วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
พรรคเพื่อไทย เป็นมรดกตกทอดจากพรรคไทยรักไทย ที่มีประวัติออกกฎหมายเพื่อเปิดช่องว่างให้ทุจริตทางนโยบายได้ ไม่ว่า นโยบายรับจำนำข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำให้รัฐเสียหายหลายแสนล้านบาทหรือการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิตในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นำโดย ทักษิณ ชินวัตร วันนี้เมื่อการทุจริตทางนโยบาย ธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณ ย้อนกลับมาคุกคามความมั่นคงรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำ นายกฯ ก็โยนเผือกร้อนให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นหนังหน้าไฟ ในการแก้ปัญหาทุจริตธรรมาภิบาล จรรยาบรรณและนโยบาย
ต้องยอมรับความจริงว่า ที่นักโทษเทวดาใช้เวลาเสวยสุขอยู่ในห้องรอแยล สวีท บนชั้น 14ของโรงพยาบาลตำรวจ ข้ามเดือนข้ามปีได้ โดยที่ไม่ต้องเข้าคุกแม้แต่วันเดียวนั้น เป็นการทุจริตทางนโยบาย ธรรมาภิบาล และจรรยาบรรณ ที่เตรียมการไว้ โดยคนเพื่อไทย เนื่องจากมีความจริงเชิงประจักษ์ว่า การแก้กฎกระทรวงให้นักโทษใช้สถานที่อื่นๆ เช่นวัด โรงพยาบาล หรือบ้าน เป็นที่กักขังนักโทษแทนเรือนจำได้นั้น ทำกันในสมัยที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทินเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกำกับดูแลกรมราชทัณฑ์
แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมในเวลานั้น บอกแนวหน้า ในขณะที่มีกระแสข่าวเรื่องนักโทษหนีคดีทักษิณ ชินวัตร ประกาศจะกลับบ้านมาเลี้ยงหลานในเดือนกรกฎาคม 2566 ว่า “เขากลับมาได้โดยไม่ติดคุกเพราะรัฐมนตรีฯได้จัดการแก้กฎกระทรวงเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวประเมินสถานการณ์ผิดพลาดที่กล่าวด้วยว่า “ถึงแก้กฎกระทรวงไว้รองรับให้กลับบ้านโดยไม่ติดคุก แต่เชื่อว่าเครื่องบินของทักษิณไม่มีวันแตะรันเวย์ได้ตราบใดที่ลุงตู่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี..”
แหล่งข่าวประเมินสถานการณ์ผิดพลาด เพราะเข้าใจว่า มีรัฐมนตรียุติธรรม เพียงคนเดียวในรัฐบาลลุงตู่ที่เตรียมการทุจริตทางนโยบายให้น.ช.ทักษิณกลับบ้านมาเลี้ยงหลานโดยไม่ติดคุก แหล่งข่าวอาจไม่รู้ว่า ยังมีเนติบริกรที่เคยทำงาน และยึดมั่นศรัทธานักโทษหนีคดีมานาน อยู่ในรัฐบาลลุงตู่ด้วย ช่วยกันประสานงานให้ทักษิณกลับบ้านโดยไม่ติดคุก
หากจำเหตุการณ์วันที่ 22 สิงหาคม 2566 วันที่น.ช.ทักษิณ ก้าวลงจากเครื่องบินส่วนตัวอย่างหน้าชื่นตาบาน ถ่ายรูปหมู่กับครอบครัว เดินจากห้องรับรองพิเศษ มาทักทายผู้สนับสนุน และสมุนบริวารด้วยรอยยิ้มสดชื่นเบิกบานแข็งแรงแจ่มใสไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการที่นำ น.ช.ทักษิณ ไปรับทราบข้อหาและศาลตัดสินจำคุก 5 ปี คณะเจ้าหน้าที่นำ น.ช.ทักษิณ ไปถึงบริเวณเรือนจำคลองเปรมประมาณ 5 โมงเย็น มีกระแสข่าวที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ช.ทักษิณนั่งรออยู่ในห้องรับรองของผู้บัญชาการเรือนจำ และเวลาประมาณหนึ่งทุ่มของวันนั้น นายวิษณุเครืองาม รองนายรัฐมนตรี ผู้รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เข้าพบ น.ช.ทักษิณ และใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่าสองชั่วโมง ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองหารือกันเรื่องอะไร ได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่า รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นำร่างฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าไปให้น.ช.ทักษิณลงนามหรือไม่
ประมาณสี่ทุ่มของคืนเดียวกัน มีรายงานข่าวด่วนว่า น.ช.ทักษิณอาการป่วยหลายโรคกำเริบถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต หากไม่ได้พบแพทย์โดยฉับพลัน ตั้งแต่นาทีนั้น สังคมไทยจึงได้ทราบว่า น.ช.ทักษิณมีอาการปางตาย และได้ย้ายไปอยู่ในห้องรอแยล สวีท บนชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นวันที่ 23 สิงหาคม นายวิษณุ เครืองาม รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า น.ช.ทักษิณอยู่ ในข่ายขอพระราชทานอภัยโทษได้ทันที
และสองวันต่อมา น.ช.ทักษิณก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจำคุกจาก 8 ปี เหลือโทษจำคุก 1 ปีนี่คือสาเหตุที่สังคมไทยสงสัยว่าหาก น.ช.ทักษิณไม่ลงนามในฎีกาขออภัยโทษคืนวันที่ 22 สิงหาคม ตอนพบกับนายวิษณุ แล้ว น.ช.ทักษิณเขียนฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษตอนไหน เพราะตั้งแต่กลับมาถึงประเทศไทย จนถึงวันที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ ให้เหลือจำคุก 1 ปี น.ช.ทักษิณ อยู่ในอาการปางตาย แพทย์ห้ามไม่ให้เยี่ยม
จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า การแก้กฎกระทรวงไว้ล่วงหน้าการทำฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษและย้ายจากเรือนจำไปโรงพยาบาล ทั้งหมดได้เตรียมการและบริหารจัดการโดยคนเพื่อไทยที่แฝงตัวอยู่ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และเมื่อ น.ช.ทักษิณซึ่งหลายฝ่าย ยกให้เป็น นักโทษเทวดา ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งครั้งใหม่ขึ้นในสังคมไทย เพราะแกนนำรัฐบาลและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทุจริตทางนโยบายโดยอ้างกฎกระทรวง และจรรยาบรรณแพทย์ปกป้องคุ้มครองนักโทษเทวดา
แกนนำรัฐบาลตั้ง แต่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ตลอดถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ต่างก็อ้างกฎกระทรวงว่า น.ช.ทักษิณ อยู่ในข่ายกักขังตัวในโรงพยาบาล ตามคำวินิจฉัยของแพทย์ ด้านแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจก็อ้างจรรยาบรรณแพทย์ว่า ไม่สามารถเปิดเผยอาการของคนป่วยได้ว่า ใกล้ตาย หรือสำลักความสุขสนุกกับการท้าทายสังคม
ส่วนเรื่องย้าย น.ช.ทักษิณ ไปอยู่ในคุกนั้นแพทย์กล่าวว่าอยู่ในการตัดสินใจของกรมราชทัณฑ์ ทั้งหมดที่กล่าวมาบ่งชี้ว่าเป็นการทุจริตทางนโยบาย จรรยาบรรณตลอดถึงธรรมาภิบาล ทำเป็นขบวนการของคนในเพื่อไทย โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำตัวเหมือนสวะลอยตามน้ำหรือไม่ก็ตกกระไดพลอยโจน
จากภูมิหลังและพฤติกรรมผ่านมาสังคมไทยมองออกว่า นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กับนายสมศักดิ์เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม เป็นคนของนายใหญ่ ผู้มีอำนาจบารมี สั่งการให้เพื่อไทย หันซ้าย หันขวาได้ตลอด ถึงรัฐมนตรียุติธรรมปัจจุบัน ก็เป็นผู้เชื่อมั่นศรัทธาในตัวนักโทษเทวดาดังนั้น เมื่อ น.ช.ทักษิณ กลายเป็นระเบิดเวลา ที่อาจทำลายรัฐบาลและประเทศไทยได้ในไม่ช้าไม่นาน นายกฯเศรษฐาจึงโยนเผือกร้อน ให้รวมไทยสร้างชาติ โดยการมอบหมายให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงาน กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม แทน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีโควตาเพื่อไทย
จึงมีคำถามจากหลายฝ่ายว่า นายพีระพันธุ์ อดีตผู้พิพากษาซึ่งเป็นนักกฎหมายชื่อดังจะถอดชนวนระเบิดเวลาที่มาในรูป น.ช.ทักษิณได้หรือไม่ ในเมื่อเรื่องราวของ น.ช.ทักษิณนั้นได้เตรียมกันมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี และกรมราชทัณฑ์กับโรงพยาบาลตำรวจก็ลอยตามน้ำไปตามแผนการทุจริตทางนโยบายที่เตรียมไว้ก่อนหน้า และหากรัฐบาลนายเศรษฐาใช้กฎกระทรวงที่แก้ไขไว้ก่อนหน้า ต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับบ้านเหมือนพี่ชาย นายพีระพันธุ์จะขัดขวางฤา
ดังนั้นจึงอาจมองได้ว่านายกฯเศรษฐา มอบหมายงานกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ให้นายพีระพันธฺุ์อุปมาเหมือนการเขี่ยหมาเน่า ให้พ้นจากท่าน้ำหน้าบ้านแล้ว ให้หมาเน่าตัวนั้น ไปเน่าเหม็นอยู่ท่าน้ำหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นายพีระพันธุ์เป็นหัวหน้า ตั้งแต่นี้ต่อไป นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการแก้กฎกระทรวง ก็ต้มน้ำใบมะละกอกินแก้มะเร็งได้อย่างโล่งใจ ไม่ต้องตอบคำถามสังคมเรื่องนักโทษเทวดา เพราะหน้าที่รับผิดชอบได้ย้ายไปอยู่ในความดูแลของพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว
พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ผงาดขึ้นมาร่วมรัฐบาลได้ เพราะบารมีของ “ลุงตู่” อดีตประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ บัดนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นองคมนตรีที่อยู่ในฐานะวางระยะห่าง จากการเมือง พูดง่ายๆ คือ ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคการเมืองแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของนายพีระพันธุ์และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า จะเขี่ยหมาเน่าออกจากท่าน้ำหน้าพรรคโดยแก้ปัญหาทุจริตธรรมาภิบาลศีลธรรม จรรยาบรรณในรัฐบาลและข้าราชการได้หรือไม่

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพล ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
ทำงานทันที! อาจารย์เชนควงครูพี่กอล์ฟ แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย”
ทรัมป์เตรียมของบฯ 5,000 ล้าน ฟื้น อัลคาทราซ เป็นเรือนจำอีกครั้ง
กรมฝนหลวงฯ ส่งเครื่องบิน 7 ลำ ลุยแก้หมอกควัน-เร่งทำฝนในพื้นที่ภาคเหนือ
ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ นราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบเหยื่อ ซุ่มยิงอำเภอจะแนะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี