วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ณ วันนี้“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร” ไข่ในหินของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร กับ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์-นายหญิงแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทยเต็มตัวแล้ว และคำนำหน้านามของนายกรัฐมนตรีผู้นี้ที่สื่อเริ่มเรียกขานว่า“มาดามแพ” ดูจะเหมาะสมกับตำแหน่งอัครมาหาเสนาบดีของเธอเป็นอย่างยิ่ง
เพราะคำว่ามาดามนั้น รากเดิมมาจากภาษาอังกฤษว่า “madam” เป็นคำเรียกที่สุภาพสำหรับใช้กับสุภาพสตรีที่มีสามีแล้ว จะหมายถึงคุณผู้หญิง, นายหญิง หรือคุณนาย ก็ได้ ซึ่งคำว่า“มาดาม”ในภาษาอังกฤษนี้ ยังมีความหมายเหมือน คือถ้าหากนำไปใช้ผิดที่ผิดทาง ก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดว่า เป็น“แม่เล้า” หรือ “เจ้าของซ่อง”ได้เช่นกัน
แต่คำว่า“มาดามแพ”ในที่นี้ ถือว่าเป็นคำยกย่อง สื่อที่ใช้คำนี้ก่อนเพื่อน เท่าที่สังเกตมาแต่แรกเริ่ม-น่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ที่เรียกขาน“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”ว่า“มาดามแพ” ถือว่าเป็นคำยกย่องที่ลงตัวทีเดียว ทำให้เธอดูมีวุฒิภาวะขึ้น จาก“อุ๊งอิ๊ง”ที่ฟังแล้วดูแล้วเหมือน“คุณหนูเอ๋อ” แม้ว่าจะใส่เครื่องหมาย“การันต์” ทัดอยู่บนหัว“ค.ควาย”แล้วก็ตาม แต่เวลาฟังก็ยังได้ยินเป็น“อุ๊งอิ๊ง-ออเอ๋อ”อยู่ดี
ดังนั้นคำว่า“มาดามแพ”จึงฟังดูดี สำหรับนายกรัฐมนตรีหญิงนามว่า“แพทองธาร ชินวัตร” และก็ชวนให้นึกไปถึงมหาอุปรากรยอดนิยมของฝรั่งเรื่อง“Madama Butterfly” ซึ่งประพันธ์โดย“จาโกโม ปุชชีนี” (Giacomo Puccin) คีตกวีชื่อก้องชาวอิตาเลี่ยนแห่งปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และเราได้นำมาแปลงเป็นพากษ์ไทยว่า“สาวเครือฟ้า”
แต่ถึงที่สุดแล้ว, ความมี“วุฒิภาวะ”ไม่ได้อยู่ที่ชื่อ หรือสรรพนามที่เรียกขาน หากแต่อยู่ที่สติปัญญาของบุคคลผู้นั้นมากกว่า
”แพทองธาร ชินวัตร”หรือ“มาดามแพ” ต้องมีสติระลึกให้ได้อยู่ทุกลมหายใจเข้าออกว่า วันนี้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำฝ่ายบริหารอันเป็นหนึ่งในสามสถาบันหลักของประเทศไทย มิใช่“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”คนเดิม ที่ภาระหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีซึ่งแบกไว้บนบ่านั้น หนักอึ้งมากกว่าการดูแลสามีหนึ่งคนและเลี้ยงลูกอีกสองคนด้วยเงินทองของ“ตระกูลชินวัตร”ที่บิดา-มารดาหาไว้ให้เรียบร้อยแล้วพร้อมสรรพหลายร้อยพันเท่า
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย 70 ล้านคน และความเจริญรุ่งเรืองสงบร่มเย็นอย่างสถาพรของบ้านเมือง คือภาระหน้าที่ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในฝ่ายบริหาร ซึ่งทุกการตัดสินใจและการกระทำของนายกรัฐมนตรี ล้วนมีผลกระทบต่อประชาชนและบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีจึงต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ และสำคัญอย่างยิ่งต้องยืนอยู่บนหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมของบ้านเมือง นี้คือภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ดี ในสองสามวันที่ผ่านมานี้ จากพฤติกรรมของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่เห็นความมี“วุฒิภาวะ”ในตัวเธอ อย่างน้อย“ดอก”แรกที่ถูกผู้คนในสังคมโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ ก็คือ ระหว่างถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรี“อุ๊งอิ๊งค์ 1”หน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล เธอได้เชิญชวนรัฐมนตรีทั้งคณะถ่ายรูปในลักษณะชูมือทำสัญลักษณ์“มินิฮาร์ท” กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องตะโกนห้ามปรามในทำนองว่า อยู่ใน“ชุดขาว”มิสมควรกระทำ เพราะไม่เหมาะแก่กาลเทศะ
ในเรื่องนี้ถือว่า“มาดามแพ”ยังขาดสติ ไม่สามารถระลึกไม่ว่าตัวเธอเองมีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลที่มีรัฐมนตรีอีก 35 คนอยู่ในวัยอาวุโสกว่าเธอ ชุดขาวที่เธอและคณะรัฐมนตรีสวมใส่เป็นชุดพิธีการของราชการ ไม่ใช่คณะศิลปินนักร้องหรือดาราเกาหลีที่มาร่วมกันบันทึกภาพเพื่อเผยแพร่ให้แฟนคลับชื่นชมยินดีในโลกโซเชียล
อีกสองเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึง“วุฒิภาวะ”ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ยังแยกไม่ออกระหว่างความเป็น“คุณหนูอุ๊งอิ๊ง” กับ “มาดามแพ”หรือ“สร.1” อันเป็นรหัสย่อของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสำหรับใช้กับ“ว.-วิทยุสื่อสาร”
ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา คำถามแรกเรื่องการถูกฟ้องร้องที่ผู้สื่อข่าวใช้คำว่า“นิติสงคราม”ซึ่งไม่น่าจะถูกต้องในข้อเท็จจริงสำหรับคำนี้ เพราะเรื่องที่มีผู้ร้องไม่ใช่เกิดจากการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่มีฐานมาจากการละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไรต่างหาก จึงได้มีการร้องไปยังองค์กรที่มีอำนาจในการตรวจสอบและวินิจฉัย โดยผู้สื่อข่าวได้ถามเรื่อง“คิวกฐิน”ที่มีผู้ร้องจองไว้มากมายหลายเรื่อง
ทั้งนี้ นางสาวแพรทองธารจะทราบหรือไม่ทราบกับความหมายของคำว่า“จองกฐิน”หรือไม่อย่างไรมิอาจเดาได้ แต่เธอได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “คิวกฐินเลยหรือ” และย้อนถามผู้สื่อว่าว่า ”อันนี้คือคำเปรียบเทียบใช่มั้ยคะ” ผู้สื่อข่าวย้ำว่า “หมายถึงมีนักร้องเตรียมที่จะร้องในหลายๆ คดี” มาดามแพจึงตอบว่า “แค่สื่อมวลถามเนี่ย ก็สงสารเราแล้วเนาะ ก็ที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีคดี พอมาถึงจุดนี้มีคดี ก็พยายามจะรับมือให้ได้ดีที่สุด แล้วก็จริงๆ ไม่อยากมีคดี ลูกยังเล็กอยู่นะคะ”
อันที่จริงง่ายนิดเดียว ถ้าหาก“มาดามแพ”ไม่อยากมีคดี หรือเป็นห่วงว่าลูกยังเล็ก ก็ไม่สมควรจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็จงจำไว้ด้วยว่า นับจากวันนี้บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นต้นไป หากยังแยกไม่ออกระหว่างความเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกครอบครองและครอบงำโดยอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคนทั่วไปต่างก็ทราบกันดีว่าเป็นผู้ที่คอยชักใยและบงการชี้นำอยู่ข้างหลังนั้น ย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงคดีความหรือ“คิวกฐิน”ที่จะมีคนร้องตามมาอยู่เรื่อยๆ ได้เป็นอันขาด
อีกหนึ่งคำถามจากสื่อที่แสดงถึงวุฒิภาวะของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อันเกี่ยวเนื่องกับการถูกบิดาครอบครองและครองงำ โดยผู้สื่อข่าวถามว่า “พอท่านนายกฯก้าวขึ้นมา นามสกุลชินวัตรก็ปฏิเสธไม่ได้ ความเป็นพ่อลูกระหว่างท่านนายกฯกับท่านทักษิณ ทำให้มีคนมองว่าระบอบทักษิณกลับมาอีกแล้ว และก็มีการปรามาสว่ายังไงก็หนีไม่พ้นเงาท่านทักษิณ” นางสาวแพรทองธารเงียบไปชั่วอึดใจและเอียงคอทำหน้าเบ้ก่อนจะตอบว่า “จะไม่ขอตอบเรื่องท่านทักษิณแล้ว เพราะว่าเราต้องเดินไปข้างหน้า วิสัยทัศน์ที่ดี ไม่ว่าจะมาจากใครก็ตาม อายุเท่าไหร่ก็ตาม วิสัยทัศน์ที่ดี คือสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นขอตอบแค่นี้แล้วกันค่ะ”
”วิสัยทัศน์ที่ดี คือสิ่งที่ดี”ที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พูดถึงนั้น คงมิได้หมายความถึงวิสัยทัศน์ที่อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร กล่าวในงานเนชั่นทีวี-จัดดินเนอร์ทอล์ก“Vision For Thailand 2024”เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมคมเดือนที่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องการแก้หนี้, เรื่องดิจิทัลวอลเล็ต, เรื่องให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี หรือเรื่อง”เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ซึ่งบรรจุไว้ในนโยบายหลักชองพรรคเพื่อไทยที่รัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 12-13 กันยายนนี้
หากเป็นเรื่องเดียวกันยุ่งแน่ และที่มาดามแพบอกว่า“ไม่อยากมีคดี-เพราะลูกยังเล็ก” เห็นจะลำบาก เพราะเรื่องนี้จะตอบอย่างไรกับเสียงที่ดังอื้ออึงอยู่ในเวลานี้ว่า รัฐบาล“อุ๊งอิ๊งค์ 1”เป็นรัฐบาลเปลือกหอยที่มีคนครอบงำและบงการ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เช็กด่วน น้ำมันราคาขึ้น ดีเซลพุ่งพรวดทะลุ 44 บาท หลังมติ กบน. ลดการอุดหนุน
โฆษก ศบก. โต้เฟกนิวส์ จ่อปรับราคาน้ำมันคืนนี้ ยันหากปรับจริงทราบผลเร็วขึ้น ไม่เกิน 2 ทุ่ม
ชาวอเมริกันแห่เซลฟี่ ส้วมทองคำ โผล่เย้ย ทรัมป์ เขียนข้อความแรงเสียดสีการทำงานผู้นำสหรัฐฯ
ฟันไม่ละเว้น! กองทัพเรือเข้ม เร่งสอบสวนลักลอบน้ำมันเชื้อเพลิงส่งออกต่างประเทศ
ทัพบกไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก! ดัน ‘ฐิต์รัชช์’ นั่งเลขาฯ สานงานต่อ ‘วินธัย’ ยังครอง โฆษก ทบ.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี