Logo วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 10.42 น.
ไทยจะลดความสูญเสีย บนท้องถนนได้หรือไม่?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“ยกตัวอย่างกรุงเทพฯ ที่เรามองว่าพร้อมกว่าจังหวัดอื่น เราก็พบว่าภายใต้ความพร้อม มีระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย มีความเหลื่อมล้ำกับผู้บริโภคและประชาชน การที่เราจะยอมจอดรถไว้ที่บ้านแล้วออกไป เราต้องเสียค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถเมล์ รถไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้จอดอยู่หน้าบ้านทุกคน ดังนั้นเขาลงจากรถไฟฟ้าก็ต้องเจอค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง”

คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวในวงเสวนา “นวัตกรรมการลดอุบัติเหตุ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตลาดนัดนโยบาย สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 17 พ.ศ.2567 เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 2567ที่ผ่านมา โดยสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรให้คนยอมไม่ใช้พาหนะส่วนบุคคล แต่เปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะ เพราะแม้กระทั่งเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ก็ยังไม่สะดวก มีข้อจำกัดเรื่องราคาและการเข้าถึง


และสถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม หากออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดอื่นๆ เพราะหลายจังหวัดไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ หรือบางจังหวัดแม้จะมีแต่ก็น้อยมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการขาดการสนับสนุนจากรัฐ โดยรัฐไทยทำเพียงการออกใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งสาธารณะให้เท่านั้น ที่เหลือเป็นเรื่องของผู้ประกอบการต้องไปหาทางดิ้นรนกันเอง อนึ่ง เด็กถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสภาพแบบนี้ เพราะผู้ใหญ่ยังสามารถถอยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์มาใช้เองได้ ในขณะที่เด็กต้องพึ่งพาธุรกิจรถรับ-ส่งนักเรียนในพื้นที่

“เชื่อไหมครับว่า ณ ปัจจุบัน ตัวเลขที่ปรากฏตามกรมการขนส่งทางบก เท่าที่ผมดูประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมามีไม่ถึง 4-5 พันคันที่ขึ้นทะเบียน แต่เราเชื่อว่ามีรถที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน 4-5 หมื่นคัน บางจังหวัดมีรถเป็นพันคันขึ้นทะเบียนในจังหวัดไม่ถึงร้อยคัน จากาการทำงานมา 7-8 ปีเราพบตัวเลขแบบนี้ แล้วเราก็อาจรู้สึกว่าก็เป็นปัญหากลไกของรัฐเอง เขาอาจจะเข้มงวดมากจนเกินไป บริบทรถรับ-ส่งนักเรียนในแต่ละพื้นที่ อาจจะไม่สอดคล้องกับตัวกฎหมายของรัฐ”คงศักดิ์ ระบุ

ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ยังกล่าวอีกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเคยทำการศึกษาและเสนอต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน จนกลายเป็นรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2566 แต่หลังจากนั้นผ่านมาปีเศษรถรับ-ส่งนักเรียนก็ยังมีปัญหาอุบัติเหตุ ทั้งจากที่เสียหลักเองและที่ถูกยานพาหนะอื่นๆ เฉี่ยวชน ยังคงมีความสูญเสียเกิดขึ้นกับเด็กอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการทำงาน 7 ปี สภาองค์กรของผู้บริโภค สังเคราะห์ออกมาเป็น “องค์ประกอบ 9 ด้าน 2 กลไก และ 7 ระบบการจัดการ” ที่โรงเรียนสามารถทำได้ในการพัฒนาความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถรับ-ส่งนักเรียน โดย 2 กลไกการจัดการ ประกอบด้วย 1.คณะทำงานระดับจังหวัด กับ 2.การจัดการของโรงเรียน ส่วน 7 ระบบการจัดการ ประกอบด้วย 1.ระบบข้อมูล 2.การดูแลนักเรียนภายในรถ

3.การรับรองรถ 4.การเฝ้าระวังรวมกลุ่ม 5.พัฒนาจุดจอดปลอดภัย 6.ประกันรถ และ 7.การติดตามประเมิน ซึ่งแม้จะมีนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการมาตั้งแต่ปี 2562 แต่แนวปฏิบัตินั้นโรงเรียนจำนวนมากยังไม่ทราบ ดังนั้นองค์ความรู้นี้อาจถือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการทำให้โรงเรียนมีความรู้ และสภาองค์กรของผู้บริโภคก็พร้อมทำงานกับสภาเด็กและเยาวชน

ขณะที่ สุธี ชุดชา รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ประเด็นอุบัติเหตุบนท้องถนนกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชน ว่า คนรุ่นใหม่จะเชื่อหากเป็นข้อมูลที่มีสถิติยืนยัน เป็นข้อเท็จจริงที่ตั้งอยู่บนหลักเหตุและผล อย่างไรก็ตาม เวทีที่เปิดให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น มองว่ายังมีค่อนข้างน้อย เช่น คณะกรรมการหรืออนุกรรมการชุดหนึ่ง จะมีเด็กเป็นตัวแทนเพียง 1-2 คน ในขณะที่มีผู้ใหญ่ราว 20 คน ทำให้เด็กอาจไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

“เด็กบางทีเขาก็อยากจะมีพื้นที่การสื่อสารพูดคุย แต่พอไปสื่อสารในรูปแบบที่อาจจะเป็นการอคติ แล้วจะโดนผู้ใหญ่แอนตี้หรือเปล่า แต่จริงๆ เด็กเขาก็อยากเห็นภาพฝัน เห็นในเรื่องความปลอดภัย เห็นในเรื่องของสังคมว่าอยากให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา แล้วก็เป็นเมืองที่น่าอยู่ เพราะถ้าเกิดเขาเกิดมาแล้วเจอปัญหา หรือต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เขาก็ไม่อยากจะอยู่ในสังคมนั้น ก็จะไปพ่วงกับปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสังคมที่พ่วงกันไป” สุธี กล่าว

ด้าน วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัยป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า เรื่องที่ใหญ่คือประเทศไทยไม่สามารถตอบองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ว่าเหตุใดจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ในบางช่วงเคยขึ้นไปถึงอันดับ 1-2 ของโลก ยอดแตะ 3 หมื่นคน ขณะที่ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 1.8-2 หมื่นคน หรือเทียบได้กับร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

นอกจากนั้น ต้องยอมรับว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบประเด็นนี้หลายหน่วย และแต่ละหน่วยก็มุ่งแต่ทำงานตามภารกิจหน้าที่ของตน ทำให้ตนไปขอกับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล สช. ให้ออกคำสั่งมาฉบับหนึ่ง เป็นหนังสือเวียนส่งถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับ คศป. ในการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น สถานะของป้ายทะเบียนรถว่ามีการต่อภาษีประจำปีหรือไม่อนึ่ง ภายในเดือน ม.ค. 2568 คศป. จะมีรายงานผลการศึกษาเสนอต่อรัฐบาล

“ถ้าเกิดเขามีชีวิตอยู่แล้วสามารถใช้แรงงานได้ 5 แสนล้านจากการดูแลเรื่องบาดเจ็บอุบัติเหตุต่างๆ ประมาณ 5 แสนล้านบาท กับคนที่ป่วยนอนเจ็บจากอุบัติเหตุ นอนอยู่ในโรงพยาบาล 1.2 ล้านคน ผมว่าคนเหล่านี้สมควรที่จะนอนติดเตียงไหม?” วิชาญ กล่าว

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:17 น. ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน
21:03 น. ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น
20:40 น. ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ
20:34 น. จีนนำหนึ่งก้าวเสมอ เตรียมประกาศรับรอง 12 อาชีพใหม่ ผงาดคุมเศรษฐกิจยุคเอไอ
20:27 น. ศุภจี ลุยราชบุรี ปั้น ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม ต้นแบบดัดหลังล้งเถื่อน-ยกระดับราคา
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ทำโซเชียลอมยิ้ม! เพจทางการ ปธน.มาครง เลือกเพลงประกอบคลิปต้อนรับ ในหลวง-พระราชินี
ชื่นมื่น ลำไย ควงแขน กัปตันช้าง ทำบุญขึ้นบ้านใหม่หลังงาม แฟนคลับแห่ร่วมยินดี
เฉลยแล้ว ซุปเปอร์จี หายไปไหน
ปู มัณฑนา น้ำตานอง เฮลั่นชนะคดีศาลอาญาจำคุกทนายดัง 1 ปี
ดูทั้งหมด
ผู้คนส่วนใหญ่กับชนกลุ่มน้อยในแต่ละประเทศ
ข่าวร้ายรายวัน
บุคคลแนวหน้า : 4 กรกฎาคม 2569
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลางสร้างด้วยพลังมุสลิมหรือนิวเคลียร์
หุ้นเด่น : 4 กรกฎาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน

ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น

ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ

ก๊าซธรรมชาติ : ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงาน

ปตท. คว้า 8 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารและความยั่งยืนระดับสากล

ศุภจี ลุยราชบุรี ปั้น ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม ต้นแบบดัดหลังล้งเถื่อน-ยกระดับราคา

  • Breaking News
  • ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน
  • ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น
  • ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ
  • จีนนำหนึ่งก้าวเสมอ เตรียมประกาศรับรอง 12 อาชีพใหม่ ผงาดคุมเศรษฐกิจยุคเอไอ จีนนำหนึ่งก้าวเสมอ เตรียมประกาศรับรอง 12 อาชีพใหม่ ผงาดคุมเศรษฐกิจยุคเอไอ
  • ศุภจี ลุยราชบุรี ปั้น ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม ต้นแบบดัดหลังล้งเถื่อน-ยกระดับราคา ศุภจี ลุยราชบุรี ปั้น ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม ต้นแบบดัดหลังล้งเถื่อน-ยกระดับราคา
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

4 ก.ค. 2569

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

27 มิ.ย. 2569

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

20 มิ.ย. 2569

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

13 มิ.ย. 2569

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

6 มิ.ย. 2569

‘Zero Smoke No Vape’ รณรงค์ สร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ - บุหรี่ไฟฟ้า

‘Zero Smoke No Vape’ รณรงค์ สร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ - บุหรี่ไฟฟ้า

30 พ.ค. 2569

ภาษีไทย : รู้คำตอบ แต่ไปไม่ถึง

ภาษีไทย : รู้คำตอบ แต่ไปไม่ถึง

23 พ.ค. 2569

‘บ้านบางละมุง’ สร้างภาวะตายดี ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุครบ 4 มิติ

‘บ้านบางละมุง’ สร้างภาวะตายดี ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุครบ 4 มิติ

16 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved