วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
15 ปีกว่าที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ได้ชื่อว่ารวยแล้วโกง และ “โกงโคตร-โคตรโกง” หนีคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดินไปหลบอยู่ในต่างประเทศที่ดูไบมีคฤหาสน์หรู มีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสามารถบินไปไหนมาไหนได้บนโลกใบนี้ได้เกือบ 100 ประเทศ โดยที่ประเทศเหล่านั้นไม่สามารถจับตัวทักษิณส่งให้ทางการไทยในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” ได้ เพราะทักษิณเปลี่ยนสัญชาติเป็นพลเมืองมอนเตเนโกรและถือพาสปอร์ตของประเทศมอนเตเนโกร ซึ่งพูดได้ว่าประเทศไทยสงบสุขกับการที่บุคคลผู้นี้หนีออกไป
แปดเดือนนับตั้งแต่ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับมาพร้อมๆ กับที่นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ประเทศนี้ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย ง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาให้ตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะการรับใช้สองพี่น้องที่เป็นนักโทษคดีทุจริต คือ ทักษิณ กับ“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
“ทักษิณ ชินวัตร” นั้นรอดไปแล้ว ยังเหลือน้องสาวอีกหนึ่งคน ที่พี่ชายจะต้องพากลับมาบ้านก่อนงาน “เช็งเม้ง” ในวันที่ 5 เมษายนปีหน้า พร้อมทั้งร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยในหมู่ญาติพี่น้องครอบครัวชินวัตรอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ทำไมต้องก่อนงาน “เช็งเม้ง” เพราะเช็งเม้งเป็นวันสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ลูกหลานในตระกูลจะต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อไหว้ “สุสาน” หรือ “ฮวงซุ้ย” ของบรรพบุรุษ
แต่สำหรับเช็งเม้งของปีนี้ที่เพิ่งผ่านมา โดยนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ได้จัดพิธีกราบไหว้นายเลิศ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ และนางยินดี ชินวัตร ผู้เป็นแม่ ณ สุสาน ที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ออน อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 ปรากฏว่ามี“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คนเดียวใน “ตระกูลชินวัตร” ที่ไม่ได้มาร่วมพิธี
และช่วงเทศกาลสงกรานต์หลังงานเช็งเม้งของตระกูลชินวัตร “ทักษิณ ชินวัตร” ยังได้กลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง และให้สัมภาษณ์สื่อว่า สงกรานต์ปีหน้า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คงได้มีโอกาสมาทำบุญด้วยกัน เพราะยิ่งลักษณ์อยากกลับและตั้งใจจะกลับภายในปี 2567 นี้ ส่วนจะกลับมาวันไหนอย่างไร ทักษิณกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ตั้งใจอย่างนั้น แต่ยังไม่รู้จะอย่างไร จะกลับมาทางช่องทางไหน เอาความตั้งใจก่อน”
จะว่าไปแล้ว ก็ด้วย “ความตั้งใจ” ของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร นั้นเอง จึงทำให้คนอย่างนายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ และมีบทบาทในฐานะ“ผู้จัดการรัฐบาล” ต้องจัดมหกรรมจำอวดกิน “ข้าวเน่าของยิ่งลักษณ์” โชว์ เพื่อฟอกขาวให้แก่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อย่างเอิกเกริก และได้กลายเป็นข่าวให้ผู้คนในสังคมรู้สึกสมเพชเวทนา ที่นายภูมิธรรมถึงขนาดต้องเอาตัวเข้าแลก ด้วยการกินข้าวอาบสารพิษจากการรมยาทุกๆ เดือนตลอดระยะเวลา 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ดังที่ว่ามานั้น ถือได้ว่าปัญหาของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นับเป็นเรื่องหนึ่งของความวุ่นวาย หลังจาก “ทักษิณ ชินวัตร” กลับเข้ามาในประเทศไทย แต่ก็ยังถือเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับเรื่องของทักษิณเอง
“ทักษิณก็คือทักษิณ” จุ้นทุกเรื่อง ไม่เคยอยู่นิ่ง เป็นนักโทษที่ไม่ใช่นักโทษ เป็นคนขี้โกง เป็นคนโกหกปลิ้นปล้อน ไม่เคยสำนึกเกี่ยวกับความชั่วที่ตนก่อไว้จากคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดิน มิหนำซ้ำยังสำคัญตนเองผิด และมีผลประโยชน์ทับซ้อนในทุกเรื่องที่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง
และเรื่องนี้สำคัญมากกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” แอบพบกับผู้นำกองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าแบบ “ลึกๆ ลับๆ” ระหว่างที่เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสงกรานต์เดือนที่แล้ว โดยสำนักข่าว “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” หรือ VOA สื่อของสหรัฐอเมริกา นำมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ทักษิณได้พบปะหารือกับบุคคลสำคัญของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา
รายละเอียดของข่าวเปิดเผยว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ กับคณะผู้นำของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่จัดตั้งขึ้นโดยอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมียนมา ระหว่างที่นายทักษิณเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา
รวมทั้งยังได้พบปะกับคณะผู้แทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธต่างๆ อาทิ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU), พรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง, องค์กรแห่งชาติคะฉิ่น และเจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และผู้นำกองทัพรัฐฉาน (SSA)
รายงานข่าวระบุด้วยว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้แสดงเจตจำนงต้องการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับองค์การต่อต้านของกลุ่มชาติพันธุ์ (ERO) ซึ่งต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาตั้งแต่รัฐบาลพลเรือนของพรรค NLD ที่มีนางออง ซาน ซู จี เป็นประธานพรรค ถูกยึดอำนาจโดยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 อีกทั้งยังมีรายงานด้วยว่า ทักษิณได้ขออนุญาตเดินทางเยือนเมียนมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเมียนมาภายใต้การนำของ “พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย”
“ทักษิณ ชินวัตร” เป็นนักโทษที่อยู่ระหว่างพักโทษ การเข้าไปยุ่มย่ามเรื่องของเมียนมา เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของนักโทษ และที่สำคัญการไปประชุมพบปะหารือกับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งเพราะเรื่องนี้หมิ่นเหม่ต่อการ “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” อันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ“ไทย-เมียนมา”
การ “จุ้นจ้าน” ของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ขนาดนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ “ใบ้รับประทาน” เพราะใครก็รู้เป็นทาสรับใช้ทักษิณ จึงไม่กล้าพูดอะไรที่จะไปกระทบกับ “นายใหญ่” หรือแม้แต่นายเศรษฐา ทวีสิน ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้แต่เฉไฉตอบไม่ตรงคำถามว่า “ผมไม่ทราบว่ามีการไปเจรจาหรือเปล่าแต่เราเอง กระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงเองมีการพูดคุยกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องของชั้นความลับ เป็นเรื่องที่เราไม่อยากจะเปิดเผย”
เพราะอย่างนี้นี่เอง ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ถึงได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากไม่ยอมสยบอยู่ใต้อำนาจโจร !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดีเซลทะลุ 50.54 บาท กบน. มีมติปรับขึ้นลิตรละ 2.80 บาท
เปิดภาพ เสือดาวหนีไฟป่า พักพิงถ้ำริมน้ำปิง เขตอมก๋อย สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังใกล้ชิด
รัฐบาลฝรั่งเศสออกเงินกู้ฉุกเฉินสูงถึง 50,000 ยูโร ช่วยธุรกิจขนาดเล็กฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน
พีท เฮกเซธ สั่งปลดผบ.ทบ.สหรัฐฯ กลางศึกอิหร่าน สื่อนอกเปิดสาเหตุที่แท้จริง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี