วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
กรรมฐานวิธีทั้ง 35 วิธี นอกจากอานาปานสติแล้ว มีจุดสูงสุดอยู่ที่การทำกายสังขารให้สงบรำงับ นั่นคือเกิดภาวะที่การปรุงแต่งระหว่างร่างกายกับลมหายใจหรือระหว่างกายเนื้อกับกายลมได้สงบรำงับลง เกิดความสงบเย็นฉ่ำชื้นชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะที่สมาธิได้ยกระดับจากสมาธิประเดี๋ยวประด๋าวเป็นสมาธิที่มีกำลังมากขึ้น หรือที่เรียกว่าอุปจารสมาธิ ซึ่งแปลว่าสมาธิที่ใกล้เขตฌานแล้ว
ที่เรียกว่าเป็นสมาธิใกล้เขตฌานก็เพราะในสภาวะเช่นนั้นสิ่งที่กระทบปรุงแต่งจิตจากภายนอกคือจากลมหายใจ ซึ่งถือว่าเป็นกายลมได้สงบรำงับลง ผลกระทบอันหยาบนี้เมื่อสงบรำงับลงแล้วก็จะทำให้ความสงบภายในเด่นชัดขึ้น ความสงบภายในก็คือความรู้สึกเบิกบาน ปลาบปลื้ม ฉ่ำเย็นที่ก่อตัวขึ้น แล้วทำให้จิตใจสงบ มีความสุข มีความสบาย จนทำให้เกิดความติดยึด ไม่อยากไปไหน บ้างก็หลงใหลว่าได้บรรลุมรรคผลไปแล้ว
สภาวะเช่นนั้นกำลังจะเกิดเป็นองค์ฌานทั้งห้าขึ้น ภาวะนั้นท่านจึงเรียกว่าใกล้เขตฌาน เมื่อสมาธิมีความมั่นคงในสภาพเช่นนั้นจึงเรียกว่าสมาธิใกล้เขตฌาน
หรืออุปจารสมาธิ
กรรมฐานวิธีทั้ง 35 แบบไม่ได้พรรณนาถึงการปฏิบัติต่อไปจากขั้นนี้ มีแต่อานาปานสติเท่านั้นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงการปฏิบัติหรือการเจริญกรรมฐานหรือการฝึกสัมมาสติ สัมมาสมาธิให้ก้าวรุดหน้าต่อไป จนอาจกล่าวได้ว่าการปฏิบัติกรรมฐานทั้ง 35 วิธี เมื่อมาถึงจุดสูงสุดแล้วก็จะเป็นจุดเดียวกันกับอานาปานสติในขั้นทำกายสังขารให้สงบรำงับ
ขั้นดังกล่าวนี้ทรงแสดงไว้ในแบบแผนการเจริญอานาปานสติกรรมฐานขั้นที่หนึ่ง คือขั้นกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ซึ่งมีอยู่ 4 ขั้นย่อย ได้แก่
ขั้นที่หนึ่ง เมื่อหายใจออกก็รู้ว่าหายใจออกเมื่อหายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า ซึ่งเป็นเรื่องของความรู้ว่ามีลมหายใจเข้า-ออก อะไรที่เป็นความรู้หรือเป็นตัวรู้ในชั้นนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ตรัสว่าคืออะไร แต่นั่นแหละคืออาการรู้ของจิต เพราะจิตเป็นตัวรู้ แต่ยังไม่จำเป็นที่จะแสดงหรือกล่าวเรื่องจิต ณ ขั้นนี้
ขั้นที่สอง เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ว่าหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ว่าหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ว่าหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น
ในขั้นที่สองนี้ยังคงเป็นเรื่องการรู้หรือรับรู้ลมหายใจที่แล่นเข้า-ออกในร่างกายอันยาววาหนาคืบนี้ แต่รู้มากขึ้นกว่าขั้นแรก คือรู้ทั้งลมหายใจเข้าออก-ยาว และลมหายใจเข้า-ออกสั้น
นั่นคือสิ่งที่รู้เพิ่มเติมคืออาการยาว อาการสั้นของลมหายใจที่แล่นเข้า-ออกอยู่นั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เฉพาะเรื่องลมหายใจยาวและลมหายใจสั้น แต่ในการปฏิบัตินั้นยังมีลมหายใจระหว่างสั้นกับยาวอยู่อีกหลายระยะ ผู้ฝึกกรรมฐานนี้จะต้องรู้ลมหายใจทุกระยะระหว่างลมหายใจเข้า-ออกยาวกับลมหายใจเข้า-ออกสั้น
เพราะแต่ละระยะของลมหายใจที่เข้า-ออกยาวและสั้นนั้นจะมีความรู้สึกในความรู้แตกต่างกัน ความรู้สึกในความรู้ที่แตกต่างกันนั้นนั่นเป็นผลของการปฏิบัติของขั้นนี้
และยังมีมากกว่านั้น เพราะอาการของลมหายใจนั้นนอกจากยาวและสั้นแล้ว ยังมีลมหายใจที่ละเอียดประณีตกับลมหายใจที่หยาบกระแทก ซึ่งเรียกว่าอาการของลมหายใจอีกด้วย ลมหายใจแต่ละระยะในอาการหยาบหรือประณีตจะมีความรู้สึกไม่เหมือนกัน การรู้สิ่งที่เกิดขึ้นของการสัมผัสกันของลมหายใจกับร่างกายทุกระยะและทุกอาการจะเป็นความรู้ใหม่ที่คนจำนวนมากอาจจะไม่เคยรู้ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต
ลองปฏิบัติด้วยตนเองเถิดก็จะรู้ได้ด้วยตนเองในการปฏิบัตินั้นว่าแต่ละระยะของลมหายใจที่เข้า-ออกและแต่ละอาการของลมหายใจที่เข้า-ออกแต่ละระยะนั้น อาการรู้จะแตกต่างกัน อาการรู้นั้นก็คืออาการรู้ของจิต คือจิตทำหน้าที่รู้ เพียงแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสเรื่องจิตในขั้นนี้เพราะยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะทำให้หลงหรือเสียเวลาได้ง่าย จึงทรงเน้นเอาความรู้ที่เกิดขึ้นตามที่เป็นจริง
และความรู้ที่รู้นั่นแหละก็จะจำแนกถึงความแตกต่างว่าผลจากการสัมผัสของลมหายใจกับร่างกายทุกระยะ ทุกอาการของลมหายใจนั้นแตกต่างกัน บางอาการก็อึดอัด บางอาการก็สบาย บางอาการก็โล่งโปร่ง บางอาการก็ขัดขุ่น บางอาการก็ร้อนรุ่ม บางอาการก็ฉ่ำเย็นซาบซ่าน ซึ่งสามารถรู้ได้อย่างเบาบาง
ขั้นที่สาม คือการกำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก การกำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า
ขั้นที่สามนี้ชาวพุทธจำนวนมากอาจไม่ทราบและไม่เข้าใจ แม้นักปฏิบัติกรรมฐานจำนวนมากก็ไม่รู้ว่ากองลมนั้นคืออะไร จึงทำให้เกิดความสับสนหรือปฏิบัติต่อไปไม่ได้ หรือย่ำอยู่กับที่เดิมนั่นเอง จนกระทั่งจำนวนหนึ่งก็หลงผิดคิดว่าหนทางที่สุดของการปฏิบัติกรรมฐานมีอยู่เพียงเท่านี้
ดังนั้นการปฏิบัติกรรมฐานจะต้องทำความรู้ทำความเข้าใจในเรื่องกองลมนี้ให้ถูกต้องถ่องแท้มิฉะนั้นก็จะก้าวหน้าไปไม่ได้ นั่นคือต้องรู้ตามความเป็นจริงว่ากองลมคืออะไร
กองลมก็คือความรู้ที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสกันของลมหายใจที่ออก-เข้าในทุกอาการของลมหายใจไม่ว่าลมหายใจสั้น ลมหายใจยาว ลมหายใจประณีต ลมหายใจหยาบกระด้าง ในทุกระยะของลมหายใจ นั่นแหละคือกองลม ซึ่งกองลมดังกล่าวนั้นจะมีความรู้หรือความรู้สึกที่เกิดจากการสัมผัสกันของลมหายใจกับร่างกายในท่ามกลางระยะและอาการของลมหายใจนั้น
กองลมจึงมีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าสมมุติว่านับแต่ปลายจมูกจนถึงปลายสุดที่ลมหายใจจะเข้าไปได้มีระยะ 12 นิ้ว อาจเปรียบเทียบได้ว่าแต่ละ 1 นิ้วเป็นกองลมหนึ่งก็ได้ และในแต่ละ 1 นิ้วที่หายใจหยาบหรือหายใจประณีตก็เป็นอีกกองลมหนึ่ง ดังนี้ก็จะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่ากองลมได้ชัดเจนขึ้น
กายานุปัสสนาสติปัฏฐานขั้นกำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออกและกำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้านั้นจึงเกิดความรู้แก่จิตจากผัสสะระหว่างลมหายใจกับร่างกายในทุกอาการอย่างชัดเจนที่สุด
ขอให้เราทั้งหลายได้ทำความเข้าใจเรื่องกองลมกันให้ถูกต้องก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติกรรมฐานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญอย่างยิ่ง

กรณ์ ชี้ รัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้เลิกขอบริจาคโรงกลั่น ใช้กฎหมายจัดการ กำไรส่วนเกิน
54 ปีที่รอคอย NASA เผยภาพโลกทั้งใบล่าสุด ลั่นชัตเตอร์โดยนักบินอวกาศ Artemis II
เอกนิติ เตรียมชงรื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน เข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น
รมว.กลาโหม ชี้ คดียิง ส.ส.ประชาชาติ เป็นอำนาจตำรวจ เชื่อโยงถึงใคร นายกฯไม่มีละเว้น
ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี