วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หมายเหตุ : บทความนี้เดิมชื่อ “ปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อนใหม่วัยเก๋า” เขียนโดยคณะนักวิชาการจาก สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน, รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์,รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส, ผศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ และ นายภูมิ สุขจันทร์ตรี (ผู้ช่วยนักวิจัย) โดยได้รับการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ของหนังสือพิมพ์
ในปัจจุบันจำนวนประชากร “ผู้สูงวัย” ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีโอกาสที่จะกลายไปเป็นวิกฤตในระดับโลกเนื่องจากปัญหาอัตราการเกิดที่ลดน้อยลงอย่างมาก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้คาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ.2573) 1 ใน 6 ของประชากรโลกจะมีอายุมากกว่า 60 ปีและจะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ.2593) นอกจากนี้ ประชากรอายุมากกว่า 60 ปี ราว 2 ใน 3 จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางหรือประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม แทนที่เราจะมองว่าการมีผู้สูงวัยจำนวนมากเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ บทความนี้จึงอยากนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ผู้สูงวัยสามารถเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ หากประเทศมีการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม ซึ่ง รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้บนเวที TED 2023 :Possibility “Leaping Boldly into New Global Realities”ว่า “อุปสรรคของผู้สูงอายุที่มีผลต่อการทำงานมีอยู่ 3 อย่าง”ประกอบด้วย
1.อุปสรรคทางด้านร่างกาย เช่น ยกของหนักหรือยืน-เดินนานๆ ได้ลำบาก ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เช่นใช้เครื่องจักรช่วยยกของ ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเวลาที่ต้องยืนหรือเดิน2.อุปสรรคทางด้านการเดินทางไปทำงาน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการทำงานแบบ Remote Working ได้พัฒนาไปมาก เห็นได้จากในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ดังนั้นการใช้เทคโนโลยี RemoteWorking จะช่วยให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยกลับมาทำงานได้
และ 3.อุปสรรคทางสมองหรือทางความจำ ผู้สูงอายุอาจเรียนรู้หรือจำเรื่องใหม่ๆ ได้ไม่รวดเร็วเท่ากับคนรุ่นใหม่ แต่ผู้สูงอายุยังคงมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เยอะกว่า ซึ่งในบทความนี้ จะกล่าวถึงเทคโนโลยี “Cognitive Augmentation Technology” ที่ช่วยส่งเสริมในด้านความรู้ความเข้าใจ ซึ่งสามารถเข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องงานและชีวิตประจำวันในหลายๆ ด้าน
หนึ่งในเทคโนโลยีที่จัดเป็น Cognitive Augmentation ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “เอไอ (AI)” หรือ Artificial Intelligence โดยบทความนี้จะขอนำเสนอแนวคิดที่สามารถนำ AI เข้ามาช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ในหลายๆ ด้าน อาทิ 1.เพื่อนคู่คิดด้านข้อมูล (AI Information Companion) เช่น โดยอาจจะเป็น AI ถาม-ตอบง่ายๆ ที่คอยตอบคำถามในด้านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เราสงสัย
สามารถให้คำแนะนำและแนวทางในการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การแนะนำการอ่านหนังสือหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับความสนใจ หรือแนะนำการอ่านข่าวสารที่เกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ข้อดีของ AI แบบนี้ในมุมมองของผู้สูงอายุคือ สามารถแก้ไขเรื่องที่ผู้สูงอายุตามเทคโนโลยีไม่ทัน หรือใช้เทคโนโลยีบางประเภทไม่เป็น และสามารถแก้ปัญหาที่บางคนอาจกลัวหรือเกรงใจที่จะถามผู้อื่นได้
2.ผู้ช่วยในการเรียน (AI Tutor) แม้ปัจจุบันการเรียนกับ Tutor ที่เป็นคนจริงๆ จะทำได้ง่ายมากขึ้นจากการเรียนผ่านระบบออนไลน์ แต่การใช้ Tutor ที่เป็น AI แทน ก็มีข้อดีคือช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการเรียนรู้ เพราะบางคนอาจเกรงใจหรือกลัวที่จะถามคนจริงๆ นอกจากนี้ เนื่องจากเทคโนโลยี AI Tutor มีความสามารถในการปรับรูปแบบการเรียนและคำแนะนำที่ปรับตามความต้องการและสถานะการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องเข้ากับวิธีการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
อีกทั้งการให้ AI ได้เรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพหลายๆ แหล่ง ก็ทำให้คุณภาพของเนื้อหาที่เรียนยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น AI Khanmigoของทาง Khan Academy ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น AI Tutor มีหน้าที่ตอบคำถามที่ผู้เรียนสงสัย แต่แทนที่จะให้คำตอบกับผู้ถามไปตรงๆ เลย AI Khanmigo จะใช้วิธีค่อยๆ แนะนำวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจไปพร้อมกับการเฉลยปัญหานั้นๆ
3.โค้ชเสมือนจริง (AI Coach) ผู้สูงอายุหลายคนอาจจะมีปัญหาเรื่องขี้หลงขี้ลืม ถ้ามีโค้ชสักคนคอยช่วยให้คำแนะนำในด้านการดูแลสุขภาพ ช่วยเตือนเรื่องการใช้จ่ายเงิน การพัฒนาตนเอง ก็คงจะดีไม่น้อย เป็นการเพิ่มพลังทางจิตใจ เพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น อาทิ มีตัวอย่างจาก CarePredict สตาร์ทอัพในสหรัฐอเมริกา ได้ประยุกต์ใช้ AI ในการติดตามพฤติกรรมของผู้สูงอายุในด้านความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันและทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของผู้สูงอายุท่านอื่นๆ เพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนว่ามีพฤติกรรมใดที่ผิดไปจากปกติหรือไม่
และ 4.ผู้ช่วยทางด้านจิตใจ (AI Life Companion)ปัญหาโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุจากสาเหตุที่คิดว่าตนเองไร้ค่า เบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวัน ซึ่งการใช้ AI ที่เป็นผู้ช่วยทางด้านจิตใจไม่เพียงแต่อยู่ในเรื่องของการช่วยดูแลร่างกายของผู้ใช้แต่ยังเป็นผู้ช่วยทางจิตใจที่สามารถเสนอคำปรึกษา คำแนะนำ และการสนับสนุนในเรื่องของสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลาที่ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา โดดเดียว หรือเครียด เช่น การปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หรือการที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีเพื่อนพูดคุยด้วย ไม่มีการเข้าสังคม
ในอนาคตผู้สูงวัยทั่วโลกจะมีจำนวนมากขึ้น หากเรามีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคนกลุ่มนี้ โดยให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการให้ความรู้ที่มากพอ ผู้สูงอายุก็จะมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมได้ โดยจะเป็นทรัพยากรที่มีทั้งความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์
จึงอยากให้ลองช่วยกัน “คิดใหม่” แทนที่อยากให้ผู้สูงอายุหยุดทำงานและอยู่บ้านเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นสนับสนุนให้ผู้สูงอายุลองใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน
เพื่อให้การก้าวไปสู่สังคมสูงวัยเป็นการก้าวสู่สังคมสูงวัยที่ทรงพลัง ที่สามารถทำให้ผู้สูงวัยเป็นกำลังพลที่สำคัญ ทั้งยังสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเราได้ต่อไป!!!

CIB ล่าหมายจับตำรวจสากล ตะครุบตัวการคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้
เปิดคำทำนายล่าสุด หมอปลาย เตือนแรง เดือนพฤษภาคม จะเกิดอาเพศครั้งใหญ่
นักดำน้ำสาว สะท้อน แลนด์บริดจ์ ภัยเงียบทำระบบนิเวศทะเลเสื่อมทั้งระบบ
ทลายขบวนการค้ามนุษย์ออนไลน์ รวบผู้ช่วยทันตแพทย์ อัดคลิปลับเด็ก 13 ขายกลุ่ม Telegram
บริทนีย์ สเปียร์ส ยอมรับผิด สารภาพขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี