Logo วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันศุกร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.
การผูกขาดธุรกิจในประเทศไทย โดยนายทุนที่มีอำนาจรัฐหนุนหลัง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การควบรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทคนั้น ถ้าหากไม่คิดอะไรมากมายนัก อาจเป็นเพราะว่าคิดไม่เป็น ไม่อยากคิดหรือคิดถึงไม่ ก็คงจะอ้างได้ว่ามันเป็นแค่การร่วมมือทางธุรกิจของนายทุนสองกลุ่ม ซึ่งก็นับเป็นเรื่องปกติที่นายทุนจะทำความตกลงร่วมกันเพื่อแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างกัน 

แต่หากคิดให้ลึกแล้ว เรื่องนี้ไม่น่าจะธรรมดา เพราะมันเข้าข่ายการสมยอมทางธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งการสมยอมเช่นนี้ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้บริโภคไม่สามารถมีทางเลือกในการใช้บริการได้มากมายนัก ครั้นจะบอกว่าเข้าข่ายมัดมือชกผู้บริโภคก็อาจจะพูดแบบนั้นได้ไม่เต็มปากมากนัก แม้หลายคนอาจจะคิดทำนองนั้นก็ตาม 


การรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทคที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้ ทำให้หลายคนจับตามองว่าภาครัฐของไทยมีความรู้สึกรู้สมอะไรกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่ และมากน้อยเพียงใดโดยเฉพาะหน่วยงานหนึ่งที่ชื่อ กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) กำลังถูกสาธารณชนวิพากษ์ว่าทำหน้าที่ของตนเองได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน บางคนวิพากษ์หนักไปถึงขั้น หากปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยง่ายดายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมี กสทช. ให้เสียเงินงบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป เพราะเปล่าประโยชน์ หาคุณค่าใดๆ ไม่ได้แม้แต่น้อย 

หลายคนที่ติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิดวิพากษ์ว่า การที่สองบริษัทสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ง่ายดายก็เพราะ กสทช. ไม่มีน้ำยา และยังเปิดช่องให้มีการกระทำแบบนี้ได้อีก โดยเฉพาะประเด็นการโอนคลื่นความถี่ให้กันและกันได้โดยง่ายดาย ซึ่งที่ผ่านมา เราทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า กสทช. มีน้ำยาในการทำงานมากน้อยแค่ไหน กับการบริหารจัดการทีวีดิจิทัลซึ่งมีการโอนคลื่นกันเละเทะไปแล้ว หลังจาก กสทช. ตะบี้ตะบันปล่อยให้มีทีวีดิจิทัลเต็มบ้านเต็มเมือง แต่สุดท้ายก็เหลวเละไม่เป็นท่าดังที่ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ ไปแล้ว มาล่าสุดก็ปล่อยให้มีการโอนคลื่นความถี่ของระบบโทรคมนาคมได้อีก 

อันที่จริง คนไทยที่มีปัญญาต่างรู้ดีมาโดยตลอดว่าธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทยนั้นอยู่ในสภาพเสมือนผูกขาดมาโดยตลอด ถึงแม้จะมี operator ให้บริการอยู่ 2-3 รายก็ตาม แต่ก็พบว่ายังอยู่ในสภาพไม่ต่างจากการถูกผูกขาดมากนัก ดังนั้นเมื่อมีข่าวทรูกับดีแทคจะรวมกิจการเข้าด้วยกัน ก็จึงเท่ากับประกาศให้สาธารณชนรู้ว่านี่คือการควบรวมกิจการ  

ถามว่า การกระทำเช่นนี้ใครได้ใครเสีย คำตอบคือคนได้ก็คือผู้ประกอบการที่อยู่ในสภาพเสมือนผูกขาดธุรกิจนี้อยู่ในกำมือมาโดยตลอด ส่วนคนเสียก็คือประชาชน ผู้บริโภคที่ต้องตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบตลอดปีตลอดชาติ ถามว่าทุกวันนี้มีประชาชนกี่คนที่ไม่ต้องใช้ระบบโทรศัพท์มือถือและไม่ต้องใช้อินเตอร์เนตบ้าง นี่คือกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด 

ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังพูดถึง 5G และ 6Gแบบเสรีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คนไทยกลับต้องมาพูดถึง 5 และ6 G ที่อาจจะถูกผูกขาดในกำมือของนายทุนเพียง 1-2 รายเท่านั้น เมื่อมีผู้แข่งขันให้บริการน้อยราย รัฐก็ไม่ต้องหวังจะเก็บภาษีจากผู้ประกอบการได้มากมาย แต่ทว่าคนที่ต้องแบบรับภาระคือผู้บริโภค เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลเพ้อว่าประเทศไทยจะเป็น digital economy จึงดูจะห่างไกลออกไปอีก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:02 น. สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
22:01 น. คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
21:55 น. ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
21:44 น. ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
21:42 น. ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 2 เมษายน 2569
เมื่อเครื่องมือวัดเริ่มคลาดเคลื่อน ทบทวน ITA ในบริบทไทย
นักปล้นบันลือโลก
ธัมมชโย อยู่ไหน? คดีแพ่งเกี่ยวทรัพย์สินธรรมกาย ยังเดินต่อ
AI เร็วเกินคาด : จากจุดเริ่มต้นเล็กๆสู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน

คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท

ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์

ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ

เท้ง ย้ำ PM2.5 เรื่องใหญ่ กระทบเศรษฐกิจ สาธารณสุข ต้องแก้ทั้งระบบ

ด่วน! ทรัมป์ โพสต์อวดโลก อิหร่านเพิ่งขอให้หยุดยิง สหรัฐฯเดินหน้ายื่นเงื่อนไข

  • Breaking News
  • สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
  • คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
  • ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
  • ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
  • ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์ ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อย่าคิดว่าชีวิตจะเหมือนเดิม

อย่าคิดว่าชีวิตจะเหมือนเดิม

1 เม.ย. 2569

ราคาน้ำมันสู้ต่อไปยังไงก็แพ้

ราคาน้ำมันสู้ต่อไปยังไงก็แพ้

31 มี.ค. 2569

ยกสองต้องห้ามพลาด

ยกสองต้องห้ามพลาด

30 มี.ค. 2569

วิกฤตราคาน้ำมัน  กับการหาทางออกที่ยั่งยืน

วิกฤตราคาน้ำมัน กับการหาทางออกที่ยั่งยืน

28 มี.ค. 2569

ใช้ยาแรงก็ต้องเอาให้อยู่

ใช้ยาแรงก็ต้องเอาให้อยู่

27 มี.ค. 2569

รอยยิ้มเรือไทยที่ฮอร์มุซ  ความสำเร็จของการทูตเชิงรุก

รอยยิ้มเรือไทยที่ฮอร์มุซ ความสำเร็จของการทูตเชิงรุก

26 มี.ค. 2569

ทำลายของกลางสินค้าเถื่อน

ทำลายของกลางสินค้าเถื่อน

25 มี.ค. 2569

สังคมหวั่นไหวกับวิกฤตน้ำมัน

สังคมหวั่นไหวกับวิกฤตน้ำมัน

24 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved