วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
ข้อมูลพื้นฐาน ก่อนออกความเห็น กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง

ดูทั้งหมด

  •  

สังคมมีความรู้สึกนึกคิดแตกต่างมากมายต่อโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง


บ้าง ก็เอาประสบการณ์จากการได้เที่ยวกระเช้าไฟฟ้าในต่างประเทศมาสนับสนุน

บ้าง ก็เอาประสบการณ์การเดินเท้าขึ้นภูกระดึงมาคัดค้าน ฯลฯ

ทั้งหมด ไม่มีใครถูก-ผิด 100%

แต่ถ้าจะตัดสินใจโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ก็ควรจะทราบข้อมูลความจริงของโครงการ ว่าที่เคยศึกษามาก่อนหน้านี้ จนถึงวันที่ของบจ้างออกแบบ 28 ล้านบาทนั้น มีข้อมูลโครงการ แนวทาง แผนการบริหารจัดการหลังสร้างกระเช้าไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร?

ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ได้เคยสรุป “จดหมายเหตุ : กระเช้าภูกระดึง” วิเคราะห์ถึงผลดี/ผลเสีย ความเป็นไปได้ของโครงการกระเช้าภูกระดึง ตามผลการศึกษาล่าสุด

สมควรที่สังคมควรจะได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ ดังต่อไปนี้

1. ภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติ แห่งที่ 2 ของประเทศไทย โดยได้รับการประกาศในปีพ.ศ. 2505 มีเนื้อที่สองแสนกว่าไร่ ลักษณะทั่วไปคือเป็นภูเขาหินยอดตัดทางขึ้นชันรอบด้าน

เส้นทางปัจจุบันที่ใช้เดินขึ้นภูกระดึงจากตำบลศรีฐาน สู่หลังแป มีระยะทางประมาณ 6 กม. หลังจากนั้นต้องเดินไปที่ทำการอุทยานฯอีกประมาณ 3 กม.รวมใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 5-6 ชม.

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็มีระยะทางไกลจากที่พักมากและต้องเดินเท้าเท่านั้น ความยากลำบากนี้ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นรุ่นหนุ่มสาว และการท่องเที่ยวจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว เนื่องจากต้องค้างอย่างน้อยหนึ่งคืน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความคิดที่จะสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2527 โดยในครั้งแรกนั้น มี ม.เกษตรศาสตร์เป็นผู้จัดทำ EIA

แต่คราวนั้น ถูกนักอนุรักษ์และกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์คัดค้าน โครงการก็พับไป

จนมีการรื้อขึ้นมาอีกในปีพ.ศ. 2541 คราวนี้มี บจ. ทีม คอนซัลแตนท์ เป็นผู้ทำ EIA ใช้เวลาสองปี สรุปออกมาได้ว่าให้สร้างกระเช้าตามแนวที่นักท่องเที่ยวใช้เดินอยู่เดิมเนื่องจากมีความเหมาะสมที่สุด แต่ก็ไม่ได้สร้าง

ต่อมา ในปีพ.ศ.2557 จึงมีการรื้อโครงการขึ้นมาอีกครั้งโดยให้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ศึกษา ซึ่งเป็นตัวเอกสารที่ผมใช้อ้างอิงในการเขียนครั้งนี้

2. ในส่วนของตัวกระเช้านั้น ข้อมูลคร่าวๆ คือ จะมีความยาว 3,675 เมตร มีเสาทั้งหมด 16 ต้น

รวมแล้วพื้นที่ฐานของเสาทั้งหมดจะตัดป่าเพียง 3.65 ไร่

โดยอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดจะใช้การหย่อนลงด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไม่มีการตัดถนนเพื่อลำเลียงวัสดุ/อุปกรณ์ก่อสร้างและไม่มีการตัดป่าตามแนวกระเช้า เนื่องจากกระเช้าจะทำให้สูงพ้นแนวเรือนยอดไม้ให้ได้ชมวิวป่าไปด้วย ซึ่งจากข้อมูลนี้และตัวอย่างจากต่างประเทศทั้งในรายงานและที่ผมเคยไปเที่ยวมา คิดว่าลำพังการก่อสร้างและตัวกระเช้าไฟฟ้า ไม่น่าส่งผลกระทบอะไรต่อระบบนิเวศมากมายนักทั้งระหว่างก่อสร้างและดำเนินการ

สิ่งที่น่าห่วงคือ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปกับกระเช้ามากกว่า

3. ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของภูกระดึง (Carrying Capacity)เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เพราะต้องเข้าใจกันก่อนว่า หน้าที่หลักของอุทยานแห่งชาติ คือ การอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพเดิม โดยการใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนั้นเป็นหน้าที่รองลงมา

ทั้งนี้ในปัจจุบันภูกระดึงเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปได้เฉพาะช่วงเดือน ตุลาคม ถึง พฤษภาคม เท่านั้น โดยปิดในช่วงฤดูฝน เนื่องจากการขึ้นลงจะลำบากมาก และเพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวจากการท่องเที่ยว

โดยปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวไปภูกระดึงประมาณปีละ 62,000 คน ซึ่งจะไปเยอะในช่วงเสาร์-อาทิตย์ (ประมาณ 1,000 คน) และช่วงหยุดยาว (ประมาณ 3,000 คน)

ถ้านำตัวเลขมาเฉลี่ยก็คือประมาณ 172 คน/วัน ในขณะที่การศึกษาของบจ.ทีมฯ ระบุว่าภูกระดึงมีความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวได้วันละ 1,925 คน ในกรณีที่ไม่มีกระเช้า และ 4,425 คนในกรณีที่มีกระเช้า

ส่วนของม.มหิดลในปีพ.ศ.2537 ระบุว่ารองรับได้วันละ 1,500 คน

ซึ่งในส่วนของโครงการปัจจุบันนั้น ตั้งเป้าไว้เฉลี่ยประมาณวันละ 700 คน หรือประมาณ 253,500 คนต่อปี หรือให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 4 เท่านิดๆ (รวมนักท่องเที่ยวทั้งค้างคืนและไม่ค้างคืน)

สิ่งหนึ่งที่กระเช้าภูกระดึงจะแตกต่างไปจากกระเช้าที่ผมเคยไปเที่ยวมา คือ ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะให้คนขึ้นไปแล้วจัดให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่กำหนดไว้ ไม่ได้ปล่อยให้ออกไปเดินข้างนอกหรือค้างคืนเหมือนในกรณีของภูกระดึง

ซึ่งจุดนี้ เป็นอีกจุดที่มีข้อสงสัย เนื่องจากจุดท่องเที่ยวต่างๆ บนภูกระดึงนั้น ค่อนข้างไกล ยกตัวอย่าง เช่น ผาหล่มสักนั้น มีระยะทาง 9 กม.จากที่ทำการฯผู้สูงอายุที่ขึ้นไปถึงยอดด้วยกระเช้าแล้ว ก็ไม่สามารถเดินไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆได้อยู่ดี จึงเกิดคำถามจากหลายฝ่ายว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? มีรถรับส่งตามจุดท่องเที่ยวไหม? มีร้านค้า ห้องน้ำ เพิ่มขึ้นไหม? สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อระบบนิเวศบนยอดภูกระดึง

ซึ่งการศึกษาในปัจจุบันก็ไม่ได้นับรวมสิ่งเหล่านี้เข้าไป

4. คำถามเรื่องนักท่องเที่ยวขึ้นไปแล้ว จะทำอะไร มีการตอบโจทย์อยู่บ้างในรูปแบบของ “ศูนย์การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ” ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นที่บริเวณลานแป ใกล้ๆกับสถานีกระเช้า

ตามแผน คือ จะมีการจัดให้นักเรียนนักศึกษาและนักท่องเที่ยวทั่วไปมาเที่ยวศูนย์นี้โดยคิดค่าขึ้น/ลงกระเช้าและค่าเข้าชมศูนย์รวมทั้งหมด 500 บาท

ซึ่งรายได้จากโครงการนี้จะกลายเป็นรายได้หลักของโครงการกระเช้าไปเลย เพราะจากการศึกษาจะได้มากกว่าค่ากระเช้าขึ้น/ลงบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งจะคิดเที่ยวละ 200 บาทด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ ค่าก่อสร้างศูนย์แห่งนี้ ยังไม่มีรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการกระเช้า ในขณะที่ผลประโยชน์ถูกนับรวมเข้ามาด้วย

และที่น่าสนใจ คือ ขนาดของศูนย์ฯดังกล่าวจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่รวมค่ากระเช้า ค่าเข้าชมศูนย์ที่ 100 บาทนับว่าค่อนข้างสูง เปรียบเทียบว่าเป็นราคาเดียวกับค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 3 แห่งขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติที่รังสิตคลอง 5 หรือค่าเข้าชมสวนสัตว์ดุสิต(ราคาผู้ใหญ่) ซึ่งถ้าเทียบแบบนี้แล้วศูนย์ดังกล่าวก็คงต้องมีขนาดใหญ่พอสมควรเพื่อให้คุ้มค่าเข้า จนอาจจะต้องมี EIA แยกต่างหากอีกด้วยซ้ำ เพราะในที่สุดแล้วตั้งเป้าว่าจะรองรับนักท่องเที่ยวถึงปีละ 130,000 คน

5. คำถามข้อถัดไป คือ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ

ค่าก่อสร้างกระเช้าจะอยู่ที่ 596.8 ล้านบาท

ค่าดำเนินการและบำรุงรักษาปีละ 31.4 ล้านบาท

ค่าดูแลสิ่งแวดล้อมปีละ 3.5 ล้านบาท

ค่าเสียโอกาสของลูกหาบปีละประมาณ 4 ล้านบาท

ส่วนรายได้นั้น ทางตรงจะมีหลักๆ อยู่ 3 ส่วน ซึ่งผมขอยกตัวอย่างประมาณการรายได้ของปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ของการดำเนินการโครงการมาเป็นตัวอย่าง โดยในปีนี้โครงการจะมีรายได้จากกระเช้า 28.76 ล้านบาท ร้านค้า 11.94 ล้านบาท ส่วนรายได้จากศูนย์การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เอ่ยถึงไปในข้อ4. นั้นปีแรกคิดว่าจะมีคนมาเยี่ยมชม 25,000 รายและเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี ในปี 2569 จะมีรายได้ปีละ 32.42 ล้านบาท

ถ้าเป็นเอกชน รายได้โครงการจะมีแค่นี้ และเป็นโครงการที่เจ๊ง ไม่มีใครลงทุน

แต่เมื่อเป็นโครงการของรัฐ ก็จะนับรวมผลประโยชน์ทางอ้อมของโครงการ โดยเฉพาะการเติบโตของเศรษฐกิจรอบๆ พื้นที่โครงการ เช่น โรงแรม ร้านอาหารร้านขายของ ไปด้วย

รายได้ทางอ้อมของโครงการนี้มีมูลค่า 94.23 ล้านบาท มีรายได้จากส่วนเกินของผู้บริโภค 21.24 ล้านบาท ซึ่งอย่างหลังนี่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรและควรเอามารวมไหม

เอาเป็นว่ารวมรายได้ปี 2569 มีมูลค่าถึง 188.59 ล้านบาท

จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นว่าโครงการน่าจะมีความคุ้มค่าทางการลงทุนได้ แม้จะมีเงื่อนไขที่ต้องผ่านหลายข้อ รวมไปถึงต้องมีงบประมาณมาสร้างศูนย์ฯซึ่งยังไม่เห็นว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วควรจะรวมอยู่ในการคิดคำนวณความคุ้มทุน...

สรุป

ข้อมูลข้างต้นนั้น คือ ข้อเขียนชวนคิดของ ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ซึ่งย่อยมาจากรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ฯ เมื่อปี 2557 (ล่าสุด)

ถึงวันนี้ รัฐบาลควรอธิบายรายละเอียดข้อมูลความจริงเหล่านี้ให้ชัดเจน มิใช่โยนให้สังคมถกเถียงกันตามความเชื่อและค่านิยมของแต่ละคน

ซึ่งบางที ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานแนวทางของโครงการที่จะดำเนินการจริงๆ

และข้อมูลโครงการก็ควรถูกตรวจสอบด้วยว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ย้อนแย้งในตัวเองหรือไม่?

ยกตัวอย่าง ความจริงของโครงการที่วางแผนว่า จะให้นักท่องเที่ยวขึ้นพักบนภูกระดึงได้ไม่เกินวันละ 5,000 คน โดยจำนวนเดินขึ้นกับขึ้นกระเช้าแต่ละวันไม่เกิน 8,000 คน

สภาพระบบนิเวศบนภูกระดึงจะรองรับได้แค่ไหน จากปัจจุบัน จำกัดไว้วันละไม่เกิน 2,000 คน

สุดท้าย ตามภาพถ่ายที่นำเสนอนี้ คือ สภาพการดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูกระดึงในวันที่เคยมีนักท่องเที่ยวขึ้นไป 4,000 คน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:13 น. นักเขียนดังฝากถึงด้อม จำชื่อลุงให้ขึ้นใจ สั้นๆ 4 คำที่ทำเอาสะเทือนทั้งโซเชียล
07:39 น. โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง
07:23 น. ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว
07:00 น. กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน
06:45 น. ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์
ดูทั้งหมด
รวบคาสุวรรณภูมิ DSI ล็อกตัวอดีตผู้บริหาร เซ่นคดีทุจริต 300 ล้านบาท
หมอข้าวโพด แนะ 4 สัญญาณเตือน เมื่อการเดินทางของน้องใกล้สิ้นสุด
ทลายโกดังตลาดโรงเกลือ 7 จุด ลักลอบส่งสัญญาณเน็ต ฝั่งไทยไปกัมพูชา
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
กษัตริย์กัมพูชา งดปฏิบัติพระราชกรณียกิจ มอบหมายให้ ฮุน เซน นั่งรักษาการประมุขแห่งรัฐ
ดูทั้งหมด
รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์
มองรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง
ปู่จิ๊บ เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนและญาติเยอะ จึงมักทำงานสำเร็จ มีใจสุขสงบ (1)
สงครามจัดตั้งรัฐบาล?
ใครจะเป็นนายกฯ ? พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นักเขียนดังฝากถึงด้อม จำชื่อลุงให้ขึ้นใจ สั้นๆ 4 คำที่ทำเอาสะเทือนทั้งโซเชียล

พิธา โพสต์แล้ว หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

คุมไม่อยู่! โรคคาลา-อาซาร์ ระบาดหนักในเคนยา คร่าชีวิตคนมากสุดเป็นประวัติการณ์

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

  • Breaking News
  • นักเขียนดังฝากถึงด้อม จำชื่อลุงให้ขึ้นใจ สั้นๆ 4 คำที่ทำเอาสะเทือนทั้งโซเชียล นักเขียนดังฝากถึงด้อม จำชื่อลุงให้ขึ้นใจ สั้นๆ 4 คำที่ทำเอาสะเทือนทั้งโซเชียล
  • โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง
  • ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว
  • กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน
  • ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์ ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ใครจะเป็นนายกฯ ?  พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

ใครจะเป็นนายกฯ ? พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

9 ก.พ. 2569

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล  เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

6 ก.พ. 2569

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ  ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

5 ก.พ. 2569

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

4 ก.พ. 2569

คนไทยกำลังถูกส้มปั่นกระแส  อย่าตกเป็น ‘เหยื่อของนักการเมืองส้ม’

คนไทยกำลังถูกส้มปั่นกระแส อย่าตกเป็น ‘เหยื่อของนักการเมืองส้ม’

3 ก.พ. 2569

ความตาย และภาษี  เตรียมยึดทรัพย์ทักษิณ 1.7 หมื่นล้านบาท?

ความตาย และภาษี เตรียมยึดทรัพย์ทักษิณ 1.7 หมื่นล้านบาท?

2 ก.พ. 2569

ทองคำจะไปถึง 100,000 บาท เมื่อไหร่???

ทองคำจะไปถึง 100,000 บาท เมื่อไหร่???

30 ม.ค. 2569

กรณีหมอสุภัทร กับวาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล

กรณีหมอสุภัทร กับวาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล

29 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved