Logo วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันศุกร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.
การผูกขาดธุรกิจในประเทศไทย โดยนายทุนที่มีอำนาจรัฐหนุนหลัง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การควบรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทคนั้น ถ้าหากไม่คิดอะไรมากมายนัก อาจเป็นเพราะว่าคิดไม่เป็น ไม่อยากคิดหรือคิดถึงไม่ ก็คงจะอ้างได้ว่ามันเป็นแค่การร่วมมือทางธุรกิจของนายทุนสองกลุ่ม ซึ่งก็นับเป็นเรื่องปกติที่นายทุนจะทำความตกลงร่วมกันเพื่อแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างกัน 

แต่หากคิดให้ลึกแล้ว เรื่องนี้ไม่น่าจะธรรมดา เพราะมันเข้าข่ายการสมยอมทางธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งการสมยอมเช่นนี้ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้บริโภคไม่สามารถมีทางเลือกในการใช้บริการได้มากมายนัก ครั้นจะบอกว่าเข้าข่ายมัดมือชกผู้บริโภคก็อาจจะพูดแบบนั้นได้ไม่เต็มปากมากนัก แม้หลายคนอาจจะคิดทำนองนั้นก็ตาม 


การรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทคที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้ ทำให้หลายคนจับตามองว่าภาครัฐของไทยมีความรู้สึกรู้สมอะไรกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่ และมากน้อยเพียงใดโดยเฉพาะหน่วยงานหนึ่งที่ชื่อ กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) กำลังถูกสาธารณชนวิพากษ์ว่าทำหน้าที่ของตนเองได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน บางคนวิพากษ์หนักไปถึงขั้น หากปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยง่ายดายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมี กสทช. ให้เสียเงินงบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป เพราะเปล่าประโยชน์ หาคุณค่าใดๆ ไม่ได้แม้แต่น้อย 

หลายคนที่ติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิดวิพากษ์ว่า การที่สองบริษัทสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ง่ายดายก็เพราะ กสทช. ไม่มีน้ำยา และยังเปิดช่องให้มีการกระทำแบบนี้ได้อีก โดยเฉพาะประเด็นการโอนคลื่นความถี่ให้กันและกันได้โดยง่ายดาย ซึ่งที่ผ่านมา เราทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า กสทช. มีน้ำยาในการทำงานมากน้อยแค่ไหน กับการบริหารจัดการทีวีดิจิทัลซึ่งมีการโอนคลื่นกันเละเทะไปแล้ว หลังจาก กสทช. ตะบี้ตะบันปล่อยให้มีทีวีดิจิทัลเต็มบ้านเต็มเมือง แต่สุดท้ายก็เหลวเละไม่เป็นท่าดังที่ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ ไปแล้ว มาล่าสุดก็ปล่อยให้มีการโอนคลื่นความถี่ของระบบโทรคมนาคมได้อีก 

อันที่จริง คนไทยที่มีปัญญาต่างรู้ดีมาโดยตลอดว่าธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทยนั้นอยู่ในสภาพเสมือนผูกขาดมาโดยตลอด ถึงแม้จะมี operator ให้บริการอยู่ 2-3 รายก็ตาม แต่ก็พบว่ายังอยู่ในสภาพไม่ต่างจากการถูกผูกขาดมากนัก ดังนั้นเมื่อมีข่าวทรูกับดีแทคจะรวมกิจการเข้าด้วยกัน ก็จึงเท่ากับประกาศให้สาธารณชนรู้ว่านี่คือการควบรวมกิจการ  

ถามว่า การกระทำเช่นนี้ใครได้ใครเสีย คำตอบคือคนได้ก็คือผู้ประกอบการที่อยู่ในสภาพเสมือนผูกขาดธุรกิจนี้อยู่ในกำมือมาโดยตลอด ส่วนคนเสียก็คือประชาชน ผู้บริโภคที่ต้องตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบตลอดปีตลอดชาติ ถามว่าทุกวันนี้มีประชาชนกี่คนที่ไม่ต้องใช้ระบบโทรศัพท์มือถือและไม่ต้องใช้อินเตอร์เนตบ้าง นี่คือกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด 

ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังพูดถึง 5G และ 6Gแบบเสรีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คนไทยกลับต้องมาพูดถึง 5 และ6 G ที่อาจจะถูกผูกขาดในกำมือของนายทุนเพียง 1-2 รายเท่านั้น เมื่อมีผู้แข่งขันให้บริการน้อยราย รัฐก็ไม่ต้องหวังจะเก็บภาษีจากผู้ประกอบการได้มากมาย แต่ทว่าคนที่ต้องแบบรับภาระคือผู้บริโภค เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลเพ้อว่าประเทศไทยจะเป็น digital economy จึงดูจะห่างไกลออกไปอีก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. ไปรษณีย์ตราดแตก ยอดส่งทุเรียนพุ่งหลังสงกรานต์วันละพันกล่อง คาดคึกคักยาวถึงกรกฎาคม
21:38 น. ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม
21:26 น. พรุ่งนี้ ดีเซล ลด 1.50 บาท น้ำมันชนิดอื่นคงเดิม
21:23 น. เท้งโอดครวญหนักมาก ไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้แทนราษฎร’
21:16 น. ผู้ว่าฯเลย รุดพิสูจน์ปลาแข้ตุ่มพอง คาดแค่ติดเชื้อปรสิต ผลตรวจน้ำโขงปกติ รอแล็บยันสาเหตุ
ดูทั้งหมด
เปิดบรรยากาศบ้านสวนในฝันและรอยยิ้มสุดท้ายของ'แดนนี่ ศรีภิญโญ'
'ซาร่า'ควง 'แดเรอล์ ยัง'เปิดใจ 2 ปีพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำบทเรียนรักที่เกือบปล่อยมือ
รู้จักตัวตน สว.ประทุม วงสวัสดิ์ เจ้าของวาทะ อาหารกลางวันสว. คือเกียรติยศ
คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
พรรคส้มแพ้อีก เลือกเทศบาลบางแก้ว
ดูทั้งหมด
ไม่เก็บภาษี…… ค่าทิป และ ค่าล่วงเวลา
ป่าทึบแห่งการเมือง?
สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 2544 กองทัพเรือพร้อมปกป้องอธิปไตยทางทะเล
บุคคลแนวหน้า : 24 เมษายน 2569
Fake Monk ร้ายกว่า Fake news ผ่าตัดโครงสร้างสงฆ์ไทย : เมื่อศาสนจักรโรยรา อาณาจักรต้องไม่เพิกเฉย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม

พรุ่งนี้ ดีเซล ลด 1.50 บาท น้ำมันชนิดอื่นคงเดิม

เท้งโอดครวญหนักมาก ไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้แทนราษฎร’

ผู้ว่าฯเลย รุดพิสูจน์ปลาแข้ตุ่มพอง คาดแค่ติดเชื้อปรสิต ผลตรวจน้ำโขงปกติ รอแล็บยันสาเหตุ

กบน.เคาะแล้ว ลดราคาดีเซล 1.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้

ฟีฟ่า ย้ำอิหร่านลงแข่งตามเดิม หลังผู้แทนฯทรัมป์ดันทีมชาติอิตาลีเสียบแทน

  • Breaking News
  • ไปรษณีย์ตราดแตก ยอดส่งทุเรียนพุ่งหลังสงกรานต์วันละพันกล่อง คาดคึกคักยาวถึงกรกฎาคม ไปรษณีย์ตราดแตก ยอดส่งทุเรียนพุ่งหลังสงกรานต์วันละพันกล่อง คาดคึกคักยาวถึงกรกฎาคม
  • ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม
  • พรุ่งนี้ ดีเซล ลด 1.50 บาท น้ำมันชนิดอื่นคงเดิม พรุ่งนี้ ดีเซล ลด 1.50 บาท น้ำมันชนิดอื่นคงเดิม
  • เท้งโอดครวญหนักมาก ไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้แทนราษฎร’ เท้งโอดครวญหนักมาก ไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้แทนราษฎร’
  • ผู้ว่าฯเลย รุดพิสูจน์ปลาแข้ตุ่มพอง คาดแค่ติดเชื้อปรสิต ผลตรวจน้ำโขงปกติ รอแล็บยันสาเหตุ ผู้ว่าฯเลย รุดพิสูจน์ปลาแข้ตุ่มพอง คาดแค่ติดเชื้อปรสิต ผลตรวจน้ำโขงปกติ รอแล็บยันสาเหตุ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กู้มาแก้-แต่อย่ากู้มากิน

กู้มาแก้-แต่อย่ากู้มากิน

24 เม.ย. 2569

ถึงเวลาต้องพูดความจริงเรื่องภาษี

ถึงเวลาต้องพูดความจริงเรื่องภาษี

23 เม.ย. 2569

ป้องกันโกงโครงการเกิน500ล.

ป้องกันโกงโครงการเกิน500ล.

22 เม.ย. 2569

IMFเตือนเศรษฐกิจโลกถดถอย

IMFเตือนเศรษฐกิจโลกถดถอย

21 เม.ย. 2569

สงครามแห่งความสุข

สงครามแห่งความสุข

20 เม.ย. 2569

ความจริงที่ชายแดนใต้   “กับดัก” ทำลายความมั่นคง

ความจริงที่ชายแดนใต้ “กับดัก” ทำลายความมั่นคง

18 เม.ย. 2569

ทางรอดจากแรงเหวี่ยงวิกฤตโลก

ทางรอดจากแรงเหวี่ยงวิกฤตโลก

17 เม.ย. 2569

การเจรจารอบ 2 ทางลงและทางรอดของโลก

การเจรจารอบ 2 ทางลงและทางรอดของโลก

16 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved