วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นับแต่มีการเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงตามเส้นทางสายไหมเวียงจันทน์-คุนหมิงแล้ว แต่ละวันมีข่าวคราวถึงผลสำเร็จของการเปิดเดินรถไฟสายนี้ที่น่าตื่นตาตื่นใจกระทั่งทำให้คนไทยต้องหวนคิดว่าเหตุไฉนเล่าประเทศไทยของเราที่ได้ทำข้อตกลงแบบเดียวกันนี้กับจีนจึงยังไม่สามารถเดินรถหรือเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมไทย-ลาว-จีน ได้
ได้แต่ชะเง้อชะแง้ฟังแต่ข่าวความสำเร็จความเจริญรุ่งเรืองของประเทศลาว จนกระทั่งคนบางพวกอิจฉาตาร้อนและต้องการแก้ตัวให้แก่ความผิดพลาดล้มเหลว ถึงขนาดกล่าวหาว่าร้ายเหยียดหยามประชาชนชาวลาว
เป็นเหตุให้รัฐบาลลาวและประชาชนลาวต้องเปิดหน้าออกมาตอบโต้จนหวุดหวิดจะเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ และในที่สุดก็ต้องไปขอขมาลาโทษประเทศลาวและประชาชนลาว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าละอายและอัปยศยิ่ง แต่ถึงวันนี้ขบวนการที่สร้างความอัปยศดังกล่าวก็ยังคงลอยนวลอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบหรือรับผิดเลยแม้แต่คนเดียว
เพียงเดือนเศษที่เปิดเดินรถไฟเส้นทางสายไหมเวียงจันทน์-คุนหมิง ปรากฏว่าประชาชนของทั้งสองประเทศได้ใช้ประโยชน์จากการเดินรถอย่างคึกคักเอิกเกริก จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างผิดคาด แม้การขนส่งสินค้าลาว-จีน ก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างผิดคิดผิดคาด จนต้องเพิ่มขบวนรถขึ้นอีกหลายเท่า จากแผนเดิมที่กะไว้ว่าแต่ละวันจะมีรถออกจากคุนหมิงและจากเวียงจันทน์เพียงด้านละสองขบวน ก็ต้องเพิ่มจำนวนการเดินรถขึ้นเป็นสี่เท่า
สำหรับการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะสินค้าภาคเกษตรและอื่นๆ จากสถานีเวียงจันทน์ไปยังเมืองคุนหมิง ได้มีการตั้งวิสาหกิจจีน-ลาวขึ้นทำหน้าที่กำหนดค่าระวางและการปฏิบัติการด้านภาษีศุลกากรตั้งแต่ต้นทางคือที่สถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ ใครจะส่งสินค้าจากสถานีนี้ไปยังประเทศจีนก็ต้องไปติดต่อใช้ตู้สินค้ากับวิสาหกิจดังกล่าว ต้องจ่ายค่าระวางและค่าภาษี ณ สถานีต้นทางนั้น
สำหรับประเทศไทยของเราเมื่อยังไม่สามารถเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมไทย-ลาว-จีนได้ เมื่อจะส่งสินค้าเกษตรโดยใช้เส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมเวียงจันทน์-คุนหมิง ก็ต้องขนส่งจากประเทศไทยไปยังคลังขนถ่ายสินค้าของสถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์-คุนหมิง และต้องไปติดต่อใช้ตู้สินค้าที่นี่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
หากไม่ขนส่งโดยเส้นทางนี้ก็ต้องขนส่งข้ามประเทศลาวไปยังประเทศเวียดนาม และไปตามเส้นทางจากเวียดนามครึ่งประเทศถึงมณฑลกวางสี ซึ่งต้องผ่านด่านศุลกากรหลายด่านด้วยระยะทางไกลที่มีค่าใช้จ่ายและเสียเวลามากขึ้น
หากจะขนส่งทางแม่น้ำโขง ประเทศไทยก็ไม่มีท่าเรือสำหรับรองรับเรือขนส่งขนาดใหญ่ เพราะประเทศไทยไม่ร่วมขุดลอกแม่น้ำโขงตามปฏิญญาซันย่า เรือขนส่งขนาดใหญ่ระวางขับน้ำ 500 ตัน ที่กำลังจะเปิดเดินเรือจึงเทียบท่าเฉพาะฝั่งลาว หากไทยจะต้องการขนส่งสินค้าลงแม่น้ำโขงไปจีนก็ต้องไปส่งลงที่ท่าเรือฝั่งลาว
ขณะนี้รัฐบาลลาวกำหนดจุดให้สินค้าจากประเทศไทยที่จะขนส่งลงทางแม่น้ำโขงต้องไปส่งที่ท่าเรือเมืองมอม ซึ่งอยู่ห่างจากเวียงจันทน์ไปประมาณ 100 กิโลเมตร หรือถ้าต้องการจะขึ้นรถไฟก็ถูกกำหนดให้ไปขึ้นรถไฟที่เมืองบ่อเต็นซึ่งห่างจากเวียงจันทน์ระยะใกล้เคียงกัน ทำให้ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และค่าขนสินค้าขึ้นลงเป็นจำนวนมาก
สภาพเช่นนั้นกระทบต่อการส่งสินค้าจากไทยไปจีน ซึ่งควรที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด แต่กลับตกอยู่ท้ายแถวที่ต้องเสียเวลามากที่สุด เสียค่าขนส่งมากที่สุด เสียค่าใช้จ่ายจิปาถะมากที่สุด และที่สำคัญต้องไปต่อคิวสุดท้าย
เพราะเมื่อเป็นเส้นทางร่วมลาว-จีน ทางลาวก็ต้องอนุญาตให้พ่อค้าลาวส่งสินค้าของลาวขึ้นตู้รถไฟก่อนพร้อมๆ กับสินค้าของจีน หรือถ้าเป็นการขนส่งที่ชายแดนลาว-เวียดนาม เวียดนามก็จะอนุญาตให้พ่อค้าเวียดนาม และต่อด้วยลาว ส่วนไทยก็ต้องต่อคิวสุดท้าย
เหล่านี้คือผลที่เกิดขึ้นจากการที่ไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงตาม MOU ไทย-จีน ในเรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมไทย-จีน ที่ลงนามกันที่ประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2558 และไม่ปฏิบัติตามปฏิญญาซันย่าในการขุดลอกพัฒนาแม่น้ำโขง ซึ่งต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใหญ่หลวงครั้งนี้
และความเสียหายดังกล่าวนั้นกำลังเกิดผลกระทบต่อภาคเกษตรของประเทศไทยอย่างรุนแรง ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก
เพราะสภาพของปัญหาเช่นนั้น ประเทศจีนจึงได้ทำสัญญาซื้อสินค้าเกษตรโดยตรงจากประเทศลาวและกัมพูชา โดยเฉพาะทำสัญญากับประเทศลาวในปีนี้เป็นมูลค่าถึง 46,000 ล้านบาท และกับกัมพูชามูลค่าร่วมแสนล้านบาท
ในอดีตทั้งลาวและกัมพูชาต้องส่งสินค้าเกษตรดังกล่าวมาขายให้แก่พ่อค้าในประเทศไทย และพ่อค้าในประเทศไทยก็จะจัดการขนส่งสินค้านั้นไปขายที่ประเทศจีน ดังนั้นการทำสัญญาจีน-ลาว-กัมพูชา ในการจัดซื้อสินค้าเกษตรดังกล่าวจะเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม ย่อมลดจำนวนที่จีนจะซื้อสินค้านั้นจากประเทศไทยไปในตัว
และเมื่อรวมกับข้อตกลงซื้อสินค้าภาคเกษตรระหว่างจีน-เวียดนาม และจีน-พม่าด้วยแล้ว ทุกจำนวนล้วนส่งผลต่อการส่งออกภาคเกษตรของไทย และจะรุนแรงยิ่งขึ้นจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขให้ตกไป
ดังนั้นภารกิจอันสำคัญของรัฐบาลไทยในเรื่องนี้ก็คือจะต้องรีบเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหมช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ให้เร็วที่สุด และกลับตัวเข้าร่วมปฏิญญาซันย่าเพื่อเข้าร่วมพัฒนาแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยไปมากกว่านี้

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี