วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
•ข้าพเจ้า เกิดและเติบโตมาในยุคของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนไทยและโชคดีที่ “พ่อแม่ ครู พระ” สอนให้ “ศึกษาเรียนรู้เอาจริง ด้วยสติปัญญาความจริง”ทำให้มีจุดเริ่มต้นที่ดี แต่กว่าจะมีประสบการณ์ ที่พัฒนาเป็น “นิสัย” ก็ใช้เวลาพอควร
•ข้าพเจ้า เป็นสามัญชนคนธรรมดา ที่เดินก้าวไปข้างหน้าช้าๆ แต่มั่นคง สม่ำเสมอ ค่อยๆ เรียนรู้ รับรู้ และพัฒนา มาเป็นลำดับขั้น จากเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตเพื่อให้ “ผู้อ่าน และเพื่อนมิตร” ได้รับทราบว่า“ข้าพเจ้าผ่านอะไรมาบ้างในชีวิต”
•ขอสรุป กิจกรรรรม และ เหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองที่ได้ผ่านมา โดยจะแทรกแง่คิดที่สำคัญบางประการ ที่ให้ความรู้ความเข้าใจ มากขึ้น โดยจะแบ่ง เป็น ๒ ส่วน โดยนำมาลงในตอนแรกส่วนหนึ่งก่อน
1.ช่วงที่กำลังเรียนอยู่ (อยู่ในช่วงของการร่วมทำกิจกรรมฯ และของบ้านเมือง)
๑.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท ปี ๒๕๐๘–๒๕๐๙
- เป็นกรรมการชุมนุมสังคมศึกษาฯ
- กิจกรรม เกี่ยวกับ การจัดงานวันสหประชาชาติ (UN)
- การพาเพื่อนนักเรียน ไปทัศนศึกษาวัฒนธรรมไทยที่อยุธยาฯ
๒.ช่วงเรียน คณะวิศวะจุฬาฯ (๒๕๑๐-๒๕๑๕)
เป็นกรรมการชุมนุมวิชาการวิศวะจุฬาฯ
นำนิสิตใหม่ ไปขายดอกป๊อบปี้ หารายได้ให้แก่ทหารผ่านศึกฯ
เป็นตัวแทนนิสิตจุฬาฯ ร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง ๒๕๑๒
เป็นกรรมการชมรมปาฐกถาและโต้วาที สจม.
(ไปบ้านซอยสวนพลู สนทนาและรับฟัง อ.คึกฤทธิ์ ปราโมช ร่วมไปบ้านอาจารย์ ที่ดอยขุนตาล ลำปาง )
เป็นสมาชิกชมรมชาวค่ายสจม. และไปค่ายฯ ๒ ปี
ไปค่ายนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม ที่ จ.นราธิวาส
ร่วมเดินขบวนกับชาวจุฬาฯ ประท้วงผู้บริหารจุฬาฯคอร์รัปชั่น
ร่วมกับ ธีรยุทธ บุญมี “ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น สนับสนุนสินค้าไทย (ผ้าดิบฯ)”
เป็นอุปนายกสจม.คนที่ ๑ และทำหน้าที่นายกสจม.2514
จัดประชุมนายกสโมสรนิสตินักศึกษาฯ ที่จุฬาฯ ประท้วง นักศึกษามาเลเซียเผาธงชาติไทย
เป็นผู้นำ “นิสิตนักศึกษาฯ ประท้วง”กฎหมายโบว์ดำ ๒๙๙ ในยุคจอมพลถนอม กิตติขจร
ฯลฯ
ร่วมกับนิสิตวิศวะจุฬาฯ ในการเรียกร้องให้รัฐบาล คืนเงิน ๕,๐๐๐ บาทจนสำเร็จ
เป็นผู้นำรณรงค์ให้มีการสงวนอาชีพวิศวกรให้กับคนไทย
อนึ่ง มีความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง ในช่วงทำหน้าที่นายกสจม.
การได้เป็นตัวแทนนิสิตจุฬาฯ เข้าเฝ้าฯในหลวงและสมเด็จฯ
การเสด็จทรงดนตรี ที่หอประชุมจุฬาฯ
การนำเสด็จ ประธานาธิบดีอินเดีย ที่หอประชุมจุฬาฯฯ
การต้อนรับ ควีนเอลิซาเบธ แห่งอังกฤษและดยุคฯที่เสด็จจุฬาฯ
และได้รับโต๊ะเสวยฯ ที่ศาลาพระเกี้ยวฯ
และการได้รับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ในหลวง ร.๙
2.การเข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญของประชาธิปไตยหลังจากจบการศึกษาฯ
-เป็นที่ปรึกษาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สมัย ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นเลขาฯ
-ร่วมก่อตั้งและรณรงค์ “ กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ๒๕๑๖กับ อ.ธีรยุทธ บุญมี และเพื่อนๆ
การไปร่วมแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญในเช้าวันที่ ๖ ตุลาฯ ๒๕๑๖
และถูกจับจำคุก ด้วยข้อหาเป็นกบฏ ฯลฯ “๑๓ กบฏ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ
และได้ร่วมกับ กรรมการศูนย์ และ อ.ธีรยุทธ ดำเนินการฯจนเหตุการณ์สงบลง
(เป็นครั้งแรก ในเหตุการณ์ความรุนแรงในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย
ที่ผม และเพื่อนบางส่วน ได้เข้าร่วม ตั้งแต่ “เริ่มต้น ท่ามกลางและปั้นปลาย”
ซึ่งส่วนใหญ่ผู้นำในการชุมนุมฯจะมาตอนแรก หรือ มาตอนหลัง และตอนชนะ)
-การร่วมตั้งกลุ่มปช.ปช. (ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)ออกปราศรัยเผยแพร่ไปตามจังหวัดต่างๆ
และได้ร่วมทำงานด้านมวลชน ลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ (๒๕๑๖-๒๕๑๗)
-ร่วมก่อตั้ง “พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.)” และเป็นกรรมการ และรองเลขาธิการฯ
ซึ่งเป็นพรรคการเมืองภาคประชาชนตัวจริง ที่เป็นแบบอย่างให้กับ ผู้นำนักศึกษาประชาชน
โดยมีกิจกรรมเข้าหาประชาชน กรรมกร ชาวไร่ชาวนา และได้ลงพื้นที่หลายจังหวัด (๒๕๑๘-๒๕๑๙)
-การเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธ (ในนามพรรค พสท.ฯ) ร่วมกับ พคท. 7 สิงหา 2519
(อ.ธีรยุทธ บุญมี และภรรยา ประสาร มฤคพิทักษ์ และภรรยา มวลชน สุขแสง ฯลฯ)
บทบาทที่สำคัญ ที่ได้ดำเนินการในช่วงนี้ คือ
๑.ร่วมสร้าง “พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ในสถานการณ์ที่ปฏิวัติ” ๒๕๑๙–๒๕๒๔
โดย ได้เป็นตัวแทนพรรคฯ เดินทางไป จัดประชุมสมัชชาพรรคที่ภาคอีสานฯและได้รับเลือกตั้ง เป็นรองประธานพรรคฯ
๒.ได้ร่วมเป็นกรรมการ ของ คณะกรรมการประสานงานผู้รักชาติรักประชาธิปไตย (กป.ปช)
ที่มี พคท. พสท. พรรคแนวร่วมสังคมนิยม และผู้รักชาติรักประชาธิปไตย
(ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง ในภาคอีสาน ภาคเหนือบน และแนวหลัง)
๓.ได้รับการมอบหมายจากพรรค ให้ไปทดลอง เรื่องอำนาจรัฐในอนาคตที่ภาคอีสาน
โดย ได้รับมอบหมายให้เป็น “รองประธานอำนาจรัฐเขตหนึ่ง ในภูพานฯ”
๔.ได้มีโอกาสไปดูงานของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในสถานที่ประวัติศาสตร์ ในปี ๒๕๒๐
โดย ได้ไปดูแล “พี่ไขแสง สุกใส” ที่ป่วย ต้องไปรักษาตัวที่รพ.คุนหมิงและ เซี่ยงไฮ้
ใช้เวลา ร่วม ๒ เดือน และหลังจาก จึงได้ไปดูงานสำคัญๆ
และ การเข้าเคารพศพประธานเหมาเจ๋อตง ที่มหานครปักกิ่ง ที่เทียนอันเหมิน
การไปในช่วงนี้ ยังได้มีโอกาสเห็น “ประเทศจีนที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของแก๊ง ๔ คน ที่มีความคิด ล้มล้างประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของจีน
รวมทั้งที่ เขตสิบสองปันนาฯ ที่วัดวาอาราม ถูกทำลายไปบางส่วนฯ
๕.ได้มีส่วนรวมดูแล “สหายพรรคสังคมนิยมฯ”เช่น พี่คำสิงห์ศรีนอก ที่ว้าเหว่เนื่องจากความคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน และมีความขัดแย้งกับผู้นำอื่นๆ
และการดูแลสหายหลายท่าน ในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
รวมทั้ง สหายนักศึกษาฯ ที่มีปัญหากันหนักขึ้น ในช่วงปลายของความขัดแย้ง
2524 ออกมาจากป่า เนื่องจากการมีทัศนะและแนวทางการเมือง ขัดแย้งกับ พคท.
•ตั้งกลุ่ม “เพื่อนพ้องน้องพี่” เพื่อให้กำลังใจ และช่วยเหลือ“เพื่อนมิตรและนักศึกษาที่ออกมาจากป่า
กำลังสำคัญ คือ “พี่ไขแสง สุกใส พี่สมาน พิมพา ธีรยุทธ บุญมี ประสาร มฤคพิทักษ์ ผม และเพื่อนบางคน
ช่วงนี้ เป็นช่วงทำงานหารายได้ สร้างเนื้อสร้างตัว แต่ไม่เคยทิ้งการเมือง เพราะมันอยู่ที่จิตสำนึกความรับผิดชอบ
มีโอกาสมีเวลา ก็นัด พุดคุยกัน เป็นประจำสม่ำเสมอ (บางส่วนไปเรียนต่อต่างประเทศ)
•เป็นประธานรุ่นวิศวะจุฬาฯ ๒๕๑๐ 2 สมัย (๒๕๓๑-๒๕๓๒)
เป็นช่วงที่ต้องทำงานหนัก เพื่อสร้างและยกบทบาทของรุ่น ขึ้นมาให้เป็นที่ยอมรับ
สิ่งสำคัญที่ได้ดำเนินการ คือ
๑.จัดทำ “วารสารของรุ่น” โดยทำคนเดียวทั้งหมด ใช้เวลาเล่มละ ๑ สัปดาห์
ทั้งเขียน พิมพ์ โรเนียว และจัดส่ง
๒.จัดเวทีบรรยายความรู้และประสบการณ์ โดย เชิญเพื่อนวศ. ๒๕๑๐ มาเป็นวิทยากร เป็นครั้งแรก
ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ ในตัวเอง ว่า “วศ.๑๐ ทำได้”
๓.จัดระดมทุนครั้งใหญ่ โดยได้เงินเข้ามา ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท นำไปฝากบริษัทไฟแนนซ์ ได้ดอกเบี้ยปีละ ๒.๕ แสนบาท
•ต่อมา เมื่อเพื่อนวิศวะจุฬาฯ ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ก็ได้ร่วมกันสร้าง “วศ.๑๐” ให้เติบใหญ่
มีกิจกรรมมากมาย รวมทั้งการช่วยเหลือเพื่อนร่วมรุ่น ที่เจ็บป่วยและเสียชีวิต
การทำบุญประจำปี ฯลฯ จนได้รับการกล่าวถึง ในวิศวจุฬาฯ รุ่นต่างๆ
•ร่วมเคลื่อนไหวกับ ภาคประชาชน และกลุ่ม พี่ฉลาด วรฉัตร : ก่อนเกิดเหตุการณ์ฯ
เข้าร่วมเหตุการณ์ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ (ตั้งแต่เริ่มต้น ท่ามกลาง จนจบเหตุการณ์)
มีส่วนสำคัญ ในการร่วมจัดตั้ง “สมาพันธ์ประชาธิปไตย”
•ได้ร่วมกับเพื่อนมิตร ออกโปสเตอร์ “ร่วมกันปกป้องคนดี อานันท์ ปันยารชุน”
คือ หลังจาก ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี ๒ สมัย”
มีกลุ่มนักการเมือง และคนมีบทบาทฯบางส่วนออกข่าว ใส่ร้ายป้ายสี “ท่านอานันท์ ปันยารชุน”
โดยที่ ได้เห็น บทบาทในฐานะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ทำคุณแก่บ้านเมือง
จึงได้ร่วมกันเพื่อนๆ ทำเรื่องนี้ เพื่อปกป้องคนดีของสังคม
•(หลังเหตุการณ์) ได้เข้าร่วมกับพรรคพลังธรรม (๒๕๓๕-๒๕๔๑)
เป็นพรรคการเมืองเชิงคุณธรรม ที่มีคุณค่าความหมายมาก
ได้ทั้งประสบการณ์ด้านการเป็นผู้นำ การได้รับความรู้และบทเรียนจากผู้นำสำคัญของพรรค
๑.ร่วมก่อตั้ง “สถาบันนโยบายและแผน”ที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหว
๒.ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรค
๓.ได้ร่วมงานกับหัวหน้าพรรคทุกท่าน พลตรีจำลอง ศรีเมือง
ท่านบุญชู โรจนเสถียร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
(ท่านประสงค์ สุ่นศิริ หมอกระแส ชนะวงศ์ พี่ถวิล ไพรสณฑ์ คุณจรัสพั้วช่วย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ฯลฯ)
เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี และรองประธานสภา หลายท่าน โดยเฉพาะ
เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีอุตสาหกรรม คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
๔.เข้าร่วม “วิศวกรเพื่อสังคม” ที่โดดเด่น มีผู้นำภาคการเมือง ธุรกิจและสังคมเข้าร่วมมาก
๕.ได้ศึกษาดูงาน ที่โรงเรียนผู้นำ ของ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ที่เมืองกาญจนบุรี
๖.เป็นผู้รับผิดชอบ จัดหลักสูตร “ผู้บริหารพรรค ที่มีรัฐมนตรี สส. สก. สข. ฯลฯ เข้าร่วม”
เป็นหลักสูตรที่โดดเด่น ใช้เวลา ๓ เดือน ที่ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค
๗.ได้รับการคัดเลือกไป “อบรมโรงเรียนผู้นำคานาอาน ที่เกาหลีรุ่นที่ ๓
ที่มีหลักสูตรที่โดดเด่น มีทั้งทฤษฎี และภาคปฏิบัติที่เข้มข้น และดูงาน ๒ สัปดาห์

เอกนิติ ลุยจี้โรงกลั่นรายงานต้นทุนจริง สั่งรื้อโครงสร้างค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ก่อนชง ครม. 6 เม.ย. นี้
พรุ่งนี้ราคาน้ำมันพุ่ง ดีเซลขยับแรง 3.50 บาท/ลิตร เบนซินไม่น้อยหน้าบวกเพิ่ม 70 สตางค์
ก็แดดมันร้อน! หมอเจด เตือนอันตราย ฮีทสโตรก แดดไทยพุ่ง 50 องศา เสี่ยงวูบดับ เช็กอาการก่อนสายเกินแก้
ศาลยกฟ้อง ‘อดีตพระพรหมเมธี’ คดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาปริยัติธรรม สั่งคืนเงิน 5 ล้าน ให้สำนักพุทธฯ
บิ๊กแจ๊สเอาจริง! ดีเดย์ 10 เม.ย.ลด 4.54 สต./ลิตร ดัน อบจ.ทั่วประเทศร่วมด้วย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี