Logo วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ประเทศไทยยุค‘กระปี๋’ขับเครื่องบิน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประเทศไทยยุคนี้ต้องเรียกว่า เอากระเป๋ารถเมล์มาขับเครื่องบินโดยสารเจ็ทจัมโบ้ที่มีสมรรถนะสูง เพื่อนำพาคนไทยเกือบ 70 ล้านคนบินไปสู่สถานีปลายทาง“มีกิน-มีใช้-มีเกียรติ-มีศักดิ์ศรี” ซึ่ง 9 เดือนบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ“แพทองโพย” ในฐานะกัปตันเครื่องบินโดยสารลำนี้นั้น มิอาจบังคับเครื่องบินได้

ขืนปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เครื่องบินก็มีแต่จะดำดิ่ง“ปักหัวโหม่งโลก” เพราะนอกจากตัวนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นกัปตันจะไม่ประสีประสาแล้ว รัฐบาลมีก็เหมือนไม่มี เนื่องจากไม่มีหัวมีหางที่แท้จริง หากแต่คนกุมอำนาจสั่งการในการบริหารราชการแผ่นดิน กลับกลายเป็นอดีตนักโทษโกงบ้านกินเมืองชื่อ“ทักษิณชินวัตร” ที่ไม่มีกฎหมายใดๆ รองรับ


เวลานี้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ใครก็รู้ ชาวบ้านร้านตลาดนั้นรู้ดี เพราะประสบด้วยตนเอง สินค้าข้าวของราคาตกต่ำ ทำมาค้าขายฝืดเคือง เงินทองได้มาไปเร็ว อยู่กินลำบาก ขณะที่ภาพรวมภาพใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนลดลง คนตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมปิดตัวอย่างต่อเนื่อง จากขนาดเล็กในปี 2567 ที่ปิดตัวมากกว่า100 แห่งต่อเดือน ก็เริ่มขยายมาสู่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในปีนี้

ขณะที่หนี้ครัวเรือนของประชาชนยอดท่วมหัว ดูจากตัวเลขไตรมาสแรกปี 2568 เมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยอดอยู่ที่​ 16.2 ล้านล้านบาท และหนี้สาธารณะมียอดกว่า12.08 ล้านล้านบาท  คิดเป็น 64.4 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โดยก่อนหน้านี้ ดร.เศรษฐพุฒิสุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ก็เพิ่งจะออกมาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยมีความไม่แน่นอนสูงมาก และว่าเมื่อมองไปข้างหน้า พายุกำลังจะมาถึง จากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่จะทำให้มีการชะลอการลงทุนภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทานธุรกิจในระยะยาว

สถานการณ์เศรษฐกิจหนักหนาถึงขนาดนี้แล้ว ผู้นำรัฐบาลอย่าง“แพทองโพย”ก็ยังไม่หือไม่อือ นั่นก็เพราะตนเองก็ไร้สมองที่จะรับรู้ได้ งานในหน้าที่ก็มีข้าทาสบริวารของบิดาทำแทนให้ งานหนักบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ“แพทองโพย” ก็คือ วันนี้จะแต่งตัวเฉิดฉายในการสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับ“อวดรวย”ด้วยชุดอะไร และแบรนด์หรูราคาแพงจากประเทศไหน

สำคัญที่สุดก็คือ การพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือของของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มิเพียงแต่จะไม่ยอมรับว่าเศรษฐกิจของประเทศมีแต่ดำดิ่งลงเท่านั้น หากแต่ยังออกข่าวโฆษณาชวนเชื่อหลอกชาวบ้านให้หลงเชื่อว่าเศรษฐกิจไม่ได้ย่ำแย่อันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องถนัดของนักการพรรคเพื่อไทย และเป็น“ดีเอ็นเอ”ของเจ้าของคอก

ดังจะเห็นได้ล่าสุด นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมเมื่อวานนี้ว่า ภายใต้“รัฐบาลนายกฯแพทองธาร”บริหารเศรษฐกิจ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในไตรมาส 3 ปี 2567 GDP นั้น ไตรมาส 3 ปี 2567 โต 3.0เปอร์เซ็นต์ GDP, ไตรมาส 4 ปี 2567 โต 3.3 เปอร์เซ็นต์ GDP และไตรมาส 1 ปี 2568โต 3.1 เปอร์เซ็นต์ GDP

มิหนำซ้ำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจากพรรคเพื่อไทย ยังคุยโม้โอ้อวดด้วยว่า การขยายตัวของ GDP มากกว่าร้อยละ 3 ติดต่อกัน 3ไตรมาสของรัฐบาล“แพทองโพย”นี้ แสดงถึง“โมเมนตัมทางเศรษฐกิจ”ที่ดี และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยระบุว่า ประวัติศาสตร์ไทยมีเพียง 7ครั้งเท่านั้นที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยกหาง“นายใหญ่”เจ้าของคอกว่า “สถิติสูงสุดของประเทศเกิดขึ้นในรัฐบาลนายกฯทักษิณ ที่การขยายตัวของ GDP มากกว่าร้อยละ 3 ติดต่อกันถึง 22 ไตรมาส” และโยนลูกแบบพยายามคว้างงูให้พ้นคอว่า“เราเริ่มต้นได้ดี แต่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น จากนโยบายด้านการค้าและภาษี”

ในขณะที่ความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งโดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมโลก ตลอดจนมีหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะ ให้คำปรึกษา และให้ความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศแก่รัฐบาล, มองเห็นนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิงจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ได้ออกมาเตือนคนไทยและภาคธุรกิจ ให้ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และรอบคอบ เตรียมรับความเสี่ยงผลกระทบจาก“ภาษีทรัมป์”โดยได้แถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2568 และแนวโน้มปี2568 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า “ผมอยากจะขอเตือนให้ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจต่างๆ เตรียมตัวรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความผันผวนทางการค้าและเศรษฐกิจโลกในช่วงถัดไป ส่วนภาคประชาชนขอให้เตรียมความพร้อมการใช้จ่ายประจำวันให้รอบคอบมากขึ้น เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้”

นอกจากนี้เลขาธิการสภาพัฒ์ยังได้ชี้ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ที่นายเผ่าภูมิโรจนสกุล ตัดตอนมาอ้างอิงบางส่วนว่า “เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกที่ขยายตัว เป็นผลมาจากการเร่งนำเข้าสินค้าจากประเทศปลายทาง โดยในช่วงก่อนเดือนเมษายนดัชนีที่เกี่ยวข้องยังปรับตัวดี แต่กลับตกลงช่วงเดือนเมษายน ซึ่งระยะข้างหน้ายังไว้ใจไม่ได้ เพราะยังมีความไม่แน่นอนจากมาตรการการค้าระหว่างประเทศ ที่ยังมีความผันผวน และหาข้อยุติไม่ได้ โดยเฉพาะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แม้ตอนนี้จะผ่อนปรนลงแล้วส่วนหนึ่งก็ตาม”

ขอตบท้ายด้วยข้อคิดของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประเทศ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เขียนโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมเมื่อวานนี้ โดยชี้ถึงปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยว่า ที่น่าวิตกกังวล ก็คือ การบริโภคภาคเอกชนอันเปรียบเสมือนเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักเศรษฐกิจไทย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล วัย 56 ปี ซึ่งจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)ประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า จากตัวเลขที่สภาพัฒน์แถลงนั้น การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้เพียง “+2.6 เปอร์เซ็นต์” ถือว่าน่ากังวลใจ

โดย“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล”ระบุว่า “เพราะปกติแล้ว การบริโภคภาคเอกชนจะมีขนาดประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย จะคึกคักหรือไม่ ก็จะขึ้นกับว่าคนใช้จ่ายหรือไม่ ซึ่งตัวเลขนี้ควรจะขยายตัวได้ 5-6 เปอร์เซ็นต์ แต่ช่วง 4 ไตรมาสสุดท้าย ขยายตัวได้เพียงประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ส่วนหนึ่งคงเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยโต และอีกส่วนคงมาจากการที่เราเป็นหนี้กันมาก มีหนี้ครัวเรือนสูง มีหนี้เสียเพิ่มขึ้น”

นอกจากนั้น “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” เขียนไว้ในเฟซบุ๊ก ชี้ว่า“ตัวเลขที่ยิ่งน่ากังวลใจไปกว่านั้น ก็คือ การผลิตของภาคอุตสาหกรรม ภาคนี้ คือ ภาคที่สร้างรายได้หลักของประเทศ ล่าสุดมีสัดส่วนประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในช่วงที่เราขยายตัวดีๆ ภาคนี้จะเป็นหัวหอก เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะช่วยผลักเศรษฐกิจไทย ช่วงปี 2000-2007 (พ.ศ.2543-2550) ขยายตัวที่ +9.5เปอร์เซ็นต์ ช่วงปี 2010-2018 (พ.ศ.2553-2561) ขยายตัวที่ +4.1 เปอร์เซ็นต์ แต่ 5ไตรมาสสุดท้าย ขยายตัวเฉลี่ยเพียง +0.5 เปอร์เซ็นต์ เครื่องยนต์ดับ!!!! ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังตกรุ่น โรงงานกำลังปิด หรือลดกำลังการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์ที่กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ”

ทางออกของไทยที่“แพทองโพย” ซึ่งกำลังทำตัวเป็น“แม่ค้าขายผลไม้สด”อยู่ในอังกฤษและโมนาโกเวลานี้ ไม่น่าจะมีปัญญาพอที่จะตระหนักรู้ได้ จากข้อชี้แนะของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็คือ “ถ้าเราอยากเห็นเศรษฐกิจไทยคึกคักอีกรอบ นี่คือโจทย์สำคัญที่เราต้องแก้ให้ได้ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และสร้าง หรือผลัดใบภาคอุตสาหกรรมไทย ที่จะมาเป็นรายได้ใหม่ๆ ให้กับประเทศ ทดแทนการปิดตัวของโรงงานแบบเดิมๆ ถ้าเราแก้ไม่ได้ เศรษฐกิจไทยก็ยากจะกลับไปโตอย่างที่เราหวังกัน ถูกเพื่อนบ้านแซง หรือทิ้งไว้ข้างหลัง”

ถ้าคิดอย่าง“แพทองโพย”และรัฐบาลเพื่อไทย ก็คงคิดได้เฉพาะรายได้จาก“หวย-บ่อง-ซ่อง”เท่านั้น ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาคึกคักอีกรอบ และไม่ถูกเพื่อนบ้านทิ้งไว้ข้างหลัง !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:07 น. ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมสอบวินัยร้ายแรง
19:59 น. ลั่นไกสงครามการค้า ทรัมป์ ขู่รีดภาษีจุกๆ 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทมะกัน
19:54 น. ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน
19:04 น. สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน
18:54 น. ‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 
ดูทั้งหมด
ลิซ่า ลลิษา ครองบัลลังก์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก โพสต์ไอจี 1 ครั้ง มูลค่าสะเทือนทุกวงการ
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม
ไม่ได้มีแค่อัลไซเมอร์! หมอวี เผย 4 อาการสมองเสื่อม ที่ทำให้คนรัก 'หายไป' ทีละนิด
‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
แชร์สนั่นโลก คลิปช็อกนอกชายฝั่ง เวเนซุเอลา นาทีแผ่นดินไหวกลืนตึกสูงพังครืนคาตา
ดูทั้งหมด
อิสราเอลมิใช่ผู้ชนะสิบทิศอีกต่อไป
ธรณีพิโรธ
บุคคลแนวหน้า : 27 มิถุนายน 2569
แวดวงการเงิน : 27 มิถุนายน 2569
ฤาเนทันยาฮูรับบทหนุมานเผาลงกา
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน

ลั่นไกสงครามการค้า ทรัมป์ ขู่รีดภาษีจุกๆ 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทมะกัน

เปิดตัวเลขเหยื่อเครื่องบินพุ่งชนตึกซิตี้ ทาวเวอร์ นักบินดับสยอง 1 ราย บาดเจ็บระนาว

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 27 มิ.ย. - 3 ก.ค.69

'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน'เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

  • Breaking News
  • ด่วน!  ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมสอบวินัยร้ายแรง ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมสอบวินัยร้ายแรง
  • ลั่นไกสงครามการค้า ทรัมป์ ขู่รีดภาษีจุกๆ 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทมะกัน ลั่นไกสงครามการค้า ทรัมป์ ขู่รีดภาษีจุกๆ 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทมะกัน
  • ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน
  • สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน
  • ‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ  ‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสิทธิ์ สส.‘คุ้มกะลาหัว’สส.พรรคส้ม

เอกสิทธิ์ สส.‘คุ้มกะลาหัว’สส.พรรคส้ม

26 มิ.ย. 2569

ประเทศไทย‘โกงโคตร’ติดอันดับโลก

ประเทศไทย‘โกงโคตร’ติดอันดับโลก

25 มิ.ย. 2569

‘โลกระอุ’วิกฤตคลื่นความร้อน.

‘โลกระอุ’วิกฤตคลื่นความร้อน.

24 มิ.ย. 2569

ยืดเยื้อหรือย่อยยับ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’

ยืดเยื้อหรือย่อยยับ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’

23 มิ.ย. 2569

นับหนึ่งใหม่‘นิรโทษกรรมคดีการเมือง’

นับหนึ่งใหม่‘นิรโทษกรรมคดีการเมือง’

22 มิ.ย. 2569

‘สันติภาพเทียม’สหรัฐฯ-อิหร่าน

‘สันติภาพเทียม’สหรัฐฯ-อิหร่าน

19 มิ.ย. 2569

‘สส.500’ลูกอีช่างผลาญ

‘สส.500’ลูกอีช่างผลาญ

18 มิ.ย. 2569

แก้วตาดวงใจของพ่อ

แก้วตาดวงใจของพ่อ

17 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved