วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ณ วันนี้ ทุกพรรคการเมืองต่างเริ่มเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สนามการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในต้นปีหน้ากันแล้ว โดยแต่ละพรรคการเมืองก็น่าจะมีการดำเนินการคู่ขนานหรือพร้อมๆ กันไป 3 เรื่องหลักด้วยกันนั่นคือ
1.การกำหนดตัวผู้สมัครทั้งในระบบเขต และทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ
2.การกำหนดตัวผู้ลงสมัครเข้าแข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพรรคละ 3 ชื่อ
3.การมีข้อเสนอต่อสาธารณชน ว่าด้วยวิสัยทัศน์ อุดมการณ์ นโยบายและมาตรการ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและความมั่งมีศรีสุข
สรุปคร่าวๆ ได้ว่า แต่ละพรรคการเมืองต้องมีการนำเสนอคนดี คนที่มีขีดความสามารถ และไม่มีความด่างพร้อย เพื่อให้ประชาชนพลเมืองได้ตัดสินใจเลือกหย่อนบัตรหรือลงคะแนนสนับสนุนให้ ซึ่งในขณะเดียวกัน แต่ละพรรคการเมืองก็ควรจะมีการออกเอกสารว่าด้วยจุดยืน และความคิดอ่านเกี่ยวกับการนำพาประเทศชาติให้ก้าวไกลไปข้างหน้าอย่างสง่างามและยั่งยืน เพื่อประชาชนพลเมืองจะได้รับรู้และทำความรู้จักเกี่ยวกับตัวพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน หรือปฏิเสธ
ในการนี้พรรคการเมืองทุกพรรคจึงต้องทำการบ้าน จะรอแค่กระแสนิยมชมชอบแต่เพียงอย่างเดียวมิได้ หากแต่ต้องมีสาระเนื้อหาในการพัฒนาบ้านเมืองมาบอกกล่าวกันด้วย เพราะวันนี้ประชาชนชาวไทยมีความตื่นรู้ รู้เรื่อง และเข้าถึงซึ่งเรื่องการบ้านการเมืองมากยิ่งขึ้น อีกทั้งพรรคการเมืองใดที่ไม่ทำการบ้าน หรือทำการบ้านอย่างหละหลวมแบบขอไปที ก็น่าจะอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ เพราะจะมีพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เขามีความขะมักเขม้น และเอาจริงเอาจังกับการคัดเลือกคนดีเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง และการวางตัวตนด้วยสาระเนื้อหามาให้เปรียบเทียบ
ส่วนวิธีการหรือเส้นทางเข้าสู่ประชาชนพลเมืองโดยพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ก็อาจจะแบ่งออกได้เป็น 3 วิธีการด้วยกันคือ
1.พรรคการเมืองเข้าถึงประชาชนพลเมืองผ่านระบบ “บ้านใหญ่ บ้านเล็ก” หรือกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลมากด้วยบารมี และกำลังเงิน
2.การเข้าถึงประชาชนพลเมืองแบบเส้นทางตรง เช่น การไปเคาะประตูบ้าน การพูดจาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้วยเวทีสนทนาต่างๆ ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์โดยตรงผ่านสื่อและสิ่งตีพิมพ์ทั้งหลาย
3.การใช้ตัวบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นตัวดึงดูดความสนอกสนใจ และคะแนนเสียง
ในกรณีแรกเป็นรูปแบบของการเมืองแบบ “บ้านใหญ่ บ้านเล็ก” โดยพรรคการเมืองที่โดดเด่นก็คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย โดยทั้ง 2 พรรคมี “บ้านใหญ่” เป็นเจ้าของ และผู้บงการลงไปยังบรรดาบ้านเล็กบ้านใหญ่ในท้องถิ่น เพื่อต่อสายเข้าไปยังประชาชนพลเมือง ส่วนในกรณีที่สอง คือเส้นทางการสื่อสารแบบสายตรง พรรคการเมืองที่โดดเด่น ก็คือ พรรคประชาชน ในขณะที่กรณีที่สาม ที่ตัวองค์บุคคลเป็นตัว “เรียกลูกค้า” ก็น่าจะมีพรรคประชาธิปัตย์ (คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) พรรคกล้าธรรม (คุณธรรมนัส พรหมเผ่า) พรรคไทยสร้างไทย (คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) พรรคพลังประชารัฐ(พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ไปจนถึงหัวหน้าพรรคเล็กๆ เช่น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นต้น
ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ดูจะมีความแปลกเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่สามารถกำหนดว่ามีเส้นทางเข้าถึงประชาชนพลเมืองอย่างไร เพราะผู้นำก็ไม่โดดเด่น จะเป็นพรรคที่มุ่งเรื่องบ้านเล็กบ้านใหญ่ก็ไม่ใช่ และก็ดูว่ายังไม่มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงประชาชนพลเมืองโดยตรง
แต่เมื่อดูในภาพรวมแล้ว ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆ ว่า สนามการเลือกตั้งทั่วไปในต้นปีหน้าคงจะเป็นการแข่งขันกันระหว่าง 2 กลุ่มแนวคิดเท่านั้น นั่นคือกลุ่มเส้นทางแบบอ้อม ผ่านบ้านเล็กบ้านใหญ่ ดังเช่นพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย กับกลุ่มเส้นทางสายตรง คือพรรคประชาชน ก็จัดได้ว่าเป็นจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน ซึ่งในกลุ่มแรกคงจะไม่พ้นที่จะมีเรื่องของการใช้เงินหาเสียงเข้ามาเป็นหลัก ส่วนกลุ่มหลังก็คงจะใช้ความอุตสาหะเป็นเกณฑ์
ในการนี้ การใช้เส้นทางทางอ้อมหรือการใช้เส้นทางทางตรงหนึ่งใดก็ตามอาจไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป หากแต่สิ่งที่สำคัญนั่นคือการส่งมอบ “การบ้าน” ให้กับประชาชนพลเมืองด้วย เพราะประชาชนพลเมืองเป็นพลเมืองที่มีทักษะ และคุณภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน
ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก
พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60
'พี่คนดี'ร่ายกลอน 'เราภูมิใจ ความเป็นไทย ที่ไม่เท้ง'
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี