Logo วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บ้านเกิดเมืองนอน
บ้านเกิดเมืองนอน

บ้านเกิดเมืองนอน

สิริอัญญา
วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.
พระสมเด็จวัดระฆัง (ตอนที่8-จบ)

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

พระสมเด็จงานหลวงรุ่นเมฆพัตรนั้นออกแบบโดยกรมช่างสิบหมู่ และใช้พุทธลักษณะแบบพิมพ์พระหลายแบบ คือแบบสุโขทัย แบบอู่ทอง แบบพระแก้ว แบบพระประธานวัดระฆัง และแบบพระสังกัจจายน์ แต่ก็ยังจำแนกได้อีกสองแบบ

คือแบบที่ใช้ปรอทซึ่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ มีลักษณะเป็นของเหลวเคลื่อนไหวได้ มีสีสันแวววาววามผสมกับโลหะหลัก 3 ชนิด คือทอง เงิน และทองแดง และแบบนี้จะไม่มีแผ่นทองปิดที่ฐานพระ


อีกแบบหนึ่งเป็นแบบผสมด้วยปรอท โลหะสำคัญ และแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็กขวานฟ้า เหล็กสัตตโลหะ เพชรหน้าทั่ง รวมทั้งอัญมณีด้วย โดยเป็นอัญมณีประเภทโมราทั้งแดงและเขียว รวมทั้งอัญมณีที่มีสีน้ำเงิน สีแดง สีเหลืองสีเขียว และพระสมเด็จรุ่นนี้จะมีแผ่นทองเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาดประมาณเกือบ 1 ตารางเซนติเมตร ปิดอยู่ที่ฐานพระ มีข้อความว่าพระธาตุ ขรัวโต และ 2401 และ 2411 ตามเวลาที่จัดทำนั้น

จึงทำให้พระสมเด็จรุ่นนี้มีลักษณะพิเศษมาก คือถ้าดูในลักษณะประเภทของโลหะก็จะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นโลหะชนิดใด เพราะจะว่าเป็นทอง เป็นเงิน ทองแดง เหล็ก ทองเหลือง ก็ไม่สามารถบอกได้เพราะมีการผสมหลอมโลหะที่พิเศษอย่างยิ่ง

และถ้าดูโดยสีก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสีอะไร เพราะไม่มีลักษณะเป็นสีเฉพาะตามสีทั้งหลายที่รู้จักกันคือม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

ดังนั้นการที่ไม่สามารถระบุได้ว่าพระรุ่นนี้เป็นโลหะชนิดใดและสีอะไรจึงเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง ที่ไม่มีพระสมเด็จรุ่นไหนหรือไม่มีโลหะชนิดใดเปรียบเทียบได้

ที่สำคัญ พระสมเด็จรุ่นนี้ยังผสมด้วยเหล็กไหลด้วย แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับการใช้เหล็กไหลผสมในแต่ละองค์ บางองค์ก็มีมวลเหล็กไหลมาก มีพลังดูดเหมือนแม่เหล็กที่แรงมาก บางองค์ก็มีมวลเหล็กไหลน้อย มีพลังดูดน้อยลง ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของพระรุ่นนี้

เพราะลักษณะพิเศษเกี่ยวกับมวลสารที่มีทั้งของเหลว โลหะ หิน และอัญมณี จึงไม่สามารถหลอมโดยวิธีการหลอมโลหะปกติได้ ว่ากันว่าในการทำพิธีหลอมนั้นต้องใช้วิธีการเจริญเตโชกสิณหรือกสิณธาตุไฟ ซึ่งต้องใช้ภูมิธรรมขั้นสูงคือมีพลังแห่งจิตสูงมาก นั่นก็คือมีพลังจิตในขั้นจตุตถฌานในระดับที่มีความแก่กล้าขั้นสูง ซึ่งในยุคนั้นพระมหาเถระที่ทรงคุณธรรมขั้นนี้มีไม่กี่รูป และในจำนวนนี้ก็มีเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ด้วย

ได้ฟังมาว่าการจัดทำพระรุ่นนี้เมื่อจัดทำแบบพิมพ์พระเสร็จแล้วและมีการเจริญเตโชกสิณหลอมมวลสารแล้วก็จะได้มวลสารที่มีลักษณะนุ่มเหมือนดินน้ำมัน จากนั้นจึงใช้มวลสารที่นุ่มนั้นพิมพ์ลงในแบบพิมพ์พระก็จะได้องค์พระ แต่ยังมีลักษณะนุ่มเหมือนดินน้ำมันดังเดิม

จึงต้องเจริญปฐวีกสิณหรือกสิณธาตุดิน ซึ่งเป็นการหลอมรวมให้องค์พระที่มีลักษณะนุ่มแบบดินน้ำมันนั้นแข็งตัวเป็นของแข็งตามคุณลักษณะที่ผสมไว้ คือเป็นโลหะผสม และมีการตรึงด้วยพระคาถาที่ตรึงปรอทไว้ประจำองค์พระตลอดกาล

ด้วยเหตุนี้พระรุ่นเมฆพัตรจึงต้องทำทีละองค์ ได้ทราบมาว่ามีการจัดทำทั้งหมด 227 องค์ ตามจำนวนข้อบัญญัติในพระวินัย แต่อีกกระแสหนึ่งก็ว่าได้จัดทำขึ้นตามจำนวนอักขระในบทพระคาถาไตรสรณคมน์คือบทพระคาถาอิติปิโส สวากขาโต และสุปฏิปันโน ดังนั้นจำนวนองค์พระที่จัดทำจะมีจำนวนเท่าใดจึงมีสองกระแสดังที่พรรณนามานี้ จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจำนวนจริงมีจำนวนเท่าใดกันแน่

หลังจากการจัดทำแล้วเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จึงทำพิธีปลุกเสกด้วยตัวเอง ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ก็ชราภาพแล้วแต่น่าจะเป็นช่วงก่อนที่จะดับขันธ์ 2-5 ปี พระสมเด็จรุ่นนี้ได้ทราบมาว่าได้แจกจ่ายให้แก่ฝ่ายทหารเป็นหลัก มีบ้างที่แจกจ่ายให้พระบรมวงศานุวงศ์ และส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ที่เจ้าหน้าที่กระทรวงวัง และต่อมาก็ได้กระจัดกระจายกันออกสู่ภายนอก

พระสมเด็จรุ่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพิ่งมาปรากฏหลัง พ.ศ. 2548-2552 แต่ก็หาชมได้ยากมากและไม่มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นจึงไม่ได้รับการยอมรับถึงความมีอยู่และถูกตีว่าเป็นของปลอมจนถึงบัดนี้

แต่เมื่อพระรุ่นนี้ปรากฏขึ้นก็มีผู้คิดทำปลอมขึ้น แม้กระนั้นก็อย่าได้ถือว่าเป็นพระปลอมเลย เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระสมเด็จทุกองค์ นอกจากมีมาแต่เหตุมวลสารที่เป็นส่วนประกอบผสมแล้วที่สำคัญคือมีความศักดิ์สิทธิ์เพราะพระคาถาชินบัญชร ดังที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เคยถวายวิสัชนาให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบนั่นเอง

ว่ากันว่าต้นแบบเดิมของพระคาถาชินบัญชรนั้นมาจากศรีลังกา และเจ้าประคุณสมเด็จได้ร่ำเรียนมาและได้ปรับปรุงให้เป็นแบบฉบับของวัดระฆัง ดังที่วัดระฆังได้จัดพิมพ์เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ร่ำเรียนนั่นเอง

พระคาถาชินบัญชรแปลว่าหน้าต่างของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีความหมายว่าบทพระคาถานี้จะทำให้เห็นพระพุทธเจ้านั่นคือเห็นธรรม และในเชิงโลกุตระการเห็นธรรมดังกล่าวก็คือการเห็นธรรมที่พระอัญญาโกณฑัญญะได้เห็นเมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรในการปฐมเทศนา คือเห็นว่าสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา อันเป็นโลกุตระธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา

และพุทธลักษณะที่เป็นระฆังครอบก็มีความหมายถึงระฆังกายสิทธิ์ หรือกำแพงกายสิทธิ์ ที่จะคุ้มครองผองสรรพภัยไม่ให้กล้ำกราย แต่จะคุ้มครองในระยะรัศมีจากองค์พระเท่าใดแต่ละคนก็ย่อมสัมผัสได้ด้วยตนเอง เพราะพระสมเด็จบางองค์นั้นมีอานุภาพคุ้มครองสรรพภัยได้ในรัศมีตั้งแต่ 100-500 เมตร ก็มี

ดังนั้น บรรดาผู้ศรัทธาในพระสมเด็จจึงพึงร่ำเรียนพระคาถาชินบัญชรเถิด (จบ)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
16:25 น. น้องมันร้าย'รุ่นพี่ที่เคารพ'เพลงใหม่จาก'ก้ำ ศุภเชษฐ์'หยอดไม่พัก โหมดอ้อนขั้นสุด
16:23 น. มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
16:21 น. จากหน้าจอสู่หน้ากระดาษ'ตั๊ก นภัสรัญชน์'พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เปิดตัวหนังสือ 'ท้องอิ่ม ถิ่นไทย'
16:17 น. ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด
16:12 น. อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
ดูทั้งหมด
เมื่อเครื่องมือวัดเริ่มคลาดเคลื่อน ทบทวน ITA ในบริบทไทย
นักปล้นบันลือโลก
ธัมมชโย อยู่ไหน? คดีแพ่งเกี่ยวทรัพย์สินธรรมกาย ยังเดินต่อ
AI เร็วเกินคาด : จากจุดเริ่มต้นเล็กๆสู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
พรรคประชาชนจบที่รุ่น‘เท้ง’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิด 3 เหตุผล! รัฐไม่ประกาศ เขตภัยพิบัติ ฝุ่นภาคเหนือ แม้เชียงใหม่วิกฤตหนัก

เริ่มแล้ว สิ้นสุดการเตือน เช็ก 10 ข้อหาหลัก ใครฝ่าฝืนโดนจับ ปรับจริง

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569

3 ลูกเทพ รมช.มท. นำพวงมาลัย กราบขอบคุณ นายกฯ หลังไว้ใจให้นั่งเก้าอี้ครม.อนุทิน2

เลยร้อนสะสม เช้าหนาว-บ่ายร้อนจัด 40 องศาฯ ลุ้นพายุฝนช่วยคลายร้อน

  • Breaking News
  • น้องมันร้าย\'รุ่นพี่ที่เคารพ\'เพลงใหม่จาก\'ก้ำ ศุภเชษฐ์\'หยอดไม่พัก โหมดอ้อนขั้นสุด น้องมันร้าย'รุ่นพี่ที่เคารพ'เพลงใหม่จาก'ก้ำ ศุภเชษฐ์'หยอดไม่พัก โหมดอ้อนขั้นสุด
  • มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69 มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
  • จากหน้าจอสู่หน้ากระดาษ\'ตั๊ก นภัสรัญชน์\'พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เปิดตัวหนังสือ \'ท้องอิ่ม ถิ่นไทย\' จากหน้าจอสู่หน้ากระดาษ'ตั๊ก นภัสรัญชน์'พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เปิดตัวหนังสือ 'ท้องอิ่ม ถิ่นไทย'
  • ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด
  • อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

บ้านเกิดเมืองนอน : 30 พฤศจิกายน 2567

บ้านเกิดเมืองนอน : 30 พฤศจิกายน 2567

30 พ.ย. 2567

ยิ่งลักษณ์จะกลับไทยก่อนสงกรานต์ปีหน้าหรือไม่

ยิ่งลักษณ์จะกลับไทยก่อนสงกรานต์ปีหน้าหรือไม่

26 พ.ย. 2567

ทรัมป์อาจชวดนั่งทำเนียบขาว

ทรัมป์อาจชวดนั่งทำเนียบขาว

23 พ.ย. 2567

อย่าหวังความเปลี่ยนแปลงจากชัยชนะของทรัมป์

อย่าหวังความเปลี่ยนแปลงจากชัยชนะของทรัมป์

19 พ.ย. 2567

ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง...ชนวนระเบิดสองพรรค

ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง...ชนวนระเบิดสองพรรค

16 พ.ย. 2567

ต้องร่วมกันพิทักษ์ความศักดิ์สิทธิ์ของความยุติธรรม

ต้องร่วมกันพิทักษ์ความศักดิ์สิทธิ์ของความยุติธรรม

12 พ.ย. 2567

โลกหลังทรัมป์คืนทำเนียบขาว

โลกหลังทรัมป์คืนทำเนียบขาว

9 พ.ย. 2567

ชัยชนะของจีนในเวทีต่างประเทศ

ชัยชนะของจีนในเวทีต่างประเทศ

5 พ.ย. 2567

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved