วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันนี้มีคนจำนวนมากยังกังวลและสับสนว่า การเมืองไทยจะไปทิศทางไหนผ่านการเลือกตั้งมาแล้วสามเดือนยังไม่มีวี่แววว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
พรรคไหนจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม ประเทศไทยจะได้รัฐบาลข้ามขั้ว เป็นรัฐบาลสมเสร็จ เป็นรัฐบาลซ้ายสับสน ขวากลโกง หรือ เป็นรัฐบาลอนุรักษ์นิยมยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะได้รัฐบาลแบบไหน ยังไม่มีใครตอบได้
ในฐานะที่ทำข่าวการเมืองมาเกือบครึ่งศตวรรษผู้เขียนอยากบอก ผู้อ่านแนวหน้าว่า ให้ทุกคนสบายใจได้อีกไม่กี่สัปดาห์จากนี้ไปคนไทย จะได้รัฐบาลบริหารประเทศที่พอรับได้และจะพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไปตามลำดับ รัฐบาลผสมชุดใหม่ที่ได้มา ไม่ใช่เพราะความดีมีคุณธรรม และอุดมการณ์เพื่อชาติของนักการเมือง แต่ประเทศไทยจะได้รัฐบาลผสมที่พอรับได้ จากการเคลื่อนไหวอย่างมุ่งมั่นของสังคมไทยที่พลเมืองส่วนใหญ่ ตื่นรู้ทางการเมืองมีอุดมการณ์ มีความคิดก้าวหน้ากว่านักการเมือง ที่ทำการเคลื่อนไหวกดดันให้มีรัฐบาลที่พอรับได้
หากย้อนกลับไปมองถึงอดีต ตั้งแต่สมัยรัฐบาลหอยของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ในปี 2520 และรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในปี 2523 ที่ถูกสังคมไทยผู้ตื่นรู้ คนไทยที่มีความคิดมีอุดมการณ์กดดันจนรัฐบาลบริหารประเทศต่อไปไม่ได้ ต้องไปขอร้องให้ พลเอกเปรมติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรีสองแผ่นดินเข้ามาบริหารประเทศต่อและนำประเทศไปสู่ยุคโชติช่วงชัชวาลจากประเทศที่มีปัญหารอบด้านในห้วงเวลาแปดปีห้าเดือน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอิทธิพลของทหารหรืออิทธิพลทางการเมืองที่ทำให้ประเทศไทย ได้คนดีอย่างป๋ามากอบกู้ประเทศชาติแต่เป็นเพราะแรงผลักดันจากพลเมืองไทยที่ตื่นรู้ทางการเมืองพลเมืองไทยที่มีอุดมการณ์ผลักดันให้ได้รัฐบาลที่ดีมาเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้
ในทศวรรษ 2540 ประเทศไทยถูกครอบงำ โดยนักธุรกิจการเมืองทุนมานย์ปล้นชาติ อาฆาตพยาบาทสถาบัน อยู่นานกว่าห้าปี แต่พอถึงจุดหนึ่งสังคมไทยที่มีพลเมืองผู้ตื่นรู้และมีความคิดอุดมการณ์ก้าวหน้าก็ลุกฮือขึ้นมาประท้วงขับไล่จนนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ปล้นชาติอาฆาตพยาบาทสถาบันอยู่ไม่ได้ ต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ถึงแม้ลี้ภัยไปอยู่แดนไกลแล้ว แต่อิทธิฤทธิ์อิทธิพลของนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ ยังมีมากมายในประเทศไทย สมุนบริวารเผ่าพงศ์วงวานของทุนสามานย์ฯยังมีอิทธิพลทางการเมืองในประเทศไทย เป็นเหตุให้คนในเครือข่ายนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ ปล้นชาติอาฆาตพยาบาทสถาบันทำการปล้นชาติต่อไป
ในระหว่างปี 2554-2556 รัฐบาลเครือข่ายทุนสามานย์ผลาญงบประมาณของชาติไปหลายแสนล้านบาทผ่าน โครงการรับจำนำข้าวและแผนการโกงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับประเทศจีน ที่คนไทยเรียกติดปากว่าโครงการจีทูจี หรือ เจี๊ยะทูเจี๊ยะ และ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พิสูจน์ว่า รัฐบาลโกง หรือ รัฐบาลคิดคดทรยศต่อแผ่นดินอยู่ไม่ได้ เพราะถูกคนไทยตื่นรู้ ผู้มีความคิดมีอุดมการณ์ก้าวหน้ากว่านักการเมืองขับไล่ต้องหนีไปดูไบตามพี่ชายและต่อมาประเทศไทย ก็ได้รัฐบาลใหม่กึ่งเผด็จการอำนาจนิยมกึ่งประชาธิปไตยบริหารประเทศไทยให้ก้าวหน้ากว่าแปดปี
ประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผลออกมา ปรากฏว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคเสรีนิยมสมเสร็จ ชนะการเลือกตั้งได้ สส.เข้าสภา 151 คน จาก สส. 500 คน ของสภาผู้แทนราษฎรและ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากพรรคไทยรักไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ สส.141 คน เมื่อเอาสองพรรคนี้ มารวมกันก็มีความชอบธรรมทางกฎหมายที่พรรคก้าวไกล จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม
แต่ดังที่ได้กล่าวมาแต่ต้นว่า สังคมไทยมีพลเมืองตื่นรู้ทางการเมืองและมีอุดมการณ์ก้าวหน้ากว่านักการเมือง ด้วยความตื่นรู้ทางการเมืองคนไทยส่วนใหญ่ ไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้นักการเมืองที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน ตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้ คนไทยไม่ยอมและการต่อต้านแบบอารยะขัดขืนของคนตื่นรู้ก็ทำให้นักการเมืองคิดร้ายแพ้พ่ายตลอดมา
สังคมไทยที่ตื่นรู้ผู้มีอุดมการณ์ใช้แรงกดดันทางสังคมเปิดโปงถึงแผนการชั่วร้ายของพรรคการเมืองที่มีจุดมุ่งหมายทำลายสถาบันหลักของชาติ ทำลายวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยตลอดถึงยุยงส่งเสริมให้แยกดินแดน แยกชาติพันธุ์หลากหลาย ตั้งเหนือสุดถึงใต้สุด ออกจากการปกครองของรัฐไทย
และนี่คือสาเหตุใหญ่ที่สมาชิกรัฐสภา 750 คนไม่ลงคะแนนส่วนมากให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้เป็นนายกฯ
เมื่อพรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นความชอบธรรมของพรรคเพื่อไทยที่ได้อันดับสองมี สส.141 คน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ให้สภาเลือก แต่พรรคเพื่อไทยก็ถูกสังคมกดดันให้ผลักไสพรรคก้าวไกลออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องตัดใจแยกทางกับพรรคก้าวไกลและจัดหาพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ที่มีนโยบายอุดมการณ์ต่างกัน เหมือนน้ำมันกับน้ำ นอกจากนั้นภูมิหลังและนโยบายพรรคเพื่อไทย เป็นที่ขัดใจของสังคมไทยผู้ตื่นรู้และต่อสู้กับนักธุรกิจการเมืองทุนนิยมสามานย์ฯมานานปี
อาจเป็นความโชคดี หรือ เคราะห์ร้ายของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่กำลังจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเลือก ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่าศาลจะพิจารณาเรื่องประเด็นปัญหาของการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯครั้งที่สองว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 16 สิงหาคมเป็นเหตุให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประกาศเลื่อนวันประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ซึ่งมีเวลาให้พรรคการเมืองทั้งหลายได้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
จากประสบการณ์และเคยมีส่วนร่วมกับคนไทยผู้ตื่นรู้และมีอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์มานาน ทำให้มีลางสังหรณ์ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปไม่ได้ มาจากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ส่วนจะเป็นพรรคไหน ไม่กล้าฟันธง แต่ขอให้คนไทยสบายใจได้ว่า ประเทศไทยจะได้รัฐบาลบริหารประเทศที่พอรับได้ไม่ดีเท่าที่ตั้งความหวังไว้ แต่ก็ไม่ชั่วร้ายมุ่งทำลายชาติ ศาสนาและสถาบันหลักของชาติ เอาเป็นว่ารัฐบาลสมเสร็จที่พอรับได้
นี่คือประเทศไทยที่แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ หรือ กัมพูชาที่ปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยมประชาธิปไตย หรือ เป็น สปป.ลาว และเวียดนาม ที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์กึ่งประชาธิปไตยมาหลายทศวรรษ และประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านทนได้ แต่สำหรับประเทศไทยแตกต่างออกไป คนไทยทนดูผู้นำทำร้ายประเทศชาติได้ไม่นานและคนไทยจัดการกับกิจการภายในเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งต่างชาติ#เพราะเป็นเช่นนี้เอง ประเทศไทยถึงเอาตัวรอดมาได้ในทุกสถานการณ์
สุทิน วรรณบวร

สะเทือน ป.ป.ช.! วัส ติงสมิตร ชี้คดีสินบนทองคำ บททดสอบรัฐไทย
หนีตายอลหม่าน! เพลิงไหม้อาคารในอินเดีย เสียชีวิตพุ่ง 15 ราย
30% ของผู้ใหญ่ใช้ 'การกิน' ดับเครียด วงจรชั่วร้ายที่ทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
สถานทูตจีนแจงด่วน! คลิปหญิงจีนเตือนคนไทย บิดเบือน ชี้เจตนาทำลายมิตรภาพ
วิกฤตปุ๋ยคลี่คลาย ศุภจีลั่นราคาในไทยไม่ปรับขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี