วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คดีแชร์ลูกโซ่ มีมากมายหลายรูปแบบ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ถือเป็นหน่วยงานที่ทำคดีแชร์ลูกโซ่มากที่สุด
นั่นคือความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (แชร์ลูกโซ่) และฐานฉ้อโกงประชาชน
หลายคดี ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด มีการยึดทรัพย์มากมาย
แต่ก็ยังมีแชร์ลูกโซ่ที่อาศัยสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ผลประโยชน์เร้าใจ ออกมาบังหน้า เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินเงินทองของเหยื่อต่อไป
วันนี้ ขอเสนอกรณีคดีแชร์ลูกโซ่ล่าสุด ที่ดีเอสไอทำการสอบสวนดำเนินคดี และเพิ่งมีคำพิพากษาไปหมาดๆ หลายคดี ดังนี้
1. แชร์ลูกโซ่ธุรกิจปั๊มน้ำมัน
คดีพิเศษ ที่ 24/2557 กรณีบริษัท สตาร์ โบรกเกอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด มีการชักชวนประชาชนเพื่อเข้าเป็นสมาชิกและลงทุน ในธุรกิจปั๊มน้ำมัน
โดยจ่ายผลตอบแทนเป็นค่าแนะนำสมาชิก แต่ไม่จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้
ทางการสืบสวนสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ โดยกลุ่มผู้บริหารและพนักงานในขณะนั้น บางราย มีพฤติการณ์โฆษณาชักชวนประชาชนทั่วไปผ่านเว็บไซต์ https://starbrokerthaionline.blogspot.com ว่าบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน หากสมัครสมาชิกจะได้รับส่วนลดในการเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ลิตรละ 4 สตางค์ โดยมีค่าสมาชิกแรกเข้า 3,000 บาท
หากแนะนำผู้อื่นมาเป็นสมาชิก จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าแนะนำในช่วงแรก รายละ 100 บาท
ต่อมา ภายหลังเพิ่มเป็นรายละ 500 บาท สามารถหาสมาชิกได้ไม่จำกัด และเมื่อเป็นสมาชิกแล้วจะได้บัตรสมาชิกสำหรับใช้แสดงกับสถานีบริการน้ำมันเพื่อขอลดส่วนลดดังกล่าวได้
รวมทั้งถ้าสามารถระดมผู้มาสมัครสมาชิกได้มากขึ้น ตั้งแต่ 500 รหัสขึ้นไป จะถือเป็นระดับผู้บริหาร ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับเขต
โดยมีค่าตอบแทนเพิ่มเติมในฐานะผู้บริหารอีก ตั้งแต่ 12,000 บาท ถึง 600,000 บาท
ตลอดชีวิต
โดยระดับเขตจะมีรถเบนซ์ประจำตำแหน่งด้วย
รวมทั้งยังมีการชักชวนลงทุนในกิจการสถานีบริการน้ำมันรายย่อยขนาด 2 หัวจ่าย ลงทุน 190,000 บาท รับผลตอบแทนในฐานะผู้บริหารร้อยละ 10 ของยอดกำไรขายหลังจากหักค่าใช้จ่ายให้บริษัท ตามที่บริษัทกำหนด
อีกทั้งมีแบบลงทุนในกิจการสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ 700,000 บาท ด้วย
ซึ่งเป็นผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราสูงสุดของการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน
โดยช่วงต้นมีผู้เสียหายบางส่วนได้รับผลตอบแทน แต่ภายหลังบริษัท สตาร์ โบรกเกอร์ฯ กับพวก อ้างว่าธุรกิจขาดทุนและไม่จ่ายผลตอบแทน
แท้จริง บริษัท สตาร์โบรกเกอร์ฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายแต่อย่างใดอีกทั้งไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจขายตรงตามกฎหมาย จึงไม่มีรายได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะจ่ายผลตอบแทนที่สูงดังกล่าว
ทำให้มีผู้เสียหายเบื้องต้น 360 คน และภายหลังมีผู้เสียหายเพียง 20 คน เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญา
เฉพาะในคดีนี้มีความเสียหาย 3 ล้านบาทเศษ
ทางคดี มีการดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ โบรกเกอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารและพนักงาน รวม 5 คน ในความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (แชร์ลูกโซ่) และฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งห้าเป็นจำเลยต่อศาลอาญาแล้ว
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2722-2726/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 3271-3272/2564 ระบุว่า บริษัท สตาร์ โบรกเกอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 นายภักระวี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และนายสุรพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 5 มีความผิดตามฟ้อง
เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 20 กระทง
โดยปรับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล กระทงละ 500,000 บาท จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน กระทงละ 250,000 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000,000 บาท
ให้จำคุกจำเลยที่ 2 จากกระทงละ 5 ปี เหลือกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 จำนวน 40 ปี 120 เดือน
และให้จำคุกจำเลยที่ 5 กระทงละ 5 ปี รวม 100 ปี
แต่เนื่องจากคดีความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 10 ปี จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 5 จำนวน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายแต่ละราย พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสามกู้ยืมไปจากผู้เสียหายแต่ละรายเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้เสียหายแต่ละราย
คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์แล้ว
2. แชร์ลูกโซ่ไนซ์ เดย์ ทราเวล
คดีพิเศษ ที่ 38/2560 กรณีมีบุคคลกล่าวหาบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด กับพวก รวม 6 คน ว่ากระทำความผิดโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวง
โดยประกาศโฆษณาต่อประชาชนทั่วไปผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ว่าบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายส่งน้ำผลไม้ยี่ห้อ “ไอวี่” ธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหาที่พักให้กับนักท่องเที่ยว และธุรกิจซื้อตุ๊กตาไปขายให้นักท่องเที่ยว
มีการชักชวนประชาชนทั่วไปให้ร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าว โดยเสนอผลตอบแทนคิดเป็นอัตราสูงสุดถึงร้อยละ 240 ต่อปี ของเงินที่ลงทุน
โดยไม่มีการประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ดังกล่าวจริง
เป็นเหตุให้มีผู้ร้องได้รับความเสียหายและมาร้องทุกข์ จำนวน 98 คน ความเสียหาย 99 ล้านบาทเศษ
ศาลอุทธรณ์มีคำพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1294/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 18070/2563 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563
พิพากษาปรับบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด จำเลยที่ 1 จำนวน 49 ล้านบาท
และพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 2 - 6 ที่เป็นบุคคลธรรมดา จำนวน 98 กรรม รวมจำคุก คนละ 490 ปี ความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษสูงจำคุกไม่เกินสิบปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 2 - 6 มีกำหนด 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายในส่วนที่ยังไม่ได้รับคืน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ได้กู้ยืมไป คดีถึงที่สุดแล้ว
นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่มีการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว ในความผิดฐาน “ฟอกเงิน” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ โดยคดีสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด มีการยื่นฟ้องผู้ต้องหา เป็นจำเลย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1. นายปริญญา (สงวนนามสกุล) 2. นางสาวจิรฐา หรือฝ้าย (สงวนนามสกุล) และ 3. นายวิชัย (สงวนนามสกุล) ซึ่งทางการสอบสวนพบว่ามีพฤติการณ์ในการฟอกเงินจากการกระทำความผิด
โดยมีการรับโอนเงิน รวมกัน 117 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 157.8 ล้านบาทเศษ และนำไปซื้อทรัพย์สินหลายรายการ ซึ่งทรัพย์สินมีคำพิพากษาส่วนแพ่งแล้ว
ล่าสุด ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ 11/2567 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสาม คนละ 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 5 ปี
คดีนี้ เรียกว่า มาครบ
บุคคลที่มีพฤติการณ์จัดตั้ง “แชร์ลูกโซ่” ต้องอัตราโทษจำคุกสูงและถูกจำคุกเรียงกระทงความผิด และยังมีการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน กับผู้ที่ไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน รวมทั้งยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินด้วย
3. แชร์ลูกโซ่กองทุนพัฒนาเกษตรกรไทยสู่สากล
คดีพิเศษที่ 40/2559 กรณีมีบุคคลกล่าวหาบริษัท ไอ.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ต้องหาที่ 1 และนายดิษฐานนท์(สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 2 ในฐานะส่วนตัว ว่ากระทำความผิดโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวง โดยประกาศโฆษณาต่อประชาชนทั่วไปว่าดำเนินการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาเกษตรกรไทยสู่สากล (กทพส.)” เพื่อดำเนินโครงการ “เห็ดล้านก้อนไถ่ถอนชีวิตโค - กระบือ”
กรณีดังกล่าว มีพฤติการณ์โดยย่อ คือ กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันหลอกลวง โดยประกาศโฆษณาต่อประชาชนทั่วไปว่าดำเนินการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาเกษตรกรไทยสู่สากล (กทพส.)” เพื่อดำเนินโครงการ “เห็ดล้านก้อนไถ่ถอนชีวิตโค – กระบือ” ได้รับเปิดสมัครสมาชิกทั่วไปเข้าร่วมโครงการ โดยสมาชิกจะต้องไปรวมกลุ่มกันให้ได้ กลุ่มละ 20 คน
สมาชิกที่เข้าร่วมจะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการทำแฟ้ม จัดเตรียมข้อมูลฝึกอบรมและกิจกรรมอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น จำนวน 350 บาท และจ่ายเงินออมสัจจะอีกเดือนละ 100 บาท รวม 1,550 บาทต่อปี
เมื่อครบ 1 ปี จึงจะมีสิทธิเบิกเงินออมสัจจะคืนได้ โดยมีผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ คือ ก้อนเชื้อเห็ดคนละ 2,000 ก้อน และโรงเรือนเพาะเห็ดคนละ 1 โรง
รวมผลประโยชน์ที่จะได้รับรวมมูลค่า 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 1,935.4 ต่อปี ของจำนวนเงินที่นำมาลงทุน
รวมทั้งเมื่อมีสมาชิกมาสมัครมากขึ้น ก็มีการนำเสนอโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเห็ดล้านก้อนฯ เพื่อชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนสูง โดยไม่มีเจตนาดำเนินโครงการจริง
โดยมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวน 88 คน รวมมูลค่าความเสียหายจำนวน 7,012,150 บาท
ศาลอาญา มีคำพิพากษา เป็นคดีหมายเลขแดงที่ อ 234/2567 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง และกระทำต่างกรรม ต่างวาระ จำนวน 88 กระทง
ให้ลงโทษปรับบริษัท ไอ.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลยที่ 1 รวมทั้งหมด 52,800,000 บาท
และให้จำคุก นายดิษฐานนท์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 รวมทุกกระทง 528 ปี
ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม
คงปรับจำเลยที่ 1 รวมเป็นเงิน 35,200,000 บาท
และให้จำคุกนายดิษฐานนท์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 รวมทุกกระทง 352 ปี
ความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนมีอัตราโทษสูงจำคุกไม่เกินสิบปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายพร้อมอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้เสียหายแต่ละราย
4. นี่เป็นเพียงคดีบางส่วน ที่ดีเอสไอทำสำนวนคดีเอาผิดกับขบวนการแชร์ลูกโซ่
คนทำแชร์ลูกโซ่ มักหลงคิดว่าตนเองฉลาด ไม่ทิ้งร่องรอยให้จับได้ไล่ทัน
แต่ผิดถนัด...
พนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะสอบสวนกลาง ดีเอสไอ ปปง. สามารถติดตามเส้นทางการเงิน รวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลยุติธรรมพิพากษาเอาเข้าคุกมานักต่อนักแล้ว
จุดจบของแชร์ลูกโซ่ คือ คุก และยึดทรัพย์!
สารส้ม

จับบิ๊กเครือข่าย 'นักบิน ชนแดน' ขนยาบ้าลอตมหึมาเฉียด 7 ล้านเม็ด
ดร.ประยูร ครองยศ ลงชิงผู้ว่าฯกทม. ประกาศ ขอโอกาส นำประสบการณ์บริหารพัฒนาเมืองหลวง
สื่อรัฐบาลเตหะราน หลุดร่างดีล MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน เดิมพันด้วยกฎหมายสากล
'อุ้ม'ซ้ายฟ้าสั่ง! ซัดชัยพาบุรีรัมย์แชมป์อาเซียนคัพ
พีคกว่านี้มีอีกไหม เปิดคำตอบการบ้านนักเรียนวิชาสังคมฯ ที่ทำเอาทำชาวเน็ตแห่เอ็นดู

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี