Logo วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
เขียนเพื่อคิด

เขียนเพื่อคิด

กษิต ภิรมย์
วันพุธ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
อินเดียผงาด : โอกาสของไทย?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โดยทั่วไป อินเดียในสายตาชาวโลกนั้น ดูยากจน ผู้คนแออัดการสัญจรไปมาขาดระเบียบวินัย เสียงดัง และยังล้าหลังอยู่แม้แต่เมืองไทยเราเอง ชาวไทยก็ยังมีความรู้สึก มีความติดตาติดใจว่า ชาวอินเดียที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยนั้น มักจะเป็นผู้ทำมาค้าขายรายย่อย และทำงานที่ไม่ต้องการฝีไม้ลายมือ ซึ่งภาพต่างๆ ในสายตาชาวโลกและชาวไทยดังกล่าว ก็พอมีความจริงอยู่บ้างเพราะถ้าเทียบไป อินเดียก็ยังถูกจัดเป็นประเทศกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับไทย

แต่ในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อชาติอินเดียส่วนใหญ่ล้วนมีการศึกษาดี มีกิจการหรืออาชีพค้าขายที่สำคัญๆ เช่น อุตสาหกรรมเพชรนิลจินดา อุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้า อุตสาหกรรมเภสัชกรรม อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งจัดได้ว่ามีส่วนสำคัญในระดับหนึ่งของคนกลุ่มน้อยที่ค่อนข้างโดดเด่นในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย


ในโลกกว้าง ณ วันนี้ อินเดียกำลังเป็นที่กล่าวขวัญของแวดวงธุรกิจ วิชาการ และเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ ในขั้นของการได้รับการชื่นชมยกย่อง เพราะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยถัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 7 ต่อเนื่องหลายปีแล้ว และยังมีแนวโน้มว่าจะเติบโตในระดับนี้ต่อไปข้างหน้าในอีกหลายๆ ปี ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญประเทศหนึ่งที่จะทดแทนจีน ที่กำลังเผชิญกับประเด็นปัญหามากมายทั้งตลาดภายในและตลาดภายนอก ทั้งนี้อินเดียก็สามารถฟันฝ่าเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 มาได้อย่างน่าทึ่ง งดงาม ด้วยความสามารถในการผลิตวัคซีนและเวชภัณฑ์ด้วยตนเอง และมีการจัดวางระบบการบริการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงเกินความคาดหมายใดๆ และรุดหน้ากว่าบางประเทศที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วเสียอีก

ในขณะเดียวกัน อินเดียก็สามารถจัดส่งดาวเทียม และยานอวกาศ ไปลงที่ดวงจันทร์ เป็นประเทศลำดับที่ 4 ของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน สะท้อนขีดความสามารถ และความก้าวหน้าทางด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยต้องไม่ลืมด้วยว่า อินเดียนั้นสามารถผลิตและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แล้ว

อินเดียเลี้ยงดูตนเอง และส่งออกทางด้านอาหาร แต่คู่ขนานกันไปก็มีความเป็นประเทศอุตสาหกรรมทั้งหนักและเบามากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ และเริ่มเป็นแหล่งโรงงานผลิตเครื่องใช้ไม้สอยทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ ขึ้นมาแข่งขันและทดแทนจีน นอกจากนั้น อินเดียก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรมทางทหารขึ้นมาเรื่อยๆ และกำลังร่วมกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในเรื่องการผลิตเครื่องบินไอพ่นที่ทันสมัยล่าสุดไปจนถึงเรื่องการพัฒนายานยนต์อวกาศไร้คนขับ (Drones) ที่จะใช้พัฒนาได้ทั้งเพื่อการสู้รบ และเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่นการเกษตร การสำรวจทางทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

ในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเมืองความมั่นคงระหว่างประเทศแล้ว อินเดียก็เริ่มทำตัวเป็นผู้นำกลุ่มประเทศโลกที่ 3 ที่เดิมมีฉายาว่า The Third World และบัดนี้ The Global South เพื่อกระชับความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ในอาณัติของฝ่ายสหรัฐฯและยุโรปตะวันตกด้านหนึ่ง กับฝ่ายจีนและรัสเซียอีกด้านหนึ่ง และเพิ่มอำนาจต่อรองเพื่อไม่ถูกครอบงำ และเสริมสร้างอิทธิพลไปในตัวด้วย โดยอินเดียประสบความสำเร็จการเป็นประเทศเจ้าภาพกลุ่มประเทศ G20 (ประกอบด้วยประเทศพัฒนาแล้ว กับประเทศกำลังพัฒนาชั้นนำ) ในช่วงปี 2566 ที่ผ่านมาโดยสามารถเชิญชวนให้ประเทศหลักๆ ที่บาดหมางกัน เช่น ฝ่ายสหรัฐฯ กับฝ่ายจีนและรัสเซียมานั่งพูดคุยและตกลงออกแถลงการณ์ร่วมด้วยกันได้ โดยเฉพาะการตกลงให้มีการเชิญให้องค์การสหภาพแอฟริกา (Africa-Union - AU) ซึ่งมีสมาชิก 54 ประเทศ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ G20 ได้

ในขณะเดียวกัน ในเชิงการเมืองการทูตระหว่างประเทศ อินเดียก็สามารถ “เล่นไพ่ได้หลายมือหรือหลายสำรับ” เช่น การไปร่วมมือกับจีนและรัสเซียในกรอบของการร่วมมือแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization) และองค์การ BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) และ ไปร่วมมือกับสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรแบบทวิภาคี และกับองค์กรที่ประชุมสี่เส้า - QUAD อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย อีกทั้งอินเดียก็กระชับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงแบบสามเส้า กับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่ง ณ วันนี้
ยังไม่มีประเทศใดๆ ในโลก สามารถที่จะดำเนินการทางการเมืองและการทูตระหว่างประเทศแบบอินเดีย ที่คบหาสมาคมได้กับทุกฝ่าย ไม่มีผู้ใดรังเกียจ แถมยังยินดีที่จะข้องแวะกับอินเดียอีกด้วย ทั้งนี้ในการที่โลกนำโดย สหรัฐฯ ดำเนินการคว่ำบาตรรัสเซีย ในเรื่องการรุกรานยูเครน อินเดียก็ไม่ได้เข้าไปร่วมสังฆกรรมด้วย แต่แถมยังทำมาค้าขายกับรัสเซียเป็นปกติในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ และในเรื่องพลังงานเชื้อเพลิง

ในเรื่องความมั่นคงเฉพาะหน้า อินเดียมีปัญหาเรื่องข้อพิพาทเขตแดนในเขตแคชเมียร์กับปากีสถาน และมีปัญหาข้อพิพาทว่าด้วยเรื่องดินแดนในเทือกเขาหิมาลัยกับจีน
และเคยต้องรบรากับทั้ง 2 ประเทศมาแล้ว ซึ่งอินเดียก็ดูไม่สะทกสะท้าน แต่ก็ไม่ได้ประมาท และบัดนี้ก็มีสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรมากระชับความร่วมมือมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในคาบมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า น้ำมัน และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่สำคัญอันหนึ่งของโลก และเมื่อมีประเด็นปัญหาของการโจรสลัดทางแถบทวีปแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ และบัดนี้การคุกคามของขบวนการฮูตีของเยเมน ต่อการเดินเรือในทะเลแดง เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพวกฮามาสในการต่อสู้กับอิสราเอลฝ่ายอินเดียเองก็ไม่รอช้า ได้ทำการส่งกองเรือรบ เพื่อไปคุ้มครองคุ้มกันเรือพาณิชย์ต่างๆ และเพื่อแสดงให้โลกตระหนักว่า อินเดียมีความสำคัญยิ่งต่อโลก ในเรื่องมหาสมุทรอินเดีย

เมื่ออินเดียมีความสำคัญยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ก็มีคำถามว่าแล้วประเทศไทยคิดอย่างไร? และจะทำอย่างไรต่อไป? วันนี้อินเดียที่แต่เดิมเรามองว่าเขาไม่เห็นจะเจริญเท่าไหร่ แต่กลับลุกมาผงาดแล้ว ในขณะที่ไทยเราเองยังดูผลุบๆ โผล่ๆ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการในเรื่องภายใน และการจัดวางนโยบายกับภายนอก ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอินเดียก็ไม่คึกคักมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะในช่วงโลกแห่งสงครามเย็น เพราะนโยบายไปกันคนละทิศละทาง

มาบัดนี้อินเดียที่เป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ของโลกแล้ว ซึ่งจะไต่ขึ้นไปเป็นที่ 3 รองจากสหรัฐฯ และจีน ในเวลา
อีกไม่ช้านาน นั่นจึงหมายความว่า ประเทศไทยเราจะทำไม่รู้ไม่ชี้หรือมองข้ามอินเดียอีกต่อไปไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสื่อ และภาคประชาสังคมของไทยเรา จะได้ตื่นตระหนักและร่วมกันคิดปรึกษาหารือกันได้โดยเร็วเมื่อใด

 

กษิต ภิรมย์

[email protected]

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เขียนเพื่อคิด : 3 ล้านคนสิงคโปร์ต่อ 3 ล้านข้าราชการไทย

เขียนเพื่อคิด : 3 ล้านคนสิงคโปร์ต่อ 3 ล้านข้าราชการไทย

13 ส.ค. 2569

คิดคำนึง ไตร่ตรอง ทบทวน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

คิดคำนึง ไตร่ตรอง ทบทวน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

6 ส.ค. 2569

ถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องทบทวนตัวเอง

ถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องทบทวนตัวเอง

30 ก.ค. 2569

หลักการหรือผลประโยชน์ : กรณีพม่า

หลักการหรือผลประโยชน์ : กรณีพม่า

23 ก.ค. 2569

กอ.รมน.จะอยู่หรือจะไป?

กอ.รมน.จะอยู่หรือจะไป?

16 ก.ค. 2569

Happy Birthday USA. 250 ปี

Happy Birthday USA. 250 ปี

9 ก.ค. 2569

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด

2 ก.ค. 2569

24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน :  งานประชาธิปไตยยังต้องทำต่อไป

24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน : งานประชาธิปไตยยังต้องทำต่อไป

25 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved