วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ “นักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริตคอร์รัปชั่น โกงบ้านกินเมืองฉ้อฉลเงินแผ่นดิน /- ทักษิณ ชินวัตร”มีอาการป่วยที่แพทย์ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดที่ภาษาชาวบ้านบอกว่าเป็นตายเท่ากัน จนไม่สามารถกลับไปรับโทษทัณฑ์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 8 ปี ที่ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยลดโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี ตามใบถวายฎีกา
ทว่าหลังได้รับใบบริสุทธิ์ “นักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริตคอร์รัปชั่น”คนนี้ กลับ “กระปรี้กระเปร่า”ราวกับชายสูงวัยที่ไม่เคยมีอาการป่วยของโรคใดๆ เลย
“ทักษิณ”ลงพื้นที่หาเสียง “เลือกตั้งท้องถิ่น” อย่างเมามัน ทั้ง อุดรฯ ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา เชียงใหม่ อาการเยี่ยงนี้หรือคือผู้ป่วยอาการหนักจนแพทย์ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
“ทักษิณ” ขึ้นเวทีปราศรัยเชียงใหม่ประกาศชัดว่ากลับมาแล้ว จะทำนั่นโน่นนี่อย่างไม่ต้องไต่ถามรัฐบาลแม้แต่น้อย สำรอกตรรกะง่ายๆ ว่ามาช่วยกู้เศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชน
ตลอดการปราศรัย ผู้เฒ่าธนกิจการเมืองวัย 75 ปี แสดงทั้งวาจาและท่าทางว่า สั่งการโดยตรงไปยังรัฐบาลให้กระทำนั่นโน่นนี่เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภาระค่าครองชีพของประชาชน
แต่ผลจะออกเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่...ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าอีกตามเคย คงไม่ต่างจากแก้ปัญหาจราจรจลาจลในกรุงเทพมหานครภายใน 6 เดือนแหละ
คนชอบมุสา ย่อมไม่ประพฤติอื่นไม่มี ฉันใดคนประพฤติชั่วก็คงมุสาอยู่ร่ำไป ฉันนั้น
ก็ประกาศอยากกลับบ้านเลี้ยงหลาน แต่ละวันสร้างแต่เรื่องให้ “มาดามแพ” ปวดเฮด!!
บนเวทีปราศรัยเสียงสำรอกสำราก “อาจม” ที่ขาดเสียมิได้คือความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร 9-10 ปี ที่ผ่านมา แผ่นเสียงตกร่องที่ลืมส่องกระจกและลืมตักน้ำในกะโหลกชะโงกดูตัวเอง สาดสีตีไข่ใส่ร้าย“รัฐบาลนายพลเฒ่า-ลุงตู่ /- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ร่ำไป
เป็นความดื้อด้านเกินเยียวยาโดยสันดานก็เป็นได้หยันการรักษาหวงแหนเป็นความคลั่งชาติ แน่นอนคลั่งชาติเพื่อป้องกันการขายชาติ โดยไม่สำเหนียกสำนึกตริตรองข้อท้วงติงของประชาชน แสดงพฤติกรรมว่าเสียงท้วงติงนั้นราวกับเสียงสุนัขเห่าหอนไร้สาระ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2551 จากการลงนามใน “มหากาพย์เขาพระวิหาร” ยินยอมให้“กัมพูชา”เสนอขึ้นทะบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงประเทศเดียว
ในยุคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชื่อ“นพดล ปัทมะ” ที่มี “ทักษิณ ชินวัตร /- นักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริตคอร์รัปชั่นโกงบ้านกินเมือง ฉ้อฉลเงินแผ่นดินเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้“เขาพระวิหารตกเป็นของราชอาณาจักรกัมพูชา(เขมร/-ขแมร์) ซึ่งมี จอมพลสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
มาบัดนี้ “พรรคการเมืองเดิมคือ เพื่อไทย” หยิบยก “บันทึกช่วยจำ พ.ศ.2544 หรือ MOU44 มาวางบนโต๊ะเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเกาะกูด เหวยเฮ้ย!! จะให้สังคมไทยเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจอีกหรือว่ากิจกรรมนี้ “ราชอาณาจักรไทย”จะไม่สูญเสียดินแดนใดๆ แม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้แก่ “ราชอาณาจักรกัมพูชา” และรวมถึงพลังงานธรรมชาติใต้ทะเลที่มีมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านบาทให้แก่ประเทศเครือญาติทักษิณ
เราเชื่อว่านับจากนี้ไป กระแสสังคมไทยเริ่มมีการต่อต้านรัฐบาลพ่อเลี้ยงอย่างรุนแรง รัฐบาลมีทางออกเพื่อยื้อเวลาอยู่ในอำนาจเพื่อการใดการหนึ่ง(เพื่อการอยู่ต่อ) รัฐบาลก็ต้องปรับครม.อีกสักรอบ เพื่อให้เกิดภาพ “แอ๊กชั่น”การทำงานผู้บริหารของนายกรัฐมนตรีสืบสันดานผู้มีสติปัญญาเลอเลิศปราดเปรื่องก่อนยุบสภา เพื่อชิงการได้เปรียบทางการเมือง
ด้วยพฤติกรรม ซ้ำซากด้วยสันดานเดิมๆจนยากแก่การเยียวยา
จากนี้ม็อบจะเริ่มแสดงตัวตนกดดันซากเดนระบอบทักษิณที่ไม่แก้ไขแต่แก้ตัวโยนบาปไปให้ตำนานอย่างนายพลผู้เฒ่า/- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้งท่ามกลางเสียงอื้ออึงเพรียกหาดังขึ้น
ต่อจากนี้จะเข้าสู่ลูปการเมืองระบอบทักษิณเริ่มจาก แยกร่างปรับครม. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่

กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุทหาร เหยียบกับระเบิดช่องระยี จ.สุรินทร์ สูญเสียขาขวา ยันไม่ใช่วางใหม่
พายุถล่มพลับพลาชัย บ้านพังยับกว่า 50 หลัง หลังคาโรงเรียนปลิว
แฮ็กข้อมูลบัตรเลือกตั้งใครผิด ? เพจดังป้อง กกต. ถ้าไม่ฟ้องโดน 157
เทพไท ชี้ทางสว่าง นายใหญ่ ยกโมเดล ครูใหญ่ ถอยคุมหลังฉาก กำกับเกมเงียบ ลดขัดแย้งสังคม
สรุปดรามา ป้าตือ โดนทัวร์ลง ปมคำพูดฟาด ผู้เข้าประกวดมิสทิฟฟานี ไม่มีมดลูกไม่ต้องเป็นนางสาว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี