วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
ตามที่เคยตั้งคำถามให้ติดตามว่า รัฐบาลอนุทินภูมิใจไทย จะมีมาตรการอะไรออกมาดูแลการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนใน กทม. หรือไม่?
ล่าสุด ผ่าน ครม.อนุทินแล้ว สำหรับมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ไม่เกิน 40 บาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง
จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้
(มาตรการอัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย สิ้นสุดลงในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ก็จะต่อเนื่อง)
1. ก่อนหน้านี้ ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะทำรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เปิดให้ชาวบ้านแห่ไปลงทะเบียนแค่วันแรกปาไปกว่าสองแสนคน
สุดท้าย คนรอเก้อ เพราะนายกฯหลานอังเคิลมีอันเป็นไปเสียก่อน
ถามว่า ถ้ารัฐบาลหลานอังเคิลยังอยู่ จะทำได้มั้ย?
คำตอบ คือ น่าจะทำได้ แต่ไม่ยั่งยืน
อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา เมื่อถูกถามถึงแหล่งงานที่จะอุดหนุนเพื่อให้โครงการอยู่ยั้งยืนยาว อดีตรมว.คมนาคม นายสุริยะ ไม่เคยตอบอะไรได้ชัดเจนเป็นรูปธรรรม มีแต่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่าจะทำในระยะยาว จะเอาแหล่งเงินจากไหนเพื่อให้ยั่งยืน เช่น การเก็บภาษีรถติด
ช่วงแรกที่ดำเนินการมาแล้วเกือบ 2 ปี ใน 2 เส้นทาง 20 บาทตลอดสายได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - คลองบางไผ่ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ -รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน นั่นก็เอาเงินที่ควรส่งเป็นรายได้รัฐ เข้ามาอุ้มไว้ ไม่ใช่การสร้างระบบที่ยั่งยืนอะไรเลย
2. เหมาจ่ายรายวัน ไม่เกิน 40 บาท รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง
การดำเนินมาตรการนี้ ประชาชนจะได้ประโยชน์จากการลดภาระค่าเดินทาง จูงใจให้ใช้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ลดปริมาณรถบนท้องถนน
ถ้าเทียบกับ 20 บาทเดิม จะพบว่า ประชาชนได้ประโยชน์คุ้มกว่า
เพราะเดิม ถ้าเดินทางไป-กลับ ก็จะต้องจ่าย 40 บาท
แต่มาตรการใหม่ จ่ายสูงสุด 40 บาท จะเดินทางกี่เที่ยวก็ได้ รวมหมดแล้ว ทั้งไป ทั้งกลับ หรือจะไปแวะทำธุระอะไรในระหว่างวัน รวมหมดแล้ว
และภาระต้นทุนโครงการ อยู่ในระดับที่หน่วยงานรัฐช่วยซัพพอร์ตดูแลได้
ไม่ประชานิยมเกินไป
3. การดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ไม่เกิน 40 บาทสำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดงสายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์ -ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์ - รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผ่านความเห็นชอบของ ครม.เรียบร้อยแล้ว
กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 -30 พฤศจิกายน 2569 หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ
โดยให้ ร.ฟ.ท. ขอรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อชดเชยรายได้ส่วนต่างค่าโดยสารตามจริง ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
และให้กระทรวงคมนาคมประเมินผลการดำเนินมาตรการเป็นรายปี โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปริมาณผู้โดยสารและรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระการชดเชยจากภาครัฐและคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินทางและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เป็นต้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินมาตรการในระยะยาวต่อไป
3.1 เดิม มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2568 ครม.อนุทินขยายเป็นสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568
จากนั้น แต่งตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมและคุ้มค่าของการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด20 บาท ตลอดสายและพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินมาตรการในระยะต่อไปให้เหมาะสม มีความยั่งยืนเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และไม่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังเกินความจำเป็น
3.2 กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาฯ แล้ว ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยจัดทำมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569
การจัดเก็บอัตราค่าโดยสารสูงสุด ตามมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ดังนี้
.png)
บุคคลทั่วไป เหมาจ่ายทั้งวันสูงสุด 40 บาท ส่วนเด็ก 30 บาท
อัตราเหมาจ่าย คือ อัตราค่าโดยสารรวมทุกการเดินทางของรถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วงภายใน 1 วัน และในกรณีที่กลุ่มบุคคลทั่วไปและกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา ที่เดินทางระยะสั้นและมีมูลค่าเดินทางไม่ถึงอัตราค่าโดยสารสูงสุดต่อวันให้เก็บค่าบริการตามจริง
ทั้งนี้ กลุ่มผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเด็ก สามารถเลือกใช้สิทธิตามมาตรการที่เสนอในครั้งนี้ หรือใช้สิทธิเดิมตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ดังนี้
1) กลุ่มผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับวงเงินตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 750 บาท/เดือน โดยคิดค่าโดยสารในอัตราปกติ/เที่ยว
2) กลุ่มผู้พิการและกลุ่มเด็ก ส่วนสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร ได้รับสิทธิใช้บริการฟรี
3) กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเด็ก ส่วนสูงเกิน 90 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 120 เซนติเมตร ได้รับส่วนลดร้อยละ 50 จากค่าโดยสารตามอัตราปกติ/เที่ยว
3.3 กำหนดประเภทบัตรโดยสารเพื่อรองรับมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน คือ บัตร EMV Contactless Card
โดยกรณีนักเรียน/นักศึกษาใช้บัตร EMV/Visa/Master Card ต้องจ่ายอัตราค่าโดยสารตามอัตราบุคคลทั่วไป เนื่องจากบัตรไม่มีการแยกประเภทบุคคลไว้
3.4 การคาดการณ์การสูญเสียรายได้
กระทรวงคมนาคมได้จัดทำข้อมูลตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วยแล้ว
โดยได้ประมาณการว่าจะต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณ (ร.ฟ.ท.) และมีการสูญเสียรายได้ (รฟม.) สรุปดังนี้
.png)
จะเห็นว่า ร.ฟ.ท. (รถไฟชานเมืองสายสีแดง) และ รฟม. (รถไฟฟ้าสายสีม่วง) มีวิธีการคำนวณการสูญเสียรายได้ค่าโดยสาร ที่แตกต่างกัน ดังนี้
กรณีรถไฟชานเมืองสายสีแดง มีการคำนวณราคาค่าโดยสารปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 30 บาท/เที่ยว ดังนั้น หากมีการดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันในราคาสูงสุด 40 บาท/วัน จึงต้องมีการชดเชยรายได้ในส่วนต่าง10 บาท/เที่ยว นำมาคูณกับการประมาณการผู้โดยสารในปีงบประมาณพ.ศ. 2569 จำนวน 14,201,611 คน (142 ล้านบาท)
กรณีรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีการคำนวณรายได้ค่าโดยสารรวมจากการจัดเก็บค่าโดยสารเต็ม ราคา (14 - 42 บาท) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 540 ล้านบาท โดย รฟม. ได้คาดการณ์ว่าหากดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันในราคาสูงสุด 40 บาท/วัน จะมีรายได้ค่าโดยสารรวมอยู่ที่ 510 ล้านบาท หรือมีการสูญเสียรายได้ร้อยละ 5.56 (30 ล้านบาท/ปี) เมื่อเทียบกับการจัดเก็บค่าโดยสารเต็มราคา
4. โลกนี้ ไม่มีอะไรฟรี
การที่รัฐเข้าไปอุดหนุนแบบนี้ รัฐมีภาระต้นทุนต้องจ่าย
ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนที่ประเทศชาติจะได้รับจากการดำเนินมาตรการฯ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมเคยมีการประมาณการมูลค่าผลประโยชน์ในปีงบประมาณ 2569 รวมมูลค่า 21,812 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การที่ ครม.ให้กระทรวงคมนาคมประเมินผลการดำเนินมาตรการเป็นรายปี โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปริมาณผู้โดยสารและรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระการชดเชยจากภาครัฐ และคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินทางและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เป็นต้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินมาตรการในระยะยาวต่อไป เป็นสิ่งที่จะเพิ่มความรอบคอบ รัดกุม และอาจประกอบการพิจารณาตัดสินใจเชิงนโยบายในระยะถัดไปได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
สารส้ม

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันพุธ 3 มีนาคม 2569
สเปนประกาศชัด ไม่ให้ สหรัฐ ใช้ฐานทัพโจมตี อิหร่าน
สงครามเปลี่ยนโฉม สมุย-พะงัน ต่างชาติไม่ได้มาเที่ยว แต่ปักหลักใช้ชีวิตยาว
ปราชญ์ สามสี ไขข้องใจยกโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่านใช้กับเขมรได้หรือไม่!?
พุ่งพรวด! 'ปั๊มเชลล์' ปรับขึ้นราคาน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ลิตรละ 1.50 บ. ดีเซล 4.20 บ.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี