วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
ในบรรดาแกนนำม็อบและแนวร่วมม็อบที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ มีเพียงคดีเดียวที่มีการดำเนินคดีในความผิดฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110
1. ล่าสุด ในคดีนี้ ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ และจำเลยอีก 2 คน
โดยคดีนี้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 5 ใน 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110, ข้อหามั่วสุมกันโดยใช้กำลังประทุษร้ายทำให้เกิดการวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, กีดขวางทางสาธารณะ และกีดขวางการจราจร
2. สำหรับคดีนี้ ในแฟนเพจศูนย์ทนายฯ ซึ่งช่วยดูแลคดีให้กับฝ่ายจำเลย ได้เปิดเผยรายละเอียด ระบุว่า
อัยการบรรยายฟ้อง สรุปว่า จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดี มีพฤติการณ์ทำความผิดดังต่อไปนี้
ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการชุมนุมชื่อ “เพราะเราทุกคนคือคณะราษฎร และคณะราษฎรยังไม่ตาย” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ซึ่งในวันดังกล่าวทางราชการมีหมายกำหนดการขบวนเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ผ่านไปยังสถานที่ใกล้เคียงกับสถานที่ชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว โดยได้มีประชาชนและกลุ่มคนไทยรักในหลวง ซึ่งส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีเหลืองมาคอยเฝ้าฯรับเสด็จ
เวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนเดินเท้าไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล โดยตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ตั้งเครื่องกีดขวางเป็นแนวรั้งหน่วงหลายจุด จึงเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนที่ไปได้ช้า ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน ซึ่งรวมทั้งจำเลยทั้ง 5 ได้แยกตัวออกจากขบวน โดยเดินล่วงหน้าไปรวมตัวกันบริเวณถนนพิษณุโลก ใกล้ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรอขบวนใหญ่ดังกล่าว
ขณะนั้น ตลอดเส้นทางถนนพิษณุโลกยังไม่ได้มีการปิดการจราจรเนื่องจากยังต้องดำรงไว้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ตามหมายกำหนดการเสด็จฯของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ไปทรงบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐินประจำปี 2563 ณ วัดราชโอรสาราม
เวลา 17.00 น. ขบวนเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯดังกล่าว เป็นเส้นทางเดิมที่กำหนดคือจากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังวัดราชโอรสาราม โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถวายอารักขารักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรตามเส้นทางขบวนเสด็จฯดังกล่าว
ในช่วงเวลานั้น นายเอกชัย นายบุญเกื้อหนุน นายสุรนาถ และประชาชนอีก 2 คนได้บังอาจร่วมมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยจำเลยทั้งห้ากับผู้ชุมนุมจำนวนหลายร้อยคนได้ลงมายืนบนพื้นผิวจราจรบนถนนพิษณุโลกช่วงตั้งแต่หน้าประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล จนถึงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ในขณะที่พื้นผิวจราจรบริเวณดังกล่าวและตลอดเส้นทางบนถนนได้กำหนดใช้เป็นเส้นทางเสด็จทางพระราชดำเนิน การรวมตัวดังกล่าว เป็นไปในลักษณะกีดขวางการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร
.jpg)
ในขณะที่รถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ กำลังแล่นขึ้นสู่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อมุ่งหน้าไปแยกนางเลิ้ง ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนตั้งแถวปิดหน้ารถยนต์พระที่นั่ง เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้รถยนต์พระที่นั่งได้ แล้วจัดแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนเป็นแถวคู่ขนานด้านซ้ายขวาของขบวนเสด็จพระราชดำเนินตลอดแนวขบวน เพื่อเป็นแนวสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาประชิดขบวนเสด็จฯ
ในเวลานั้น นายเอกชัย นายบุญเกื้อหนุน และจำเลยที่ 5 ยืนนำหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากหลายร้อยคน ซึ่งมีนายสุรนาถ และจำเลยที่ 4 รวมอยู่ด้วยได้บังอาจร่วมกันประทุษร้ายต่อเสรีภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ
โดยนายเอกชัยเป็นผู้สั่งการนำ นายบุญเกื้อหนุน นายสุรนาถ จำเลยที่ 4 และ ที่ 5 พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายร้อยคนดังกล่าว เดินเข้าไปขัดขวางเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ร่วมกันใช้กำลังผลักดันแถวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน แต่เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวไม่สามารถต้านทานแรงผลักดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนเพื่อเปิดเส้นทางนำขบวนเสด็จฯของพระราชินีได้ นายสุรนาถจึงได้สั่งการให้จำเลยและพวกกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวนั่งลงบนถนนพิษณุโลก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนไม่สามารถนำขบวนเสด็จพระราชดำเนินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต่อได้
ทั้งนี้ จำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวได้ลงมือกระทำผิดประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลสมดังเจตนาของจำเลยทั้งห้ากับพวก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเสริมบริเวณด้านหน้าแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จำเลยทั้งห้าจึงได้ยอมถอยออกไปจากเส้นทางขบวนเสด็จพระราชดำเนินดังกล่าว แต่ยังยืนอยู่บนถนนพิษณุโลก นายเอกชัยและจำเลยที่ 4 ถึง ที่ 5 กับพวกดังกล่าวได้ชูสัญลักษณ์สามนิ้วใส่ขบวนเสด็จพระราชดำเนิน อันเป็นการร่วมกันประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
ในท้ายคำฟ้องยังระบุว่า นายเอกชัยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายเอกชัยได้พ้นโทษในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 และได้มากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษดังกล่าว นายเอกชัยได้กระทำผิดในขณะที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี และมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ จึงขอให้ศาลเพิ่มโทษจำคุกที่จะลงแก่นายเอกชัย 1 ใน 3 ด้วย
ศาลอาญากำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 09.00 น.
3. ย้ำว่า ข้อมูลรายละเอียดข้างต้น มาจากแฟนเพจของศูนย์ทนายความฯซึ่งช่วยดูแลคดีของฝ่ายจำเลยเอง
เพราะฉะนั้น รายละเอียด ความครบถ้วนของประเด็น ข้อมูลข้อเท็จจริงจึงไม่อาจยืนยันได้
แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุการณ์สะเทือนความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทย เพราะไม่เคยมีม็อบไหนกระทำการอุกอาจถึงขนาดนี้มาก่อน
เหตุการณ์ดังกล่าว ถูกบันทึกภาพถ่าย คลิป และมีพยานในที่เกิดเหตุมากมาย
อัยการ ทนายของแผ่นดิน จะต้องแสวงหาข้อมูลหลักฐาน นำเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ มิฉะนั้น ย่อมจะกระทบความเชื่อถือขององค์กรอัยการเอง
น่าสนใจว่า คดีนี้ สุดท้ายแล้ว จะจบอย่างไร
สารส้ม

ปตท.-บางจาก ประกาศราคาใหม่ ดีเซลพรีเมียม ทะลุลิตรละ 70 บาท
มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม
ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลฐานปฏิบัติการ เนิน 469-เนิน 741 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
แผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนไกลถึงปากีสถาน-อินเดีย
โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี