Logo วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

มหาราชผู้ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่งของชาติ คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ผู้ทรงสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศ นอกเหนือจากการที่ทำให้ราชอาณาจักรสยามรอดพ้นจากการตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒

กล่าวได้ว่า พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จฯเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปถึง ๒ ครั้ง คือในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ และ ๒๔๕๐ โดยได้เสด็จเยือนมากกว่า ๑๐ ประเทศ อาทิ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์รัสเซีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก นอร์เวย์สวีเดน โดยเป็นการเสด็จฯทางเรือโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี


หลังจากเสด็จกลับ พระองค์ทรงนำแนวคิดแบบตะวันตกมาพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านการบริหาร สาธารณูปโภค และสังคม ได้โปรดให้จัดสร้าง หรือจัดทำโครงการต่างๆ
ที่ได้ทอดพระเนตรเห็นและทรงพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับชาติให้เกิดขึ้น

โครงการและกิจการสำคัญที่เกิดขึ้นโดยพระราชวินิจฉัยของพระองค์ แบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ดังนี้

ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม ได้แก่ การสร้างทางรถไฟสายแรก ระหว่างกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา การตัดถนนและสะพาน ทรงสร้างถนนสำคัญหลายสาย อาทิ เยาวราช ราชดำเนิน สร้างสะพานข้ามคลอง รวมทั้งรถรางไฟฟ้า ที่เปลี่ยนมาจากการใช้ม้าลาก

ด้านการบริหารและการเงิน ทรงปฏิรูประบบราชการ ปรับโครงสร้างการปกครองส่วนกลาง โดยยกเลิกจตุสดมภ์ และเปลี่ยนมาตั้งเป็นกระทรวง เช่นกระทรวงมหาดไทย กลาโหม เพื่อให้เป็นแบบสากล มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน เพื่อจัดการรายรับ-รายจ่าย เปลี่ยนหน่วยเงินเป็น ๑๐๐ สตางค์เท่ากับ ๑ บาท

ด้านสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ทรงสร้างการประปานครหลวง วางรากฐานกิจการประปา เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดใช้ สร้างการไฟฟ้าโดยจัดตั้งโรงงานขึ้น และสร้างโรงพยาบาลศิริราชซึ่งถือเป็นรากฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน จนการแพทย์ไทยพัฒนาก้าวหน้าเทียบเท่าประเทศที่เจริญแล้ว

ด้านสังคม ทรงดำเนินการให้มีการเลิกทาส โดยเริ่มจากการทยอยปลดปล่อยทาสจนสำเร็จ ทำให้ชาติมีสถานะเป็นอารยประเทศในสายตาของชาวตะวันตก

การก่อกำเนิดของการรถไฟนั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่พระองค์ได้ทรงสร้างคุณูปการที่สำคัญยิ่ง เพราะการขนส่งที่ดีนั้นย่อมนำความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ และสร้างโอกาสให้ประชาชนได้ทำกินในพื้นทั่วประเทศ จึงได้มีการประกาศพระบรมราชโองการสร้างทางรถไฟสยาม ลงวันที่๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๓ และ โปรดเกล้าฯให้ตั้งกรมรถไฟสังกัดกระทรวงโยธาธิการในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๓ มีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นเสนาบดี และนายเค. เบ็ทเก ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ

โดยก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ ๒๔๓๐ พระองค์โปรดเกล้าฯให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัท ปัน ชาร์ดแมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ มีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรีไปถึงนครราชสีมาสายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ไปถึงตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจเป็นตอนๆ รวม ๘ ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ ๑๐๐ ปอนด์ หลังจากสำรวจเสร็จได้สรุปว่าควรจะสร้างสายกรุงเทพถึงนครราชสีมาเป็นสายแรก

การสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯไปยังนครราชสีมาจึงเกิดขึ้นโดย มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบลแห่งอังกฤษเป็นผู้ประมูลได้ในราคาต่ำสุดที่๙,๙๕๖,๑๖๔ บาท การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นและดำเนินการเป็นส่วนๆ และในวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๙ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่างสถานีกรุงเทพถึงอยุธยาระยะทาง ๗๑กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางได้จริงตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม การรถไฟฯ จึงถือเอาวันที่ ๒๖ มีนาคม เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟฯ สืบมาจนถึงปัจจุบัน

การสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพถึงนครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยในปีพ.ศ. ๒๔๔๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการเดินรถสายนี้เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม รวมระยะทางทั้งสิ้น ๒๖๕ กิโลเมตร สิ้นเงินในการสร้าง ๑๗,๕๘๕,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นการรถไฟฯก็เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสลดใจเป็นที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์หายนะ จากการที่ ขบวนรถไฟสินค้าได้ชนกับรถเมล์โดยสารที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ อโศก-ดินแดง ทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตถึง ๘ ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า ๓๐ คน เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคมที่ผ่านมา

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การคมนาคมทางรถไฟนั้น เป็นการขนส่งที่สำคัญทั้งสินค้าและผู้โดยสารจำนวนมากจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งในแต่ละครั้ง มีความสะดวกรวดเร็ว กำหนดเวลาการเดินทางได้แม่นยำ ตลอดจนมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในอัตราที่ถูกที่สุด และที่สำคัญคือน่าจะเป็นการคมนาคมที่มีความปลอดภัยมากที่สุดด้วย เพราะเดินทางอยู่บนเส้นทางเฉพาะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้สร้างความรู้สึกและก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในระดับของประชาชนทั่วไป จนถึงองค์การต่างๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบ ตลอดจนส่งผลกระทบไปยังรัฐบาลไม่มากก็น้อย

คำพูดหนึ่งซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เสมอก็คือ “สบายๆ คือไทยแท้”ซึ่งหมายถึงลักษณะนิสัยและการดำเนินชีวิตของคนไทย ซึ่งอยู่กันมาในรูปแบบของสังคมครอบครัวและเพื่อนบ้าน ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม เป็นกันเอง มีอะไรก็เผื่อแผ่กันเสมอ ทำอะไรแบบง่ายๆ ซึ่งสิ่งนี้โดยภาพรวมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

แต่เมื่อบ้านเมืองต้องมีกฎระเบียบและวินัยให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นสุขตามสิทธิพื้นฐาน โดยจะต้องไม่มีการละเมิดต่อกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น จึงทำให้การเคารพและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกรอบที่ถูกกำหนดไว้ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป

เหตุการณ์หายนะครั้งนี้ หากวิเคราะห์โดยรวมก็จะพบว่ามี ๓ ฝ่ายที่เป็นต้นเหตุ และอีก ๑ ฝ่าย ที่เป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมจากการกระทำของ ๓ ฝ่ายนั้น

ฝ่ายแรกที่ขอกล่าวถึงคือรถเมล์ตลอดจนยานพาหนะอื่นทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวนหนึ่งซึ่งต้องถือว่าไม่ได้ปฏิบัติหรือละเลยต่อกฎระเบียบ รวมทั้งขาดซึ่งวินัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะโดยปกติแล้วบริเวณจุดตัดทางรถไฟนั้น จะมีทั้งเสียงสัญญาณเตือนเมื่อรถไฟกำลังจะมาถึง ซึ่งผู้สัญจรในเวลานั้นจะต้องรักษาระเบียบวินัยโดยการจอดรถก่อนถึงบริเวณที่ตีเส้นสีเหลือง เพื่อให้ราวกั้นสามารถจะลงมาปิดกั้นถนนได้ แต่ทั้งนี้ยังมีหลายคนที่อ้างว่าเพราะรถข้างหน้าติดรถข้างหลังจึงไม่สามารถจะผ่านบริเวณตีเส้นเหลืองไปได้ เป็นการยกเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองหรือไม่ต้องนำไปพิจารณาดู

ฝ่ายที่ ๒ คือคนขับรถไฟซึ่งสังกัดการรถไฟฯ ที่มีข้อมูลประจักษ์ชัดว่า น่าจะปฏิบัติหน้าที่ขณะที่มีการเสพสารเสพติด ซึ่งย่อมทำให้กระบวนการคิดและการตัดสินใจสูญเสียอย่างแน่นอน และยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เป็นความผิดทั้งกฎระเบียบและวินัยอันพึงมี

ฝ่ายที่ ๓ คือพนักงานการรถไฟฯผู้มีหน้าที่ควบคุมไม้กั้นทางรถไฟ และจะต้องเป็นผู้โบกธงสัญญาณให้รถไฟผ่านหรือไม่ผ่านจุดนั้นในเวลานั้น ซึ่งก็อ้างว่าจากการที่มีรถเมล์และรถอื่นๆ ขวางทางรถไฟอยู่ ทำให้ไม่สามารถจะนำไม้กั้นทางลงมาได้ เพราะถ้าเอาลงมาก็จะทำความเสียหายให้กับยานพาหนะนั้น และเมื่ออยู่ในสภาพดังกล่าว การให้สัญญาณโดยการโบกธงแดงจึงกระทำได้โดยไม่สมบูรณ์ และช้าเกินไป คือโบกธงเมื่อรถไฟเกือบจะถึงจุดตัดแล้ว ซึ่งเมื่อคนขับรถไฟเริ่มทำการเบรกนั้น จึงไม่มีทางที่จะเบรกหยุดขบวนรถซึ่งมีน้ำหนักมหาศาลให้หยุดก่อนถึงจุดตัดได้อย่างแน่นอน

ฝ่ายที่ ๔ คือผู้ที่เคราะห์ร้าย จนถึงสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุดและไม่ควรจะประสบโชคชะตานี้เลย หากทั้ง ๓ ฝ่ายตามที่กล่าวไว้ได้เคารพ และปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัยอันพึงมีของแต่ละฝ่าย ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจด้วยอย่างที่สุด

คงไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก รัฐบาลและทุกองค์การที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วน ต้องร่วมในการที่จะทำให้สังคมของชาตินั้นดำเนินไปได้ด้วยความปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัยนั่นเอง เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะยากสำหรับสังคมไทยที่ถูกปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้มานาน แต่ก็เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นแล้วอย่างจริงจัง และดำรงอยู่ตลอดไปให้ได้

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:08 น. ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
21:33 น. ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
21:12 น. Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
20:56 น. เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
20:50 น. กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน
ดูทั้งหมด
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7
หน้าสั่นเป็นแถบ อ.ไชยันต์ ยกเคสอังกฤษ ตอก ดรามาองคมนตรี ทำโซเชียลแห่เมนต์ตอกย้ำ
ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ณเดชน์-ญาญ่า อวดภาพหวาน ก่อนเข้าพิธีแต่งงานที่นอร์เวย์
บุญมี-สไนล์ เตรียมเปิดศึกนัดล้างตา อัดฉีดเพิ่มคนละ 5 หมื่น เคลียร์ปมคาใจขัดขาฟาวล์
ดูทั้งหมด
เรื่องสั้น: วันละครึ่งหน้า เกี่ยวกับชีวิตชราชน ปู่จิ๊บ กับ เพื่อน AI (2)
ตำนานกลองอัศจรรย์ (2)
การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?
บุคคลแนวหน้า : 25 พฤษภาคม 2569
โคตรดีล.. คลังน้ำมันและที่ดิน 9,000 ล้านบาท BCPG + บางจาก ใครจะหาคำตอบสุดท้าย ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน

หนุ่ม กะลา ประกาศเบรกงานยาว! ขอเฟดตัวจากวงการ พักใจ ใช้เวลากับครอบครัว

ประมวลภาพ นายกฯ นำคณะร่วมประชุมเอกอัครราชทูต/กงสุลใหญ่ ประจำภูมิภาคยุโรป

แพทริเซีย กู๊ด ประกาศข่าวดี ท้องลูกคนที่ 3 แล้ว โชว์พุงกลมสุดคิวท์

  • Breaking News
  • ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
  • ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
  • Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
  • เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
  • กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

25 พ.ค. 2569

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

18 พ.ค. 2569

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

11 พ.ค. 2569

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

27 เม.ย. 2569

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

20 เม.ย. 2569

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved