วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นั่งนึกๆ ดู ตั้งแต่อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามาในประเทศไทย หลังจากหนีไป 15 ปีกว่านับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2551 และกลับเข้ามาในวันที่ 22 สิงหาคม 2566..อะไรต่อมิอะไรก็ปะทุขึ้นมาอีก..คือมีแต่เรื่องชั่วๆ ของนักการเมือง ที่อาจจะทำให้บ้านเมืองพินาศย่อยยับได้
นักการเมืองที่นั่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับ“ทักษิณ ชินวัตร”..ยากจะหาคนที่ประชาชนไว้วางใจได้..เพื่อที่จะพิทักษ์ปกป้องความถูกต้องชอบธรรมของบ้านเมือง..และสิทธิประโยชน์ของประชาชน..ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยต้นสังกัด..ที่“ทักษิณ”เป็นเจ้าของคอกตัวจริง หรือจากพรรคการเมืองอื่นที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
เรื่องความเป็น“นักโทษเทวดาชั้น 14”ของ“ทักษิณ ชินวัตร”..ที่ทุกฝ่ายเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากล จากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง..ทั้งกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ..จนมีการร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวน..กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง และเอื้อหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นได้ประโยชน์..ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.
ปรากฏว่าเรื่องนี้ แทนที่ประชาชนจะพึ่งพาหรือไว้เนื้อเชื่อใจ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ..ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์โดยตรงได้อย่างอุ่นใจ..แต่กลับเป็นตรงกันข้าม..เพราะใครได้ยินได้ฟัง พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์หรือพูดถึงความเป็น“นักโทษเทวดา”ของ“ทักษิณ ชินวัตร”..ก็ย่อมมีสิทธิ์คิดได้ว่า พ.ต.อ.ทวีปกป้องทักษิณ และสมคบคิดกับข้าราชการกรมราชทัณฑ์เพื่อช่วยเหลือทักษิณ
ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตั้งแต่เมื่อครั้งที่“ทักษิณ ชินวัตร” ยังเป็นนักโทษเทวดา“ป่วยทิพย์”อยู่บนห้อง วีไอพี.ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ จนกระทั่งถึงวันนี้ที่เรื่องอยู่ในชั้นการพิจาณาสอบสวนของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับปมเงื่อน“เวชระเบียน”..ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจไม่ยอมส่งเอกสารให้แก่ ป.ป.ช.เหมือนส่อพิรุธ..โดยที่ พ.ต.อ.ทวียืนยันทุกครั้งในกรณีของ“ทักษิณ”ว่าถูกกฎหมาย และถูกกฎระเบียบข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์
ยกมาให้ดูล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนเมื่อวานนี้เอง..ซึ่งสื่อพาดหัวข่าว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง“โวย”คณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นประธาน..โดย พ.ต.อ.ทวีกล่าวหาว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้มีความแปลก เพราะเอาคนนอกและสื่อมวลชนเข้ามาในที่ประชุม และจ้องจะถามจับผิดเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์
ทั้งนี้ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ซึ่งเติบโตในชีวิตราชการบนเส้นทางข้าราชการประจำตั้งแต่ยุค“ทักษิณ ชินวัตร”เรืองอำนาจในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งมาถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนจะลาออกจากราชการมาเล่นการเมือง ได้กล่าวว่า “เช่นถามเรื่องเวชระเบียน ซึ่งในช่วง 120 วันที่อดีตนายฯทักษิณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ..มีหลักฐานต่างๆ มากกว่าเวชระเบียน เช่น การตรวจเอ็มอาร์ไอ และทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์..จึงอยากนำข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่สอบสวน..ไม่ใช่บุคคลที่มาจ้องหาเศษหาเลย พูดให้เกิดความเสียหายกับทางรัฐบาล”
พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่เมื่อครั้ง พ.ต.อ.ทวียังเป็นตำรวจระดับผู้กำกับและรองผู้บังคับการกองปราบปราม ยืนยันกับสื่อด้วยว่า..การออกไปรักษาตัวของ“ทักษิณ”ที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น ตามกฎหมายราชทัณฑ์แม้จะเป็นแค่พยาบาลวิชาชีพ หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ก็สามารถส่งตัวนักโทษออกไปพักรักษาตัวนอกเรือนจำได้..และย้ำว่า“การไปอยู่โรงพยาบาล ก็ถือเป็นเรือนจำชนิดหนึ่ง”
ที่กล่าวมานั้น..แค่เรื่องการ“ป่วยทิพย์”ของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เพียงเรื่องเดียวก็เห็นแล้วว่า..รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับ“ทักษิณ ชินวัตร”..ล้วนพึ่งพาและไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้ทั้งสิ้น..เพราะประโยชน์ของทักษิณซึ่งเป็น“นายใหญ่”ต้องมาก่อน..และมีความสำคัญมากกว่าความถูกต้องชอบธรรมที่เป็นหลักของบ้านเมือง..ตลอดจนสิทธิและประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ที่ควรจะได้รับการพิทักษ์ปกป้อง
นอกเหนือจากเรื่องนี้ กรณี“เกาะกูด”ก็ชัดเจน..ที่น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากทรัพยากรปิโตรลียมมูลค่ามหาศาลมากกว่า“20 ล้านล้านบาท”ในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวพัน..กับ“ทักษิณ ชินวัตร”และ“ฮุน เซน”แบบ“ไทยครึ่งหนึ่ง-เขมรครึ่งหนึ่ง”..ซึ่งฟังจากการให้สัมภาษณ์ทุกครั้งของนายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง..ก็ทำให้รู้สึกได้เช่นกันว่าไม่อาจจะไว้วางใจได้..ว่าผลประโยชน์ของชาติ หรือของ“ทักษิณ”..อย่างไหนสำคัญกว่ากัน
อีกเรื่องหนึ่งเพิ่งสดๆ ร้อนๆ กรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งใครก็รู้ว่าตัดไม่ขาดจากพรรคเพื่อไทยและ“ทักษิณ ชินวัตร”..ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่..โดยที่มีเสียงคัดค้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง..ว่าการเมืองจะเข้าไปครอบงำแบงก์ชาติ..ปรากฏว่านายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์โดยอ้างหลักการว่า “หากพิจารณาตามกรอบที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และผ่านการพิสูจน์ทราบแล้วว่ามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด..ก็เป็นไปตามนั้น”
แต่ล่าสุด..นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อาจจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ..ที่มีข้อห้าม“ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง.. เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”..ซึ่งแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลจะเลี่ยงหรือเชื่อว่าตำแหน่ง“ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี” (นายเศรษฐา ทวีสิน) ของนายกิตติรัตน์ ที่เพิ่งจะพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับนายเศรษฐาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา..ไม่ใช่“ตำแหน่งทางเมือง”..แต่ถึงที่สุดก็ต้องไปจบกันที่ศาลหากมีคนยื่นฟ้องเป็นคดีความ..และเชื่อว่าต้องมีคนฟ้องแน่นอน
จะอย่างไรก็ตาม สรุปแล้ว สูตรสำเร็จของรัฐมนตรี..ที่คนมองว่าเป็น“ขี้ข้าทักษิณ”มักจะใช้เป็นข้ออ้าง ก็คือ..ทุกอย่างเป็นไปตาม“กฎหมาย-กฎระเบียบ-กฎเกณฑ์”..ส่วนเพื่อจะสนองประโยชน์ให้แก่“โจร”หรือใครนั้น-สุจริตชนและวิญญูชนในประเทศนี้ต่างรู้อยู่แก่ใจ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กางแผน ศบก.! พิพัฒน์ จับมือคลัง-พลังงาน ทบทวนต้นทุนน้ำมันจริง
วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน
เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี