วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมาแล้วปีกว่า
แต่คดียังไปไม่ถึงศาล
ติดอยู่ในชั้นอัยการ
กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2565 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เผยแพร่เอกสารข่าวว่า ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องเองแล้ว ประชาชนถึงได้รู้ข่าวความคืบหน้าของคดีการจัดอีเว้นท์โครงการ Roadshow Thailand 2020 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ วงเงิน 240 ล้านบาท
1. เอกสารแถลงข่าวของศาลฎีกาฯ ให้ข้อมูลว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ,บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน), บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน),นายระวิ โหลทอง เป็นจำเลยที่ 1-6 ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำที่ อม.2/2565
โดยกล่าวหาว่า เมื่อระหว่างปลายเดือน ส.ค.2556-21 มี.ค.2557 จำเลยที่ 1-3 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาจัดจ้างโครงการ Roadshowสร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 อย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์แก่จำเลยที่ 4-5 ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
กล่าวคือ จำเลยที่ 1-3 กำหนดตัวบุคคลผู้รับจ้างไว้ล่วงหน้าให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับจ้างจัดทำโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 จำนวน 12 จังหวัด โดยยังไม่ได้คัดเลือกผู้เสนอราคา จำเลยที่ 3 เสนอและจำเลยที่ 1 อนุมัติใช้งบกลาง 40 ล้านบาททั้งที่มิใช่กรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน
ต่อมา จำเลยที่ 3 เสนอจำเลยที่ 2 อนุมัติหลักการจัดโครงการที่ จ.หนองคายและนครราชสีมา ในวงเงินไม่เกิน 40 ล้านบาทโดยวิธีพิเศษ จำเลยที่ 3ครอบงำจูงใจให้คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษยอมรับการเสนอราคาของจำเลยที่ 4 หลังจากนั้นจำเลยที่ 3 เสนอและจำเลยที่ 2 อนุมัติจ้างย้อนหลัง
ส่วนโครงการที่เหลือ 10 จังหวัด วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท จำเลยที่ 3เสนอจำเลยที่ 2 อนุมัติหลักการ จัดโครงการโดยวิธีพิเศษ ต่อมาจำเลยที่ 2 อนุมัติตามที่จำเลยที่ 3 เสนอให้จ้างจำเลยที่ 4-5 ตามที่ตกลงไว้ล่วงหน้า ทั้งจำเลยที่ 3 ยังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้มีมติยกเว้นการลงนามในสัญญาก่อนได้รับเงินประจำงวด จำเลยที่ 1-2 ซึ่งอยู่ในที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติด้วย ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เป็นผลให้โครงการที่จะเกิดขึ้นตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมิอาจเกิดขึ้นได้ โครงการ Roadshow เกิดความสูญเปล่า เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน 239,700,000 บาท
ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12, 13 ลงโทษจำเลยที่ 4-3 ในฐานะผู้สนับสนุน จำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 5 และที่ 6 มาศาล และได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 09.30 น.
2.อีเว้นท์มูลเหตุของคดีนี้ ก็คือ การจัดอีเว้นท์ออกบูธโครงการ Roadshow Thailand 2020 ขายฝันโครงการคมนาคมต่างๆ (พระเอกคือรถไฟความเร็วสูง) เพื่อสร้างกระแสให้สังคมสนับสนุนความต้องการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อกู้เงินมาทำการโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ารวม 2 ล้านล้านบาท
ค่าจ้างจัดอีเว้นท์นั้น วงเงิน 240 ล้านบาท
สำนักข่าวอิศราได้สรุปไว้ชัดเจนว่า การชี้มูลความผิด ของ ป.ป.ช. มีอยู่ 3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่
หนึ่ง มอบหมายงานซ้ำซ้อน
กรณีการจัดอีเว้นท์ดังกล่าว ดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ ฉบับที่ .. พ.ศ. …. วงเงิน 2 ล้านล้านบาท (ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท) โดยดำเนินการตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่แถลงต่อรัฐสภา โดยกล่าวถึงการพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างทางราง โดยเมื่อปี 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการจัดนิทรรศการ และสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมมีการจัดตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดนิทรรศการดังกล่าว เช่น กทม. หนองคาย นครราชสีมา พิษณุโลก เป็นต้น
ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดอีเว้นท์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งของประเทศ ซึ่งซ้ำซ้อนกันกับที่มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการแล้ว
สอง ฮั้วสื่อดำเนินการก่อนประมูล-พฤติการณ์จัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ
ภายหลังนายสุรนันทน์ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว มีการเรียกประชุมเพื่อจัดเตรียมงานอีเว้นท์ดังกล่าว โดยมีนายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการทั่วไปบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และตัวแทนบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายสุรนันทน์ที่ห้องทำงานเลขาธิการนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับทราบและตกลงเป็นผู้รับจัดงานอีเว้นท์ดังกล่าว รวม 12 จังหวัด จังหวัดละ 20 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 240 ล้านบาท (งบกลางปี 2556 วงเงิน 40 ล้านบาท และงบประมาณทั่วไปปี 2557 วงเงิน 200 ล้านบาท)
ทั้งนี้ การจัดอีเว้นท์ดังกล่าวมีบริษัท มติชนฯ เป็นแม่งานหลักในการคิดรูปแบบการจัดงาน ทั้งที่ยังไม่มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ นอกจากนี้ก่อนเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่จากบริษัท มติชนฯ เข้าพบผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักเลขาธิการนายกฯ เพื่อยื่นเอกสารข้อเสนอด้านราคา วงเงิน 40 ล้านบาท แต่เนื่องจากสำนักงบประมาณยังไม่ได้แจ้งใบงวด ทำให้ยังไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ จึงมีการนัดหมายให้บริษัท มติชนฯ มายื่นเสนอราคาใหม่ โดยวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่บริษัท มติชนฯมอบเอกสารข้อเสนอด้านราคาวงเงิน 40 ล้านบาทไว้ให้กับผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง
ต่อมา นายสุรนันทน์ เห็นชอบราคากลางการจัดอีเว้นท์ดังกล่าว วงเงิน 40 ล้านบาท ตรงกันกับข้อเสนอด้านราคาของบริษัท มติชนฯ ที่ยื่นไว้และมีการสืบราคาเพิ่มเติมจากสื่ออีก 3 ราย ซึ่งเป็นสื่อในเครือบริษัท มติชนฯทั้งสิ้น และวันเดียวกันบริษัท มติชนฯ ยื่นเสนอราคา โดยนายสุรนันทน์ และนายนิวัฒน์ธำรง เห็นสมควรอนุมัติจัดจ้างบริษัท มติชนฯ เป็นผู้รับจ้างจัดอีเว้นท์ดังกล่าว รวม 2 จังหวัด 40 ล้านบาท ตามงบกลางปี 2556 โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นตอนลงนามในหนังสือสัญญาสั่งจ้างใช้เวลาดำเนินการเป็น 2 วันเท่านั้น
หลังจากนั้น นายสุรนันทน์ และนายนิวัฒน์ธำรง ร่วมกันอนุมัติหลักการจัดโครงการอีเว้นท์ดังกล่าวในงบปี 2557 วงเงิน 200 ล้านบาท โดยนายสุรนันทน์ และนายนิวัฒน์ธำรง ใช้ราคากลางเดียวกับการดำเนินการครั้งแรกมาดำเนินการในครั้งนี้ แบ่งการจัดจ้างเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 5 จังหวัด วงเงิน 100 ล้านบาท บริษัท มติชนฯ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา กลุ่มสอง 5 จังหวัด วงเงิน 100 ล้านบาท บริษัท สยามสปอร์ตฯ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา (ปรากฏชื่อนายระวิ โหลทอง กรรมการบริษัทฯ ลงนามยื่นเสนอราคา) อย่างไรก็ดีการลงนามในหนังสือสั่งจ้างดังกล่าวดำเนินการก่อนจะได้รับเงินประจำงวดจากสำนักงบประมาณ ทั้งที่ส่วนราชการทราบดีว่า การลงนามสั่งจ้างนั้นทำได้ต่อเมื่อสำนักงบประมาณแจ้งจัดสรรเงินงบประมาณมาให้แล้วเท่านั้น
สาม ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ
การจัดงานอีเว้นท์ดังกล่าว 12 จังหวัด 240 ล้านบาทนั้น อยู่ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ดังกล่าว เนื่องจากมีสส.ฝ่ายค้าน และนักวิชาการด้านกฎหมายท้วงติงหลายรายว่าอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ฉบับดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงให้ตกไป ส่งผลให้การจัดงานอีเว้นท์เพื่อพีอาร์โครงการตามร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯ มิได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด ทำให้งบประมาณ 240 ล้านบาทเกิดความสูญเปล่า เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย
ล่าสุด คดีนี้ ไปถึงศาลแล้ว หลัง ป.ป.ช.ต้องยื่นฟ้องเอง
ส่วนใครจะผิด-ถูก เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลชี้ขาดต่อไป
สารส้ม

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี