วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ศาล ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

ดูทั้งหมด

  •  

ในสังคมที่มีการอยู่ร่วมกันของคนจำนวนมากๆ จนเกิดเป็นชาติขึ้นนั้น เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดปัญหา ที่อาจจะเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน การทะเลาะวิวาท หรือแม้แต่การทำร้ายต่อชีวิต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกันที่เรียกว่ากฎหมาย และเมื่อมีการตราตัวบทกฎหมายขึ้นมา ก็จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติคือมีการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อเกิดกรณีต่างๆ ก็ต้องมีผู้ที่จะทำหน้าที่ในการตัดสินปัญหาที่เกิดขึ้นตามตัวบทกฎหมายนั้น

ประเทศไทยได้มีการออกกฎหมายเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมือง ตามที่มีบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง พระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ปกครองอาณาจักรอยุธยา โดยได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ อันเป็นคัมภีร์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีพื้นฐานของวัฒนธรรมอินเดียโดยผ่านมาทางมอญ เชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้เป็นหลักในการอำนวยความยุติธรรม และถูกแพร่หลายไปในดินแดนต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


กฎหมายที่บังคับใช้ในสมัยอยุธยานั้นอาจจะแบ่งตามยุคสมัยได้เป็น ๓ ระยะ คือ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นตอนกลาง และตอนปลาย

กฎหมายสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เริ่มต้นใช้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๑๘๙๓ จนถึง ๑๙๑๐ มีกฎหมายถูกตราขึ้น๑๐ ฉบับคือ

กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะอาญาหลวงกฎหมายลักษณะรับฟ้อง กฎหมายลักษณะลักพา กฎหมายลักษณะอาญาราษฎร์ กฎหมายลักษณะโจร กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จว่าด้วยที่ดิน กฎหมายลักษณะผัวเมีย ซึ่งต่อมามีเพิ่มเติมอีก 1 ฉบับ และกฎหมายลักษณะโจรว่าด้วยสมโจร

ตัวอย่างกฎหมายลักษณะผัวเมีย เช่น หญิงซึ่งพ่อแม่ได้ยกให้เป็นเมียของชายนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมียกลางเมืองก็คือเมียหลวง ชายที่ขอหญิงมาเลี้ยงเป็นอนุภรรยา หญิงนั้นได้ชื่อว่าเมียกลางนอก หญิงซึ่งชายใดไถ่ถอนจากความทุกข์ยากและนำมาเลี้ยงเป็นเมีย ได้ชื่อว่าเมียกลางทาสี

มีการกำหนดผู้ที่มีหน้าที่พิพากษาคดี เช่น เสนาบดีกรมเมือง พิพากษาคดีอุกฉกรรจ์ที่ทำให้เกิดความไม่สงบในแผ่นดิน เสนาบดีกรมวัง พิพากษาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทของราษฎร เสนาบดีกรมคลัง พิพากษาคดีเกี่ยวกับพระราชทรัพย์ และเสนาบดีกรมนา พิพากษาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทของชาวนารวมทั้งเรื่องโคกระบือ

กฎหมายสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางเริ่มต้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๘ของอาณาจักรอยุธยา มีกฎหมายเพิ่มเติมหลายฉบับคือกฎหมายว่าด้วยการเทียบศักดินา กฎหมายลักษณะอาญาขบถศึก กฎหมายลักษณะอาญาหลวง กฎหมายว่าด้วยกฎมณเฑียรบาล

กฎหมายลักษณะอาญาขบถศึก ตราขึ้นเพื่อป้องกันและคุ้มครองพระมหากษัตริย์ ผู้ใดทำร้าย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

กฎหมายสมัยอยุธยาตอนปลาย เริ่มใช้ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการทหาร มีการจัดกรมโดยใช้คำเรียกว่าสุรัสวดี มีหน้าที่รวบรวมบัญชีชายฉกรรจ์ มีการจัดแต่งตำรายุทธพิชัยสงครามเพื่อใช้เป็นหลักในการทำสงครามให้ถูกยุทธวิธี ในส่วนของชายฉกรรจ์ที่มีสัญชาติไทย ได้กำหนดว่าอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนเป็นไพร่สม อายุ ๒๐ ปี รับราชการเป็นไพร่หลวง จนถึงอายุ ๖๐ ปีจึงจะถูกปลด แต่ถ้ามีบุตรชายและเข้ารับราชการ ๓ คน ให้บิดาพ้นจากราชการไปได้ ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องอยู่ในกรมใดกรมหนึ่ง ในเวลาที่บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไพร่หลวงจะต้องเข้าประจำการหรือที่เรียกว่าเข้าเวร ปีละ ๖ เดือนในส่วนของหัวเมืองชั้นนอกให้เกณฑ์ทหารเข้ามาตามสัดส่วนที่ราชการต้องการ

กฎหมายต่างๆ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้ถูกใช้ต่อเนื่องมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงจัดให้มีการชำระและปรับปรุงแก้ไขตัวบทกฎหมายให้เป็นฉบับใหม่ที่เรียกว่ากฎหมายตราสามดวง เป็นกฎหมายที่สะท้อนความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมของชาติไทยได้เป็นอย่างดี หลังที่ได้จัดทำขึ้นแล้วได้ประทับดวงตราพระราชสีห์ พระคชสีห์และบัวแก้ว ไว้เป็นสำคัญ จึงเรียกว่ากฎหมายตราสามดวงดังกล่าว ซึ่งได้ถูกใช้ต่อเนื่องมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช รัชกาลที่ ๕จึงมีการปฏิรูปกฎหมายและการศาลครั้งใหญ่ นำไปสู่การยกเลิกกฎหมายตราสามดวงในที่สุด

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ ๒๕๖๐ โดยในมาตรา ๓บัญญัติไว้ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม”

ในส่วนของศาลนั้น ได้กำหนดให้มี ๔ ศาลคือ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม และศาลทหาร

กล่าวได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกหลักสำคัญในการทำหน้าที่ตีความรัฐธรรมนูญว่า กฎหมายใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมิได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และการธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือเรื่องการกระทำ การปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญขึ้น และเป็นคดีเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยนำบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับกับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันกับทุกองค์กร

องค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาประกอบไปด้วยผู้พิพากษาจากศาลฎีกาตุลาการศาลปกครองสูงสุด ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น รวมทั้งสิ้น ๙ คน ในจำนวนนี้มีเพียง ๓ คน ที่เป็นผู้พิพากษา จึงเป็นที่มาที่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ใช้คำว่าคำพิพากษา แต่จะใช้คำว่าคำวินิจฉัยหรือคำสั่งแทน

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเพื่อวินิจฉัยคำร้อง ของผู้ร้องว่า นายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้อง ได้กระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยคำร้องมี ๖ ประเด็นโดยสรุปคือ

นายทักษิณได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมและโรงพยาบาลตำรวจ เอื้อประโยชน์เรื่องที่พัก ทำให้ไม่ต้องรับโทษในเรือนจำ

ได้สั่งการรัฐบาลให้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศกัมพูชาในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

ได้สั่งการพรรคเพื่อไทยให้แก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคประชาชน

ได้สั่งการแทนพรรคเพื่อไทย เพื่อเจรจากับพรรคอื่นในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีที่บ้านพักส่วนตัว

ได้สั่งการให้พรรคเพื่อไทย มีมติขับพรรคพลังประชารัฐออกจากรัฐบาล

และได้สั่งการให้พรรคเพื่อไทยนำนโยบายที่แสดงวิสัยทัศน์ไว้ เป็นนโยบายของรัฐบาล

ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะทำให้เกิดการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยดังกล่าว จึงไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

ถึงแม้ว่าการตัดสินของศาลในครั้งนี้จะทำให้ผู้ถูกร้องพ้นจากข้อกล่าวหาได้ แต่ก็น่าจะเป็นเครื่องเตือนสติว่า การเข้ามาบริหารชาติบ้านเมืองของใครหรือรัฐบาลใดก็ตาม จะต้องรักษาอธิปไตยของชาติซึ่งหมายรวมถึงเขตแดนและทรัพยากรในเขตแดนนั้นๆ ธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย เชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างที่สุดในการบริหาร เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขอทิ้งท้ายว่ารัฐบาลนี้ที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร จะไม่เอา MOU ๔๔ ที่เกิดขึ้นในสมัยที่พ่อของตัวคือนายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี มาทำให้ไทยต้องสูญเสียทรัพยากรของชาติบริเวณเกาะกูด โดยมีแนวคิดว่าหากการตกลงกับกัมพูชาไม่ลงตัว ก็ต้องใช้วิธีแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน  เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ยิ่งกว่าขายชาติ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
11:30 น. อนุทิน ยัน มท.ตรวจสอบชื่อปชช.ตลอด หลังมีคนโวยชื่อผีโผล่ทะเบียนบ้าน ชี้ ผูกเรื่องโยงเลือกตั้งกันเอง
11:29 น. สกัดจับกระบะคอกขนต่างด้าว 112 ชีวิต อึ้งมีเด็ก 16 ร่วมขบวนการด้วย
11:24 น. ทรัมป์ ขีดเส้นตาย อิหร่าน รีบเซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ขู่โจมตีรอบหน้าเอาหนักกว่าครั้งก่อนแน่
11:23 น. ชาดาควงซาบีดา ลุยหาเสียงชุมชนมุสลิมนนท์ หนุนลูกสาว อสส. ชูนโยบายฮัจญ์ราคาถูก-แก้โกงน้ำท่วมอัจฉริยะ
11:19 น. เพชรบูรณ์สุดแปลก! ‘ขี่ม้า-เดินเท้า’ กลยุทธ์หาเสียงยุคใหม่-เน้นใกล้ชิดประชาชน
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 ม.ค.-1 ก.พ.69
เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด
จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว
หมายจับ สจ.เนย์ พร้อมเมีย ไหวตัวทันชิงเผ่นนอก-อีกรายยังอุบชื่อ
ดูทั้งหมด
ฝากชาติไว้ในมือเรา
ใครถอนเงินสด‘450 ล้าน’ซื้อเสียง ?!
การเกื้อหนุนผู้มีบุตรมากของไทย ที่เริ่มต้นจากเลขาธิการสภา
พิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐาน หรือจะปั่นวาทกรรมกวาดคะแนนเสียง?
นัยของคณะกรรมการบริหารสันติภาพ (Board of Peace)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สกัดจับกระบะคอกขนต่างด้าว 112 ชีวิต อึ้งมีเด็ก 16 ร่วมขบวนการด้วย

ทรัมป์ ขีดเส้นตาย อิหร่าน รีบเซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ขู่โจมตีรอบหน้าเอาหนักกว่าครั้งก่อนแน่

เพชรบูรณ์สุดแปลก! ‘ขี่ม้า-เดินเท้า’ กลยุทธ์หาเสียงยุคใหม่-เน้นใกล้ชิดประชาชน

ยิปซีพยากรณ์'ดวงรายวัน' ประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569

ราคาทองคำโลกพุ่งทุบสถิติ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทรัมป์ ฮึ่ม อิหร่านเร่งทำข้อตกลงนิวเคลียร์

ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชาแจงยิบ เหตุสหรัฐส่งเรือรบเยือนฐานทัพเรียม

  • Breaking News
  • อนุทิน ยัน มท.ตรวจสอบชื่อปชช.ตลอด หลังมีคนโวยชื่อผีโผล่ทะเบียนบ้าน ชี้ ผูกเรื่องโยงเลือกตั้งกันเอง อนุทิน ยัน มท.ตรวจสอบชื่อปชช.ตลอด หลังมีคนโวยชื่อผีโผล่ทะเบียนบ้าน ชี้ ผูกเรื่องโยงเลือกตั้งกันเอง
  • สกัดจับกระบะคอกขนต่างด้าว 112 ชีวิต อึ้งมีเด็ก 16 ร่วมขบวนการด้วย สกัดจับกระบะคอกขนต่างด้าว 112 ชีวิต อึ้งมีเด็ก 16 ร่วมขบวนการด้วย
  • ทรัมป์ ขีดเส้นตาย อิหร่าน รีบเซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ขู่โจมตีรอบหน้าเอาหนักกว่าครั้งก่อนแน่ ทรัมป์ ขีดเส้นตาย อิหร่าน รีบเซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ขู่โจมตีรอบหน้าเอาหนักกว่าครั้งก่อนแน่
  • ชาดาควงซาบีดา ลุยหาเสียงชุมชนมุสลิมนนท์ หนุนลูกสาว อสส. ชูนโยบายฮัจญ์ราคาถูก-แก้โกงน้ำท่วมอัจฉริยะ ชาดาควงซาบีดา ลุยหาเสียงชุมชนมุสลิมนนท์ หนุนลูกสาว อสส. ชูนโยบายฮัจญ์ราคาถูก-แก้โกงน้ำท่วมอัจฉริยะ
  • เพชรบูรณ์สุดแปลก! ‘ขี่ม้า-เดินเท้า’ กลยุทธ์หาเสียงยุคใหม่-เน้นใกล้ชิดประชาชน เพชรบูรณ์สุดแปลก! ‘ขี่ม้า-เดินเท้า’ กลยุทธ์หาเสียงยุคใหม่-เน้นใกล้ชิดประชาชน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

15 ธ.ค. 2568

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

8 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved