตำหนักคอมพ์ตัน

แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงทราบจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถวันเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โดยจัดตามโบราณราชประเพณีทุกประการ

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2492 รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับสู่ประเทศไทย แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้รวมกับพระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้าในพระบรมราชจักรีวงศ์ ในพระบรมมหาราชวังและในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีทักษิณานุปทานอุทิศถวายตามพระราชประเพณี และหลังจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ หอพระบรมอัฐิ ซึ่งอยู่ชั้นบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ส่วนพระบรมราชสรีรางคาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญไปบรรจุไว้ ณ พระพุทธบัลลังก์ของพระพุทธอังคีรสพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

นับเป็นเวลา 80 ปีกว่าแล้วที่คณะราษฎรกระทำการแย่งชิงราชสมบัติไปจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยข้ออ้างว่าเพื่อทำให้ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่นับจากวันนั้นจวบจนถึงวันนี้ ประเทศไทยเคยมีการปกครองตามข้ออ้างของคณะราษฎรบ้างหรือไม่

ความจริงที่วิญญูชนในสังคมไทยประจักษ์ดีคือ ประเทศไทย (สยาม) นับจากวันแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาจนกระทั่งถึงวันนี้ไม่เคยมีการปกครองตามแบบประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย แม้บางยุคบางสมัยอาจจะดูเสมือนว่ามีความเป็นประชาธิปไตยบ้าง แต่ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

เป็นเวลากว่า 80 ปี ที่ประเทศไทยอ้างว่ามีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แต่ข้ออ้างก็คือข้ออ้าง ส่วนความจริงก็คือความจริง เพราะข้ออ้างกับความจริงไม่เคยสอดคล้องกัน

บ้านเมืองของเรามีการเลือกตั้ง สส. แต่การเลือกตั้ง สส. ก็เป็นเพียงพิธีกรรมที่หาความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แม้แต่น้อย เพราะทุกคนรู้ดีว่าการเลือกตั้งในบ้านเมืองของเรานั้นไม่ขาว ไม่สะอาด ไม่โปร่งใส และไม่บริสุทธิ์ แต่ทุกคนก็ยังคงอ้างเพื่อปลอบใจตัวเองว่าบ้านเมืองของเราเป็นประชาธิปไตย

เราจะมีประชาธิปไตยได้อย่างไร ในเมื่อระบบอุปถัมภ์ได้ฝังรากลึกในแผ่นดิน และในความสำนึกของคนไทยจำนวนไม่น้อย เราจะเป็นประชาธิปไตยไปได้อย่างไร ในเมื่อนักการเมืองไทยยังคงซื้อเสียงด้วยกลอุบายต่างๆทั้งด้วยเงิน และด้วยอำนาจเถื่อนอื่นๆ สารพัดรูปแบบ

เราจะเป็นประชาธิปไตยไปได้อย่างไร ในเมื่อคนไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่เคยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นสำคัญ

เราจะเป็นประชาธิปไตยไปได้อย่างไร ในเมื่อนักการเมืองจำนวนไม่น้อยของไทยมีสภาพไม่ต่างไปจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ มาเฟีย นักเลงหัวไม้ โจรห้าร้อย

สำหรับคนไทยที่ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงที่คณะราษฎรแย่งชิงราชสมบัติจากรัชกาลที่ 7 จะรู้ดีว่าพระมหากษัตริย์ไทยทรงถูกกระทำย่ำยีอย่างไรบ้างจากคณะราษฎร

แปดสิบกว่าปีผ่านพ้นไป ไม่เคยมีใครเรียกร้องความชอบธรรมเพื่อถวายคืนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ส่วนกลุ่มคนที่ปล้นราชสมบัติไปจากพระองค์ก็ยังคงอ้างว่าเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นประชาธิปไตย แต่ทว่าคำอ้างของคนที่ปล้นราชสมบัติไปนั้นไม่เคยเป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:50 น. ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%
14:44 น. 2026 ได้ฟังแล้ว! Silly Fools ปล่อยเพลงใหม่ 'ไม่เคยไกลพอ' เมื่ออดีตตามติดเราเหมือนเงา
14:43 น. เรื่องวุ่นอุดรธานี! ‘สาวเข้าบาร์ฝรั่ง’ สั่งของเต็มโต๊ะ-พอเช็กบิลอ้างไม่มีเงิน
14:40 น. อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​
14:38 น. ส่งกำลังใจให้ ‘น้ำหวาน กรรณาภรณ์’ หลังจอประสาทตาขาดทั้ง 2 ข้าง
ดูทั้งหมด
อวสานสายแชท Messenger com จะเลิกให้บริการบนเดสก์ท็อป เมษายน นี้
พระราชินี ฉลองพระองค์ชุดที่ 5 ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็งที่อิตาลี
ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย
เพลง ชนม์ทิดา พูดครั้งแรก โดนขอเลิกแต่ให้เก็บชุดแต่งงานไว้
สวยสะกดมงลง มายมิ้นต์ จิราภรณ์ คว้าตำแหน่งนางสาวไทย 2569
ดูทั้งหมด
เลือกตั้ง สส. โมฆะ ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
มาแล้ว มาแล้ว ผลเลือกตั้ง
นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?
แวดวงการเงิน : 27 กุมภาพันธ์ 2569
หุ้นเด่น : 27 กุมภาพันธ์ 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​

อวสาน บัตร MRT - MRT Plus เลิกใช้ 1 มิ.ย. นี้ เข้าสู่ยุคแตะจ่าย EMV เต็มรูปแบบ

เกิดอะไรขึ้น? นนนี่ ลูก แอน สิเรียม ตัดพ้อหนัก รูปสามีหายเกลี้ยงไอจี

แม่ทัพภาค 2 ลุยจุดบึ้ม ฐานปฏิบัติการเอราวัณ สั่งตรวจซ้ำเข้มทุกตารางนิ้ว

‘การ์ตูน-แจมมี่-อ๋อม-มะเหมี่ยว’แท็กทีมการันตีความมัน ‘7 ประจัญบาน’ เซอร์ไพรส์จัดเต็ม!

ขวัญใจโลกตัวใหม่มาแล้ว สวนสัตว์แอริโซนาเปิดตัว เจลลี่บีน ลูกฮิปโปแคระ ความน่ารักสูสีพี่หมูเด้ง

  • Breaking News
  • ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100% ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%
  • 2026 ได้ฟังแล้ว! Silly Fools ปล่อยเพลงใหม่  \'ไม่เคยไกลพอ\' เมื่ออดีตตามติดเราเหมือนเงา 2026 ได้ฟังแล้ว! Silly Fools ปล่อยเพลงใหม่ 'ไม่เคยไกลพอ' เมื่ออดีตตามติดเราเหมือนเงา
  • เรื่องวุ่นอุดรธานี! ‘สาวเข้าบาร์ฝรั่ง’ สั่งของเต็มโต๊ะ-พอเช็กบิลอ้างไม่มีเงิน เรื่องวุ่นอุดรธานี! ‘สาวเข้าบาร์ฝรั่ง’ สั่งของเต็มโต๊ะ-พอเช็กบิลอ้างไม่มีเงิน
  • อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​ อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​
  • ส่งกำลังใจให้ ‘น้ำหวาน กรรณาภรณ์’ หลังจอประสาทตาขาดทั้ง 2 ข้าง ส่งกำลังใจให้ ‘น้ำหวาน กรรณาภรณ์’ หลังจอประสาทตาขาดทั้ง 2 ข้าง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

22 ก.พ. 2569

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

15 ก.พ. 2569

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

8 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

1 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

25 ม.ค. 2569

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

18 ม.ค. 2569

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

11 ม.ค. 2569

นักการเมืองไทยกับการสร้างภาพลวงโลก

นักการเมืองไทยกับการสร้างภาพลวงโลก

4 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved