วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
รัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง

ดูทั้งหมด

  •  

ทุกชาติบ้านเมืองจะต้องมีกฎหมาย เพื่อทำให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในชาตินั้น มีชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าสถานะทางสังคม ความยากดีมีจน อาจจะแตกต่างกันบ้างก็ตาม โดยมีกระบวนการยุติธรรมรองรับการบังคับใช้กฎหมายนั้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญ

ประวัติศาสตร์ของชาติไทยยังได้การยอมรับอยู่เสมอว่านับเริ่มต้นจาก อาณาจักรสุโขทัย ถึงแม้ว่าจะมีนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนหนึ่งมีความเห็นแย้งอยู่ก็ตาม โดยอาณาจักรสุโขทัยนั้นเริ่มขึ้นในปีพุทธศักราช ๑๗๘๐ มีพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรก พระองค์มีพระราชโอรส ที่มีพระปรีชาสามารถทั้งในการรบและการบริหารบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่งคือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้เป็นมหาราชพระองค์แรกของชาติไทย


ในยุคสมัยของพระองค์นั้น ได้มีบันทึกปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งเป็นศิลาจารึกหลักที่ ๑ ที่ค้นพบโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จประพาสเมืองเหนือเมื่อครั้งยังทรงผนวชเป็นพระภิกษุ โดยได้พบหลักศิลาดังกล่าวใกล้กับพระแท่นมนังคศิลา บนเนินประสาทเก่าในเมืองเก่าสุโขทัย ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้มีการกล่าวถึงสิ่งที่ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง โดยมีข้อความบันทึกไว้ในด้านที่ ๑ บรรทัด ๑๙ไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย และด้านที่ ๒ บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดที่ ๕ รวมทั้งด้านที่ ๓ บรรทัดที่ ๑๖ ถึง ๑๙ ด้วย ซึ่งในยุคต่อมาก็มีวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นกฎหมาย

ตัวอย่างข้อความในหน้าที่ ๑ ได้แก่ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลู่ทางเพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่า เหย้าเรือนพ่อเชื้อเสื้อคำ มันช้างขอลูกเมียเยียข้าวไพร่ฟ้าข้าไทย ป่าหมากปลาพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้าลูกเจ้าขุน ผิแลผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล จึ่งเล่งความแก่ข้าด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักมักผู้ซ่อน เห็นข้าวท่านบ่ไคร่พิน เห็นสินท่านบ่ไข้เดือ- ซึ่งสามารถจะแปลความหมายได้ว่า ราษฎรมีที่ดินทำกินได้ สามารถจะค้าอะไรก็ได้ ไม่มีการเก็บภาษี สมบัติจากพ่อให้ไปสู่ลูก ใครทำผิดก็แจ้งให้พระองค์ทราบ ไม่ให้ลักขโมยกัน ต่อมาก็ได้มีนักกฎหมายได้พยายามเรียบเรียงสรุปเป็น ๔ บท คือบทเรื่องมรดก บทเรื่องที่ดิน บทวิธีพิจารณาความและบทลักษณะฎีกา

เมื่อมาถึงอาณาจักรอยุธยาตอนต้น ได้มีการตรากฎหมายในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง ในช่วงระหว่างปีพ.ศ. ๑๘๙๔-๑๙๑๐ มีกฎหมายเกิดขึ้นทั้งหมด ๑๐ ฉบับ จดหมายฉบับที่สำคัญได้แก่

กฎหมายลักษณะพยาน พ.ศ. ๑๘๙๔

กฎหมายลักษณะอาญาหลวง พ.ศ. ๑๘๙๕

กฎหมายลักษณะอาญาราษฎร์ พ.ศ. ๑๙๐๑

กฎหมายลักษณะโจร พ.ศ. ๑๙๐๓

ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์ผู้มีพระปรีชาสามารถอีกพระองค์หนึ่ง ได้บริหารบ้านเมืองโดยทรงปฏิรูปการปกครอง แบ่งฝ่ายทหารและพลเมืองออกจากกันให้สมุหพระกลาโหมดูแลฝ่ายทหารและสมุหนายกดูแลฝ่ายพลเรือน ในยามสงครามราษฎรชายทุกคนจะต้องเข้ารับราชการทหาร มีการออกกฎหมายเพื่อการบริหารราชการส่วนกลางเรียกว่าจตุสดมภ์ มีกรม ๔ กรม คือ

กรมเวียง ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตเมืองหลวงและใกล้เคียง

กรมวัง ดูแลพระราชสำนักและรับผิดชอบเรื่องความยุติธรรม

กรมคลัง ดูแลรับจ่ายและเก็บรักษาพระราชทรัพย์จากภาษีอากร

กรมนา ตรวจตราการทำไร่นาและจัดเก็บรักษาข้าวจากอากรไว้ในราชการ

ในสมัยของพระองค์นี้ ได้มีการตรากฎมณเฑียรบาลขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๑๙๑๑ เป็นกฎที่ว่าด้วยการดูแลรักษาระเบียบของพระราชวัง พระราชฐาน รองรับและส่งเสริมสถาบันกษัตริย์ เป็นแนวทางให้ราษฎรและขุนนางข้าราชการปฏิบัติต่อพระมหากษัตริย์ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งกำหนดในเรื่องของการสืบราชสมบัติด้วย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็มีการจัดทำรัฐธรรมนูญที่อ้างว่ามาจากประชาชนขึ้นเป็นฉบับแรก มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติ ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราวพุทธศักราช ๒๔๗๕” และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๗๕ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม มีลำดับศักดิ์สูงสุด กฎหมายอื่นใดจะขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้  ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันนี้คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ที่เป็นประธานร่างคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ โดยท่านกล่าวไว้ว่าเป็นการร่างเพื่อใช้กับคนทั่วประเทศ จึงต้องมีกรอบในการร่าง โดยกรอบที่ ๑ เป็นกรอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งบังคับว่าคณะร่างต้องร่างให้ครบถ้วนเป็นไปตามนั้น กรอบที่ ๒ คือคสช.ในฐานะที่มีอำนาจรัฐถาธิปัตย์ และภารกิจที่สำคัญจะต้องทำให้เกิดรัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง โดยมีกรอบอยู่ ๕ ประการ คือ

๑. ให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับนับถือของสากล แต่ต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศไทยหรือคนไทยที่มีอยู่

๒. ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูป และสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้

๓. มีมาตรการป้องกันไม่ให้การเมืองแสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ เพื่อตนเองหรือพวกพ้อง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรมโดยมิได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง เกิดวิกฤตที่หาทางออกไม่ได้

๔. มีแนวทางขจัดการ ทุจริตประพฤติมิชอบอย่างได้ผล

๕. ให้สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน ในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และ ร่วมกันรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญและการพัฒนาของประเทศและสังคมโดยรวม

โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์ และได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ซึ่งตามระบอบประชาธิปไตยก็ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับคสช. ตามที่บางพรรคการเมืองกล่าวหาเพราะไม่สมประโยชน์หรืออาจเป็นภัยต่อพรรคหรือพวกของตน

เมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง จึงได้มีความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่น่าจะมาจากเหตุดังกล่าว  ประจวบกับมีพรรคการเมืองที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดยเอาเรื่องของกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ที่บัญญัติไว้เพื่อปกป้องสถาบันมาเป็นตัวจุดฉนวนเรื่องสิทธิ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน และขณะนี้ก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ ในการจะออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมนักโทษคดี ๑๑๒ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจงใจที่จะทำการ ที่น่าจะรวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีผู้หนึ่งด้วย โดยไม่เคยคำนึงถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้สร้างชาติ และทำให้ชาติอยู่มาได้เป็นระยะเวลาร่วม ๘๐๐ ปี

ความพยายามของทั้งสองพรรคนี้ อาจไม่ใช่อยู่ที่การแก้ไขเท่านั้น แต่อาจจะลามไปถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยคณะกรรมการร่างต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยต้องเดือดร้อนหากไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอี่นๆ  จึงไม่เห็นความจำเป็นในการแก้ไขเลย อีกทั้งการแก้ไขจะต้องใช้เงินอีกมหาศาล ในขณะที่รัฐบาลอ้างว่าเศรษฐกิจของประเทศไม่ดีจนอาจจะเกิดภาวะวิกฤต ซึ่งความจริงเรื่องนั้นน่าจะเป็นเพราะฝีมือในการบริหารของรัฐบาลยังไม่ดีพอ ไม่มีการบริหารเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติเพื่อให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น การสร้างงานมากขึ้น ไม่ใช่แบมือรอรับเงินที่รัฐบาลจะต้องกู้มาจ่ายให้ในโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ซึ่งทำให้ประเทศมีหนี้เพิ่มมากขึ้น และหนี้สินสาธารณะต่อ GDP ขึ้นไปใกล้ ๗๐% ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือของฐานะเศรษฐกิจของชาติ

การเข้ามาบริหารประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใครก็ตามที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารบ้านเมืองมาก่อนเลย อยู่ๆ ก็จะเข้ามาทำและประสบความสำเร็จในการทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะหากการเข้ามานั้นมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่อาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนและอื่นๆ อันเป็นที่ครหาของประชาชน ก็ย่อมจะทำให้เกิดความเสื่อมโดยเร็ว การทบทวนตนเองด้วยจิตสำนึกที่ดีที่อาจจะยังมีเหลืออยู่บ้าง แล้วยอมเสียสละตำแหน่งให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารบ้านเมืองมากกว่าเข้ามาบริหาร จะเป็นเรื่องที่จะได้รับการยกย่อง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:07 น. 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
21:41 น. เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
21:16 น. ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
21:12 น. อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน
21:12 น. แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่
ดูทั้งหมด
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
(คลิป) เกิดมาทำไม? 'เสรีกบในกะลา'ติดใบปลิวแซะ'แม่ทัพภาค2'
เพจดังเปิดข้อมูล! 'สมปอง'ครอบครองที่ดินเพียบ หลังมีข่าวยืมเงินอลงกต 13 ล้าน
บริษัทผู้ผลิต'กริพเพน'รับออเดอร์จากไทยเรียบร้อย 'ISP'ยันไม่จำเป็นต้องตรวจสอบซื้อขาย
4 งานใหญ่ในไทยประกาศยกเลิก-เลื่อนไม่มีกำหนด ผู้จัดแจงเหตุสุดวิสัย
ดูทั้งหมด
มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่
บุคคลแนวหน้า : 31 สิงหาคม 2568
ชีวิต คือการบริหารความเสี่ยง
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก
คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ หาได้ยากในนักการเมืองไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล

อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน

ไม่ต้องรอ 4 เดือน! ‘สมชัย’สรุปเป็นข้อๆ‘ยุบสภา’ง่ายนิดเดียว

โห่ไล่ 'ภูมิธรรม' นำทีมเจรจา 'ประชาชน' โหวตเลือกนายกฯ

เรื่องเล่าจากลูก! 'ธานินทร์ กรัยวิเชียร'อดีตนายกฯและองคมนตรี

เฝ้าระวังใกล้ชิด! 'ภูกระดึง-ภูหลวง'น้ำยังไม่ลด เดือดร้อนกว่า 250 ครัวเรือน

  • Breaking News
  • \'สส.บอล\'ย้ำจุดยืน! \'ครอบครัวเพื่อไทย\'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
  • เบิกเนตร\'เสี่ยหนู\' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
  • ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
  • อ่วมหนัก! \'ปากีสถาน\'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน
  • แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่ แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ไทยจะยอมเป็นม้าอารีอีกต่อไปหรือ

ไทยจะยอมเป็นม้าอารีอีกต่อไปหรือ

18 ส.ค. 2568

พันท้ายนรสิงห์ กับนักการเมืองในปัจจุบัน

พันท้ายนรสิงห์ กับนักการเมืองในปัจจุบัน

11 ส.ค. 2568

ทหาร ผู้ปกป้องและรักษาชาติ

ทหาร ผู้ปกป้องและรักษาชาติ

4 ส.ค. 2568

หรือไทยจะต้องพิชิตศึกละแวกอีกครั้ง

หรือไทยจะต้องพิชิตศึกละแวกอีกครั้ง

28 ก.ค. 2568

คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานดินแดน

คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานดินแดน

21 ก.ค. 2568

นิรโทษกรรมทำเพื่อใคร

นิรโทษกรรมทำเพื่อใคร

14 ก.ค. 2568

นักการเมิอง มนุษย์ประเภทไหน

นักการเมิอง มนุษย์ประเภทไหน

7 ก.ค. 2568

อย่าอยู่ต่อไปให้หนักแผ่นดิน

อย่าอยู่ต่อไปให้หนักแผ่นดิน

30 มิ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved