วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
ทักษิณ ชินวัตร แสดงบทบาทเสมือนว่าตนเองคือนายกรัฐมนตรี เพราะทุกครั้งที่ทักษิณพูดกับสาธารณชน เขาบอกตลอดเวลาว่าเขาสั่งการให้ทำโน่น ทำนี่ ทำนั่น เช่น สั่งการให้เข้าไปกวาดล้างแก๊ง Call Center ลวงโลกในประเทศเพื่อนบ้านของไทย สั่งการให้กวาดล้างยาเสพติด สั่งการให้โค่นล้มนายทุนผูกขาด สั่งการให้ลดราคาค่าพลังงานไฟฟ้า สั่งการเรื่องแจกเงินแบบ helicopter money ให้คนไทย รวมถึงเรื่องที่บอกว่าจะเข้าไปเจรจากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ ในเมียนมาและยังสั่งการอีกสารพัดสารพันเรื่อง ซึ่งจะตามอ่านตามดูได้ในยามที่ทักษิณไปพูดตามเวทีต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ทว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทักษิณยังคงปิดปากเงียบสนิทคือ เขาไปพบปะกับอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี มาเลเซียเมื่อวันที่เท่าไร และพบปะกันที่ไหน พูดคุยเรื่องอะไรกันบ้าง
คำถามที่สำคัญคือ ทักษิณมีอำนาจใดที่ใช้สั่งการ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ คำสั่งการของทักษิณกลับกลายเป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะทุกครั้งที่ทักษิณพูดกับสาธารณะ คำพูดในเชิงสั่งการได้กลายไปเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มี แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีโดยพลัน
เมื่อทักษิณแสดงพฤติกรรมเสมือนว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีบ่อยๆ เป็นประจำ ก็ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ตกลงแล้ว แพทองธาร ชินวัตรคือนายกรัฐมนตรีตัวจริงหรือ แล้วทำไมนายกรัฐมนตรีที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งจึงไม่ทำงานให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ แต่เหตุใดคนที่ไม่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทางการจึงแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรีอย่างเอิกเกริกโจ่งแจ้ง ราวกับประกาศย้ำให้โลกรู้ว่าตนเองคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง ส่วนนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายนั้นคือ นายกฯ หุ่นกระบอก
ทุกครั้งที่ทักษิณไปปรากฏตัวในที่ต่างๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ทำไมต้องมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดนั้นๆ ไปต้อนรับ ถามว่าข้าราชการไปต้อนรับทักษิณด้วยเหตุผลใด ไปเพราะรักใคร่เคารพนับถือ หรือว่าไปเพราะเข้าใจว่าทักษิณคือนายกรัฐมนตรี หรือว่าไปเพราะใครสั่งให้ไป
และยังมีความจริงปรากฏเป็นระยะๆ ว่าทักษิณยังคงเรียกหัวหน้าพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลบางพรรคไปหารือ (แต่บางคนบอกว่าไปสั่งการ) ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ดังมีข่าวปรากฏแล้วว่าหัวหน้าพรรคการเมืองรายใดบ้างที่ไปหารือ (หรือรับคำสั่งการ) จากทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
แต่บางคนบอกว่ายังนับว่าดีที่ทักษิณไม่เข้าไปนั่งสั่งการที่ทำเนียบรัฐบาลโดยตรง แม้จะมีบางคนบอกว่าทักษิณสั่งการแบบสายตรงไปยังคนบางคนในทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คอการเมืองไทยเชื่อตรงกันว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาตามพฤติกรรมของทักษิณ เพราะทักษิณคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง และเป็นผู้ที่สามารถสั่งการให้แพทองธารต้องทำในสิ่งต่างๆ ในขณะที่แพทองธารก็ยอมรับแล้วว่าปรึกษาหารือกับทักษิณเป็นประจำ เพราะว่าทักษิณคือพ่อ และเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศมาก่อน
ไม่ผิดที่แพทองธารจะหารือทักษิณเพื่อหาความรู้ในเรื่องการบริหารประเทศ แต่ผิดมากมายมหาศาลหากแพทองธารทำตามสิ่งที่ทักษิณกำหนด แต่ที่มากกว่านั้นคือ หากหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลยอมทำตามคำสั่งของทักษิณ ก็หมายความว่ายินยอมให้บุคคลที่ถูกกฎหมายสั่งห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองตลอดชีวิตมีอำนาจเหนือพรรคการเมืองของตน
และที่ต้องกล่าวถึงมากเป็นพิเศษคือข้าราชการ เพราะข้าราชการเป็นตัวจักรสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล คำถามคือข้าราชการไทยสับสนงุนงงมากเพียงใดกับบทบาทและพฤติกรรมเสมือนการสั่งการโดยทักษิณ ขอย้ำว่าข้าราชการไทยต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทักษิณเป็นอันขาด เพราะทักษิณไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ต่อให้ทักษิณแสดงบทนายกรัฐมนตรีเป็นประจำก็ตาม แต่จะมีข้าราชการสักกี่คนที่ยึดมั่นในความเป็นข้าราชการของตน

รวบบัญชีม้า แก๊งคอลฯ หลอกสาว 18 อ้าง DHL โอนเงินเกลี้ยงบัญชี
เปิดปฏิบัติการล้วงคองูเห่า รวบหนุ่มแสบอ้างชื่อ ป.ป.ช.รีดเงิน 15 ล้าน วิ่งเต้นล้มคดี
เงื่อนไขสหรัฐถึงมืออิหร่าน จีนหนุนเจรจาหยุดยิง
น้ำมันคลี่คลาย! วันวิชิต คาดจบก่อนสงกรานต์ หลังกลไกตลาดทำงาน
ลูกเทวดาทาสยา บังคับขอเงินแม่ซื้อยาบ้า ไม่ได้ขู่เผาบ้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี