Logo วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

มหาราชผู้ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่งของชาติ คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ผู้ทรงสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศ นอกเหนือจากการที่ทำให้ราชอาณาจักรสยามรอดพ้นจากการตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒

กล่าวได้ว่า พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จฯเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปถึง ๒ ครั้ง คือในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ และ ๒๔๕๐ โดยได้เสด็จเยือนมากกว่า ๑๐ ประเทศ อาทิ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์รัสเซีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก นอร์เวย์สวีเดน โดยเป็นการเสด็จฯทางเรือโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี


หลังจากเสด็จกลับ พระองค์ทรงนำแนวคิดแบบตะวันตกมาพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านการบริหาร สาธารณูปโภค และสังคม ได้โปรดให้จัดสร้าง หรือจัดทำโครงการต่างๆ
ที่ได้ทอดพระเนตรเห็นและทรงพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับชาติให้เกิดขึ้น

โครงการและกิจการสำคัญที่เกิดขึ้นโดยพระราชวินิจฉัยของพระองค์ แบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ดังนี้

ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม ได้แก่ การสร้างทางรถไฟสายแรก ระหว่างกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา การตัดถนนและสะพาน ทรงสร้างถนนสำคัญหลายสาย อาทิ เยาวราช ราชดำเนิน สร้างสะพานข้ามคลอง รวมทั้งรถรางไฟฟ้า ที่เปลี่ยนมาจากการใช้ม้าลาก

ด้านการบริหารและการเงิน ทรงปฏิรูประบบราชการ ปรับโครงสร้างการปกครองส่วนกลาง โดยยกเลิกจตุสดมภ์ และเปลี่ยนมาตั้งเป็นกระทรวง เช่นกระทรวงมหาดไทย กลาโหม เพื่อให้เป็นแบบสากล มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน เพื่อจัดการรายรับ-รายจ่าย เปลี่ยนหน่วยเงินเป็น ๑๐๐ สตางค์เท่ากับ ๑ บาท

ด้านสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ทรงสร้างการประปานครหลวง วางรากฐานกิจการประปา เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดใช้ สร้างการไฟฟ้าโดยจัดตั้งโรงงานขึ้น และสร้างโรงพยาบาลศิริราชซึ่งถือเป็นรากฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน จนการแพทย์ไทยพัฒนาก้าวหน้าเทียบเท่าประเทศที่เจริญแล้ว

ด้านสังคม ทรงดำเนินการให้มีการเลิกทาส โดยเริ่มจากการทยอยปลดปล่อยทาสจนสำเร็จ ทำให้ชาติมีสถานะเป็นอารยประเทศในสายตาของชาวตะวันตก

การก่อกำเนิดของการรถไฟนั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่พระองค์ได้ทรงสร้างคุณูปการที่สำคัญยิ่ง เพราะการขนส่งที่ดีนั้นย่อมนำความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ และสร้างโอกาสให้ประชาชนได้ทำกินในพื้นทั่วประเทศ จึงได้มีการประกาศพระบรมราชโองการสร้างทางรถไฟสยาม ลงวันที่๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๓ และ โปรดเกล้าฯให้ตั้งกรมรถไฟสังกัดกระทรวงโยธาธิการในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๓ มีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นเสนาบดี และนายเค. เบ็ทเก ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ

โดยก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ ๒๔๓๐ พระองค์โปรดเกล้าฯให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัท ปัน ชาร์ดแมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ มีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรีไปถึงนครราชสีมาสายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ไปถึงตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจเป็นตอนๆ รวม ๘ ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ ๑๐๐ ปอนด์ หลังจากสำรวจเสร็จได้สรุปว่าควรจะสร้างสายกรุงเทพถึงนครราชสีมาเป็นสายแรก

การสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯไปยังนครราชสีมาจึงเกิดขึ้นโดย มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบลแห่งอังกฤษเป็นผู้ประมูลได้ในราคาต่ำสุดที่๙,๙๕๖,๑๖๔ บาท การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นและดำเนินการเป็นส่วนๆ และในวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๙ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่างสถานีกรุงเทพถึงอยุธยาระยะทาง ๗๑กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางได้จริงตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม การรถไฟฯ จึงถือเอาวันที่ ๒๖ มีนาคม เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟฯ สืบมาจนถึงปัจจุบัน

การสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพถึงนครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยในปีพ.ศ. ๒๔๔๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการเดินรถสายนี้เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม รวมระยะทางทั้งสิ้น ๒๖๕ กิโลเมตร สิ้นเงินในการสร้าง ๑๗,๕๘๕,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นการรถไฟฯก็เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสลดใจเป็นที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์หายนะ จากการที่ ขบวนรถไฟสินค้าได้ชนกับรถเมล์โดยสารที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ อโศก-ดินแดง ทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตถึง ๘ ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า ๓๐ คน เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคมที่ผ่านมา

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การคมนาคมทางรถไฟนั้น เป็นการขนส่งที่สำคัญทั้งสินค้าและผู้โดยสารจำนวนมากจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งในแต่ละครั้ง มีความสะดวกรวดเร็ว กำหนดเวลาการเดินทางได้แม่นยำ ตลอดจนมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในอัตราที่ถูกที่สุด และที่สำคัญคือน่าจะเป็นการคมนาคมที่มีความปลอดภัยมากที่สุดด้วย เพราะเดินทางอยู่บนเส้นทางเฉพาะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้สร้างความรู้สึกและก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในระดับของประชาชนทั่วไป จนถึงองค์การต่างๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบ ตลอดจนส่งผลกระทบไปยังรัฐบาลไม่มากก็น้อย

คำพูดหนึ่งซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เสมอก็คือ “สบายๆ คือไทยแท้”ซึ่งหมายถึงลักษณะนิสัยและการดำเนินชีวิตของคนไทย ซึ่งอยู่กันมาในรูปแบบของสังคมครอบครัวและเพื่อนบ้าน ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม เป็นกันเอง มีอะไรก็เผื่อแผ่กันเสมอ ทำอะไรแบบง่ายๆ ซึ่งสิ่งนี้โดยภาพรวมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

แต่เมื่อบ้านเมืองต้องมีกฎระเบียบและวินัยให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นสุขตามสิทธิพื้นฐาน โดยจะต้องไม่มีการละเมิดต่อกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น จึงทำให้การเคารพและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกรอบที่ถูกกำหนดไว้ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป

เหตุการณ์หายนะครั้งนี้ หากวิเคราะห์โดยรวมก็จะพบว่ามี ๓ ฝ่ายที่เป็นต้นเหตุ และอีก ๑ ฝ่าย ที่เป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมจากการกระทำของ ๓ ฝ่ายนั้น

ฝ่ายแรกที่ขอกล่าวถึงคือรถเมล์ตลอดจนยานพาหนะอื่นทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวนหนึ่งซึ่งต้องถือว่าไม่ได้ปฏิบัติหรือละเลยต่อกฎระเบียบ รวมทั้งขาดซึ่งวินัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะโดยปกติแล้วบริเวณจุดตัดทางรถไฟนั้น จะมีทั้งเสียงสัญญาณเตือนเมื่อรถไฟกำลังจะมาถึง ซึ่งผู้สัญจรในเวลานั้นจะต้องรักษาระเบียบวินัยโดยการจอดรถก่อนถึงบริเวณที่ตีเส้นสีเหลือง เพื่อให้ราวกั้นสามารถจะลงมาปิดกั้นถนนได้ แต่ทั้งนี้ยังมีหลายคนที่อ้างว่าเพราะรถข้างหน้าติดรถข้างหลังจึงไม่สามารถจะผ่านบริเวณตีเส้นเหลืองไปได้ เป็นการยกเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองหรือไม่ต้องนำไปพิจารณาดู

ฝ่ายที่ ๒ คือคนขับรถไฟซึ่งสังกัดการรถไฟฯ ที่มีข้อมูลประจักษ์ชัดว่า น่าจะปฏิบัติหน้าที่ขณะที่มีการเสพสารเสพติด ซึ่งย่อมทำให้กระบวนการคิดและการตัดสินใจสูญเสียอย่างแน่นอน และยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เป็นความผิดทั้งกฎระเบียบและวินัยอันพึงมี

ฝ่ายที่ ๓ คือพนักงานการรถไฟฯผู้มีหน้าที่ควบคุมไม้กั้นทางรถไฟ และจะต้องเป็นผู้โบกธงสัญญาณให้รถไฟผ่านหรือไม่ผ่านจุดนั้นในเวลานั้น ซึ่งก็อ้างว่าจากการที่มีรถเมล์และรถอื่นๆ ขวางทางรถไฟอยู่ ทำให้ไม่สามารถจะนำไม้กั้นทางลงมาได้ เพราะถ้าเอาลงมาก็จะทำความเสียหายให้กับยานพาหนะนั้น และเมื่ออยู่ในสภาพดังกล่าว การให้สัญญาณโดยการโบกธงแดงจึงกระทำได้โดยไม่สมบูรณ์ และช้าเกินไป คือโบกธงเมื่อรถไฟเกือบจะถึงจุดตัดแล้ว ซึ่งเมื่อคนขับรถไฟเริ่มทำการเบรกนั้น จึงไม่มีทางที่จะเบรกหยุดขบวนรถซึ่งมีน้ำหนักมหาศาลให้หยุดก่อนถึงจุดตัดได้อย่างแน่นอน

ฝ่ายที่ ๔ คือผู้ที่เคราะห์ร้าย จนถึงสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุดและไม่ควรจะประสบโชคชะตานี้เลย หากทั้ง ๓ ฝ่ายตามที่กล่าวไว้ได้เคารพ และปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัยอันพึงมีของแต่ละฝ่าย ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจด้วยอย่างที่สุด

คงไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก รัฐบาลและทุกองค์การที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วน ต้องร่วมในการที่จะทำให้สังคมของชาตินั้นดำเนินไปได้ด้วยความปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัยนั่นเอง เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะยากสำหรับสังคมไทยที่ถูกปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้มานาน แต่ก็เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นแล้วอย่างจริงจัง และดำรงอยู่ตลอดไปให้ได้

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:57 น. กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?
21:49 น. อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ หาหมอดูแลสุขภาพที่เยอรมนี
21:35 น. ชาดา จี้กระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างราคา ชี้ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์แท้จริง
21:35 น. ตร.อินเดีย ยิงแก๊สน้ำตา-ใช้กระบองฟาด สลายม็อบพรรคแมลงสาบ หลังพยายามบุกเข้ารัฐสภา
21:30 น. หมอสรณ เปิดใจ หลังถูกฟันคุณสมบัติ กสทช. ยันไม่ใช่ลูกจ้างรัฐ เป็นแพทย์อิสระ
ดูทั้งหมด
ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน
ดีเอสไอ บุกรวบ ‘มัลลิกา’ ผู้บริหารบริษัท QRS โบรกเกอร์ลงทุนเทรด Forex โยงสัมพันธ์-เส้นเงิน ‘ภาวุธ’
ตึงเครียดหนัก รัสเซีย ส่ง เครื่องบินวันสิ้นโลก ปักหลักเตหะราน แผ่อำนาจเขย่าขวัญสหรัฐฯ
งดงามดุจเทพนิยาย ณเดชน์-ญาญ่า ฉลองวิวาห์หวานรอบ 3 ที่กรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความรัก
เที่ยวญี่ปุ่นสะดุด นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงต่อเนื่องในรอบ 5 ปี
ดูทั้งหมด
• เรื่องสำคัญหนึ่งที่เราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ คือ กายมนุษย์ (4)
ข่าวบีบหัวใจ
สะสางโควตาสลาก ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท ขุมผลประโยชน์ 50,000 ล้านบาท
บุคคลแนวหน้า : 20 กรกฎาคม 2569
จากบัตรลุงตู่ สู่การยกเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชาดา จี้กระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างราคา ชี้ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์แท้จริง

กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?

อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ หาหมอดูแลสุขภาพที่เยอรมนี

หมอสรณ เปิดใจ หลังถูกฟันคุณสมบัติ กสทช. ยันไม่ใช่ลูกจ้างรัฐ เป็นแพทย์อิสระ

ตร.อินเดีย ยิงแก๊สน้ำตา-ใช้กระบองฟาด สลายม็อบพรรคแมลงสาบ หลังพยายามบุกเข้ารัฐสภา

จ่อเรียก 11 คนในบ้านย่านบางบัวทอง-ผู้ดูแลโครงการ รับทราบข้อกล่าวหาคดีโกงสอบท้องถิ่น

  • Breaking News
  • กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย? กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?
  • อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ หาหมอดูแลสุขภาพที่เยอรมนี อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ หาหมอดูแลสุขภาพที่เยอรมนี
  • ชาดา จี้กระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างราคา ชี้ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์แท้จริง ชาดา จี้กระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างราคา ชี้ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์แท้จริง
  • ตร.อินเดีย ยิงแก๊สน้ำตา-ใช้กระบองฟาด สลายม็อบพรรคแมลงสาบ หลังพยายามบุกเข้ารัฐสภา ตร.อินเดีย ยิงแก๊สน้ำตา-ใช้กระบองฟาด สลายม็อบพรรคแมลงสาบ หลังพยายามบุกเข้ารัฐสภา
  • หมอสรณ เปิดใจ หลังถูกฟันคุณสมบัติ กสทช. ยันไม่ใช่ลูกจ้างรัฐ เป็นแพทย์อิสระ หมอสรณ เปิดใจ หลังถูกฟันคุณสมบัติ กสทช. ยันไม่ใช่ลูกจ้างรัฐ เป็นแพทย์อิสระ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

15 มิ.ย. 2569

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

8 มิ.ย. 2569

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิบังควร

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิบังควร

1 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved