วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สมัยที่รับราชการที่กองระบบบัญชีและการคลัง กรมบัญชีกลาง ในตำแหน่งนิติกรกฎหมายการคลัง ผู้เขียนได้เคยมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการให้ความเห็นเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวสิทธิในการรับบำเหน็จตกทอดของเพื่อนข้าราชการท่านหนึ่งตาม พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ที่ได้บัญญัติ เรื่อง “ทายาทผู้มีสิทธิ์” ไว้ ดังนี้
“ผู้อุปการะ” และ “ผู้อยู่ในอุปการะ” หมายความว่า
(๑) ผู้ที่ได้อุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาผู้ตายมาแต่เยาว์ฉันบิดามารดากับบุตร หรือ
(๒) ผู้ที่ได้อุปการะข้าราชการประจำ หรือข้าราชการบำนาญ ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอกับอัตภาพ หรือได้อุปการะข้าราชการบำนาญผู้ซึ่งป่วยเจ็บทุพพลภาพ หรือวิกลจริตไม่สามารถที่จะช่วย
ตัวเองได้
“ผู้อยู่ในอุปการะ” หมายความว่า ผู้ที่ได้อยู่ในความอุปการะของผู้ตายมาตลอด โดยจำเป็นต้องมีผู้อุปการะ และความตายของผู้นั้นทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะขาดอุปการะ
กฎหมายบำเหน็จบำนาญในเรื่องทายาทที่ให้นิยามของผู้มีสิทธิ์ที่เป็น “ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะ” นี้ ต่างกับทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๙ ที่มีทายาทโดยธรรมหกลำดับเท่านั้น แต่บำเหน็จตกทอดสิทธิของทายาทจะเกิดขึ้นเมื่อข้าราชการบำนาญตายแล้ว จึงไม่ใช่มรดกตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีอยู่ก่อนตาย
คุณสัจจา เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยมีหน้าที่ส่งหนังสือ ระหว่างกองต่างๆ ในกรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่อยู่ในพระบรมมหาราชวัง เช่น สตง. ก.พ. และกระทรวงการคลัง
คุณสัจจาจึงเป็นเพื่อนร่วมงานกับผู้เขียนเพราะทำงานในกองระบบบัญชีและการคลังกองเดียวกัน และมักจะพบกันในตอนเช้าที่ขึ้นเรือที่ท่าเตียนและเดินมาทำงานที่กรมบัญชีกลาง ระหว่างเดินมาก็คุยกันจึงทราบว่า คุณสัจจาเป็นลูกศิษย์วัดอาศัยอยู่กับท่านเจ้าคุณที่วัดอรุณราชวราราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดแจ้ง” ที่คุณสัจจาเรียกท่านว่า “ขรัวตา” แทนที่จะเรียกว่า “หลวงตา” เพราะคำว่า “ขรัวตา” เป็นคำเรียกพระภิกษุที่สูงอายุ
(“ขรัวตา” เป็นคำที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้เรียกยกย่องท่านปรีดี พนมยงค์ ว่า “ขรัวตาท่าช้าง” ที่เป็นทำเนียบทำงานของท่านปรีดี พนมยงค์ ที่ทางราชการควรจะต้องอนุรักษ์ รักษาไว้)
ทุกเช้า คุณสัจจาก็จะข้ามเรือจากวัดแจ้งมาขึ้นที่ท่าเตียนเดินลัดเข้าทางประตูดิน (ที่มีธรณีประตู ผู้ที่จะเข้าออกต้องเดินก้าวข้ามให้พ้น และพึงระมัดระวังตั้งสติไม่เหยียบธรณีประตูนี้เป็นอันขาด หากผู้ใดเผลอไปเหยียบ จะถูก “โขลน” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สตรีมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในวังชั้นในตำหนิและสั่งให้กราบธรณีประตู เพื่อเป็นการขอขมาโทษ
(อนึ่ง ผู้เขียนก็เคยเผลอเหยียบตอนออกมาจากการไปหาญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในวังชั้นในและก็ถูก “โขลน” สั่งให้ก้มลงกราบตรงธรณีประตูที่เหยียบ สำหรับผู้ชายที่มีอายุ ๑๓ ปีแล้ว จะเข้าวังชั้นในไม่ได้ ซึ่งมีข้อน่าคิดว่าเป็น “กฎหมายประเพณี” หรือไม่)
ระหว่างเดินมาจะเห็นคุณสัจจา มีของใส่ถุงมาแจกเด็กๆ ที่รอขนมของคุณสัจจาอยู่เสมอ คงจะเป็นอาหารและขนมที่เหลืออยู่จากท่านเจ้าคุณที่ได้รับมาจากการใส่บาตรตอนเช้า ซึ่งคุณสัจจาจะต้องเดินตามหลวงตาและสะพายย่ามตามไปด้วย จึงทำให้ต้องมาทำงานสายต้องเซ็นเวลาทำงานใต้เส้นแดงอยู่เสมอ และประมาณ ก่อน ๑๑ นาฬิกา ก็จะต้องมาดูแลหลวงตาในการฉันเพล จึงกลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือน ซึ่งคุณสัจจาก็ไม่ติดใจ เพราะต้องดูแลหลวงตาที่ท่านเลี้ยงดูคุณสัจจามาตั้งแต่เล็ก ฉันบิดามารดากับบุตร
คุณสัจจาเป็นคนอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง ไม่เสพของมึนเมาไม่สูบบุหรี่ แต่เสื้อผ้าที่ใส่มาทำงานมักจะซ้ำกันเพราะคงไม่ได้ซักรีดบ่อยนัก และไม่ได้อาบน้ำตอนเช้าก่อนมาทำงาน จึงมักจะมีกลิ่นที่ไม่ค่อยสะอาด บางคนจึงเรียกว่า “สัจจาตัวเหม็น” เวลางานเลิกพวกเรามักจะมาทานอาหาร ดื่มเบียร์ ที่ร้าน“มิ่งหลี” หน้าวัง แต่เวลากลางวันมักจะไม่มา เพราะจะมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มานั่งทานโดยมี“โต๊ะพิเศษ” ที่ทางร้านจะกันไว้ พวกเราจึงมักมาทานกันตอนเย็น และมักจะพบท่านอาจารย์ศิลป พีระศรี ผู้ก่อตั้งและอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งภายหลังได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยท่านดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์คนแรก มานั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว (ร้าน “มิ่งหลี” หน้าพระลาน เป็นร้านอาหารเก่าแก่มากกว่าหนึ่งศตวรรษ ปัจจุบันเลิกขายอาหารแล้ว)
เมื่อเล่าถึงร้าน “มิ่งหลี” ที่เลิกไปแล้ว มีอีกร้านหนึ่งที่ขายหนังสือกฎหมายเก่าแก่อยู่ถัดร้านมิ่งหลีไปไม่มาก คือร้าน “นีติเวชช์” ปัจจุบันก็เลิกไปแล้วจะมีหนังสือพระราชบัญญัติที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วนำมาขายในราคาถูก ผมและข้าราชการในกรมบัญชีกลางที่จะใช้ต้องไปซื้อมาใช้งานได้ทันที่เพราะราชกิจจาฯ ยังมาไม่ถึง และยังมีความเป็นพิเศษที่ร้านนี้จะให้มีกฎหมายใหม่อยู่เสมอ จะบริการเพิ่มเติมให้ ถ้าไม่มากนักทางร้านจะทำให้ “ฟรี”
ผมมักชวนคุณสัจจามาทานด้วยตอนเลิกงานตอนเย็น แต่คุณสัจจาจะขอตัวไม่มาร่วมทานด้วยเหตุผลต้องรีบกลับมาดูแลหลวงตาที่มีอายุมากแล้ว
เมื่อคุณสัจจาถึงแก่กรรม มีบำนาญตกทอดจำนวนหนึ่งที่ทายาทตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญมีสิทธิที่จะได้รับ แต่คุณสัจจา ไม่มีทายาทตามกฎหมายเลย มีแต่ท่านเจ้าคุณที่อุปการะเลี้ยงดูคุณสัจจามาตั้งแต่เกิดจนตาย ท่านเจ้าคุณจึงเป็นผู้อุปการคุณสัจจา ตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญ มีสิทธิที่จะรับบำเหน็จตกทอดของคุณสัจจา แต่ไม่มีสิทธิรับมรดกของคุณสัจจา เพราะไม่ได้เป็นทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา ๑๖๒๙ เว้นไว้แต่จะทำพินัยกรรมไว้ ไม่ทราบว่าคุณสัจจาได้ทำพินัยกรรมไว้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำ มรดกของคุณสัจจาจะต้องตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ กรณีของคุณสัจจา ทำให้เกิดข้อคิดหลายกรณี
เป็นการสมควรหรือไม่ ที่จะแก้ไขทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมายแพ่งและพานิชย์ทำนองเดียวกับกฎหมายบำเหน็จบำนาญ กล่าวโดยเฉพาะในสิทธิของผู้อุปการะผู้ตายฉันบิดามารดากับบุตรและ “ผู้อยู่ในอุปการะ” ที่เป็นความ “ยุติธรรมที่แท้จริงตามธรรมชาติ”
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

‘บางจาก’เดินหน้าขยายการจำหน่ายดีเซล‘B20’ อัดโปรแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคขนส่ง
ประชุมภัยแล้งเอฟเฟกต์ หงอกเจียม ดิ้น! ซัดเพื่อไทยหลอกใช้เสื้อแดงสู้อำมาตย์
ทั่วโลกจับตา! สี จิ้นผิง จ่อเยือนเกาหลีเหนือพบผู้นำคิมในสัปดาห์หน้า
เลขา ป.ป.ช. มองรัฐตั้ง คกก.ปราบโกงมาถูกทาง ชี้จะปราบทุจริตได้ต้องรู้โครงสร้างทั้งระบบ
แก้วตา ซัดเดือด! โดน IO ป้ายสีเรื่องสารเสพติด ตอกกลับการเมืองไร้วุฒิภาวะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี