วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานวันที่ 10 พฤศจิกายน “มาดามแพ”นายกฯไอแพด บินลัดฟ้าไปนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ก่อนจะบินต่อไปกรุงลิมา ประเทศเปรู เพื่อเข้าร่วมประชุม“เอเปกซัมมิต” ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นภารกิจหลักการเดินสายเวิลด์ทัวร์ของ“มาดามแพ” ในครั้งนี้ และจะกลับมาถึงไทยก็วันที่ 18 พฤศจิกายน
การเดินทางไปนครลอสแอนเจลิส จะว่าไม่สำคัญก็ไม่สำคัญ เพราะเป็นแค่ทางผ่าน เธอน่าจะใช้เวลาอยู่ที่เมืองไทย แล้วค่อยบินไปกรุงลิมา ไม่ควรเอาเวลาไปทิ้งที่นครลอสแอนเจลิส เนื่องจากเวลานี้บ้านเมืองมีปัญหาเป็นไฟสุมรุมมากมาย ปัญหาเกาะกูดก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
แต่ก็อย่างที่คนไทยรู้กันดี ว่างานหลักในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น นอกจาก“มาดามแพ”จะมีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดาคอยคิดและกำกับในฐานะ“ผู้ครอบครอง”และ”ผู้ชักใย”อยู่ข้างหลังแล้ว เธอก็ยังมีบรรดาอาๆ โดยเฉพาะ“อาอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย” และ“อาหนู-อนุทิน ชาญวีรกูร”แม้จะอยู่คนละพรรคแต่ในฐานะลูกน้องเก่าของบิดา คอยปฏิบัติหน้าที่แทน
เมื่อสองวันที่ผ่านมาก็ได้เห็นแล้วว่า“ทักษิณ ชินวัตร”ซึ่งกบดานเงียบหายไปพักใหญ่ หลังจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกมาแฉเรื่องการ“ป่วยทิพย์”บนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ก็ได้ออกมาเพ่นพ่านเหมือนผู้นำประเทศตัวจริงอีกแล้ว และก็ยังได้เอ่ยปากชื่นชม“มาดามแพ”บุตรสาวของตนว่า ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำงานได้ดี, มีความมุ่งมั่น และรู้เรื่องราวของประเทศได้เร็วมาก
ดังนั้น “มาดามแพ”จึงไม่ต้องห่วงอะไร จะอยู่หรือจะไป หรือจะลาอยู่บ้านเล่นกับลูกกับสามี ก็ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะมีทั้งบิดาและบรรดาอาๆ คอยปฏิบัติภารกิจนายกรัฐมนตรีให้อยู่แล้ว อย่างเรื่องปัญหาเกาะกูดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอยู่ในเวลานี้ คณะของ“อาอ้วน” กับคณะของ“อาหนู”ก็มีคิวสลับกันลงพื้นที่ดูแลให้ แบบ“คุณหนูอุ๊งอิ๊งค์”สบายหายห่วงได้
อย่างไรก็ตาม การเดินทางโฉบไปที่นครนครลอสแอนเจลิสก่อนจะไปกรุงลิมา นั้น “มาดามแพ”มีกำหนดการเพื่อประชุมเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ประจำภูมิภาคอเมริกา ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน รวมทั้งจะพบปะชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา ตลอดจนหารือกับผู้แทนระดับสูงของบริษัทเอกชนที่สำคัญในอเมริกา เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
สองเรื่องแรกพอเข้าใจได้ เป็นการเปิดตัวและแนะนำตัวให้เอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ได้รู้จักหลังจากขึ้นมานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนการพบปะชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา ก็คือการหาเสียงทางอ้อมในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะที่นครลอสแอนเจลิสมีคนไทยอาศัยอยู่เยอะ และคนไทยเหล่านี้ก็มีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง สส. นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งก็ยังมีแกนนำคนเสื้อแดง ที่ลี้ภัยการเมืองและหลบหนีคดีไปอยู่ที่นั่นหลังเกิดเหตุการณ์“เผาบ้านเผาเมือง” เป็นการถือโอกาสพบปะเยี่ยมเยือนพร้อมกันไปด้วย
แต่เรื่องการเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น ฟังดูดี และฟังแล้วก็คุ้นๆ เหมือนเมื่อครั้งที่นายเศรษฐา ทวีสิน เดินสายเวิลด์ทัวร์แล้วประกาศตัวเป็นเซลส์แมนเบอร์หนึ่งของประเทศ เพื่อไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งปีที่นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ได้ถลุงเงินแผ่นดินเพื่อเหมาเช่าเครื่องบิน และรวมทั้งค่าใช้จ่ายกินอยู่ระหว่างเดินทางทั้งคณะ ประเมินตัวเลขออกมาแล้วเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท แต่ไม่มีอะไรติดมือกลับมาเลย มีแต่ราคาคุยเท่านั้น
“มาดามแพ”ก็คงอีหรอบเดียวกับนายเศรษฐา ทวีสิน มีแต่การสร้างภาพฉาบฉวย และก็เช่นเดียวกันกับ“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งนายกรัฐมนตรี“หุ่นเชิด”ทั้ง 3 คนนี้มีอะไรคล้ายๆ กัน และที่เหมือนกันมากที่สุดทั้ง 3 คน คือ ชอบเดินสาย“เวิลด์ทัวร์”ไปต่างประเทศ
เช่นว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 ปี กับ 275 วัน เดินทางไปต่างประเทศ 57 ครั้ง รวมทั้งหมด 36 ประเทศ ขณะที่“เศรษฐา ทวีสิน”เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ปีเดียว เดินทางไปต่างประเทศรวมทั้งหมด 17 ครั้ง 15 ประเทศ กับ 1 เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ ฮ่องกง
สำหรับ“มาดามแพ”เพิ่งเริ่มทำสถิติ นับถึงวันนี้เป็นนายกรัฐมนตรีมาได้เกือบ 3 เดือน เดินสายเวิลด์ทัวร์มาแล้ว 3 ประเทศ คือกาตาร์, ลาว และจีน หากนับทริปนี้ด้วยก็เพิ่มสหรัฐอเมริกา กับ เปรู อีก 2 ประเทศ รวมเป็น 5 ประเทศ ถือว่าออกตัวยังไม่แรงเท่ากับนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่ง 3 เดือนแรกนายเศรษฐาเดินสายเวิลด์ทัวร์ถึง 10 ครั้ง ใน 8 ประเทศและ 1 เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ระหว่าง“มาดามแพ” กับนายเศรษฐา ทวีสิน ต้องมาวัดสถิติกันอีกครั้งเมื่อวันที่“มาดามแพ”พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วน“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”นั้นขึ้นแท่นไปแล้ว คงไม่มีใครในสองคนนี้ทุบสถิติได้ เพราะ“ยิ่งลักษณ์”ทำสถิติในการเดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง
ไม่รู้ว่าเวทีใหญ่ในการเข้าร่วมประชุมเอเปกซัมมิต ที่กรุงลิมาคราวนี้ “มาดามแพ”จะได้รับ“ฉายา”อะไรเพิ่มขึ้นมาอีก เหมือนกับการประชุม“ผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย”ที่กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยการก้มหน้าก้มตาท่องโพยจากไอแพด จนได้ฉายา“นายกฯไอแพด”ติดตัวกลับมา
การพึ่งพาไอแพดนั้น ผู้รู้เขาบอกว่า พอใช้มากๆ จนติด เหมือนที่“มาดามแพ”เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ไอแพดก็เลยกลายเป็น“สมอง”ของมาดามแพไปโดยปริยาย คือสมองจริงๆ สำหรับใช้คิดให้เกิดสติปัญญา กลับถูกใช้ไปในส่วนของการใช้ความจำเหมือนนกแก้วนกขุนทอง
วันใดถ้าไอแพดของ“มาดามแพ”เกิดแบตเตอรี่หมด หรือลูกเอาไปเล่นแล้วพัง คงยุ่งแน่-กลายเป็น“มาดามสมองกลวง”ทันที !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี