วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนให้คิด
เขียนให้คิด

เขียนให้คิด

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
งบประมาณฯ ผลาญชาติ???

ดูทั้งหมด

  •  

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของประเทศไทย วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ผ่านการพิจารณาวาระแรกโดยสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ว่าเป็นการจัดสรร (แบ่งปัน) งบฯ ที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศแม้แต่น้อย และมีบางรายวิพากษ์ว่าเป็นงบฯ ที่ดูเสมือนผลาญชาติเสียด้วยซ้ำไป

มีข้อสังเกตว่ารัฐบาลตั้งงบฯ สำหรับส่งเสริมการลงทุนของประเทศน้อยมาก มากกว่างบฯ ปีก่อนถึงร้อยละ 7.3 และที่น่าจับตามองคือรัฐบาลยังคงตั้งหน้าตั้งตากู้เงินต่อไป โดยไม่สนใจว่าหนี้สาธารณะจะบานเบอะจนเกือบจะทะลุเพดานเงินกู้ที่ตั้งเอาไว้


น่าสมเพชคนไทยมากเหลือเกินที่มีรัฐบาลที่คิดได้เพียงเท่านี้ คำว่าคิดได้เพียงเท่านี้คือ ไม่คิดแก้ปัญหาของประเทศ แต่ดูเสมือนยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาเลวร้ายลง เพราะต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้เลวร้ายมาก มากกว่ายุคโควิด-19 คุกคามเสียอีก แล้วต้องจำไว้ด้วยว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเลวร้ายอันเนื่องมาจากนโยบายเพิ่มภาษีศุลกากรแบบบ้าคลั่งไร้สติโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เพราะจวบจนบัดนี้ รัฐบาลไทยยังไม่ได้ส่งตัวแทนไปเจรจาเรื่องภาษีศุลกากรกับทรัมป์ ในขณะที่กำหนดเส้นตายกำลังจะดำเนินมาถึงในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ แล้วก็ต้องไม่ลืมว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยหล่อเลี้ยงไทย ก็เหือดหายไปจากไทยทุกขณะ แม้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะอ้างว่ามีนักท่องเที่ยวจากยุโรปตะวันตกเข้ามาทดแทนชดเชยนักท่องเที่ยวจีนก็ตาม แต่นั่นคือคำอ้างเท่านั้น เพราะหากรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปตะวันตกเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยได้จริง ไฉนรัฐบาลจะเกิดอาการสติแตกเพราะรายได้การท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลง แล้วทำไมร้านค้า รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริการจึงโวยวายว่า ธุรกิจไปไม่รอดแล้ว ต้องปิดร้านแล้ว 

ร้านอาหารทยอยปิดตัวลงทุกวัน ส่วนร้านที่ยังเปิดอยู่กลับเผชิญกับปัญหาไม่มีลูกค้า ผู้ค้าขายอาหารย่านเยาวราช บรรทัดทอง และในห้างสรรพสินค้าต่างๆ แม้กระทั่งร้านอาหารริมถนนต่างบ่นเหมือนกันว่า ขายของไม่ได้เลย บางวันเปิดร้านตั้งแต่ช่วง 9 นาฬิกาถึง 1 ทุ่ม มีลูกค้าเข้าร้านเพียง 2-3 โต๊ะเท่านั้น

สมาคมภัตตาคารไทยบ่นระงมว่าสมาชิกสมาคมฯ ขายของไม่ได้ ต้องทยอยปิดกิจการลงทุกวัน และหากยังเผชิญปัญหานี้ต่อไป ก็คงจะต้องปิดกิจการเกือบทั้งหมดอย่างแน่นอน เสียงบ่นต่อมาคือ คนไทยก็ไม่เข้าไปซื้อ เพราะกำลังซื้อลดลง ส่วนคนต่างชาติก็ไม่เข้าร้านนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมีมาเมื่อ 2-3 ปีก่อน ก็หายไปจนไม่มีอีกแล้ว

ในยามที่เศรษฐกิจไทยไม่ดีอย่างมากเช่นนี้ แต่รัฐบาลไทยไม่มีปัญญาแก้วิกฤต ครั้นเมื่อหันไปมองการจัดสรรงบประมาณฯ ก็พบว่าไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ คำถามคือหากวิกฤตเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสมากกว่านี้ จะมีเงินงบประมาณไปแก้วิกฤตได้อย่างไร 

รัฐบาลต้องสำเหนียกไว้ว่าเงินงบประมาณฯ 3.7 ล้านล้านบาท (จำนวนเต็มคือ 3,780,600 ล้านบาท) ถือว่าไม่ใช่เงินจำนวนน้อยนิด ดังนั้น หากรัฐบาลมีปัญญาจริง ก็ต้องใช้เงินดังกล่าวเพื่อแก้วิกฤตเศรษฐกิจให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เศรษฐกิจดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ เช่นนี้  

อย่าลืมว่ารัฐบาลนี้ (อันที่จริงก็หลายรัฐบาลมาแล้ว) ชอบนโยบายประชานิยม คือหว่านแจกเงินแบบไร้สติ ไร้ปัญญา ไม่มีความสามารถใช้งบประมาณสร้างความเจริญให้ประเทศ แต่เลือกใช้วิธีแจกเงินแบบโง่เขลาเป็นประจำ เช่น การแจกเงินคนละ 1 หมื่นบาท โดยที่ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างไรเลย แต่รัฐบาลก็ยังคงทำนโยบายโง่เขลาไร้สติสิ้นปัญญาต่อไป ไม่ว่าใครจะท้วงติงอย่างไร รัฐบาลก็ยังคงดำเนินต่อไปกับนโยบายไร้ปัญญา

เมื่อใช้เงินงบประมาณไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ก็เท่ากับผลาญงบประมาณ แล้วก็เท่ากับผลาญชาติไปโดยปริยาย แล้วก็ก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจนจะชนเพดานหนี้ที่กำหนดไว้ เมื่อกู้จนจะเต็มเพดานหนี้ ก็จึงเท่ากับไม่เหลืออาวุธใดๆ ไว้ต่อสู้กับภัยพิบัติต่างๆ นานา ที่กำลังจะถาโถมเข้าประเทศไทย

ปัญหาใหญ่อีกประการคือ รัฐบาลไม่มีปัญญาหารายได้เข้าประเทศ ย้ำว่าไม่มีปัญญาหารายได้เข้าประเทศ การค้าขายสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศไม่ได้เจริญก้าวหน้าไปกว่าเดิม แถมยังถูกแย่งตลาด แย่งลูกค้าไปอีกด้วย ตลาดสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยคือตลาดสหรัฐฯ ก็กำลังจะอันตรธานไป เพราะสาเหตุภาษีศุลกากรบ้าเลือดโดยทรัมป์ ในขณะที่สินค้าจากจีนก็ไหลบ่าเข้าท่วมทะลักไทย จนทำให้ผู้ผลิตไทยไม่มีความสามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจไทยไม่โต เพราะรัฐบาลไม่มีปัญญาหารายได้เข้าประเทศ แล้วยังต้องเจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกเข้าไปด้วย นี่คือความวิบัติของประเทศที่ยากจะหลบเลี่ยงได้ โดยเฉพาะยิ่งมีรัฐบาลไร้สติ สิ้นปัญญาแก้ปัญหา ก็หมายความว่าความวิบัติจักบังเกิดกับไทยอย่างไม่ต้องสงสัย 

ลองกลับไปพิจารณารายได้ของรัฐบาลว่ามาจากแหล่งใดบ้าง พบว่ามาจากการเก็บภาษีและรายได้อื่นๆ คาดว่ารายได้ในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 2.92 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 77 ของเงินงบประมาณทั้งหมด นอกจากนั้นจะเป็นเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยต้องกู้ 8.6 แสนล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 23 ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด

ในความเป็นจริงที่นักเศรษฐศาสตร์ และนักการธนาคารในประเทศไทย และต่างประเทศที่ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจไทยต่างบอกตรงกันคือความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของไทยอยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำค่อนข้างมาก รายได้ นำส่งคลังของไทยในปี 2569 น่าจะอยู่ที่ระดับ ร้อยละ 14.5 ของจีดีพี ซึ่งลดลงจากค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2547-2556 ที่เคยอยู่ในระดับ ร้อยละ 17.5 (อ้างอิงจากข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 

ขอย้ำว่ารัฐบาลยังคงสร้างหนี้ต่อไปด้วยการกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยปี 2569 กู้อีก 8.6 แสนล้านบาท โดยเห็นว่ารัฐบาลกู้หนักมากขึ้นเรื่อยๆ และกู้จนจะชนเพดานที่กำหนดแล้ว และมีข้อสังเกตอีกประการคือ การกู้เงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปี 2569 นี้นับได้ว่าเป็น ร้อยละ 4.5 ของจีดีพี ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 36 ปี นับจากปี 2532 

ข้อสังเกตประการต่อมาคืองบกลางที่ตั้งไว้ในปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินสูงจนผิดสังเกต คือร้อยละ 16.7 ของวงเงินงบประมาณ รัฐบาลอ้างแบบไร้ตรรกะว่าตั้งงบกลางไว้สูงมาก เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นกับรัฐบาลเพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้ทันทีเมื่อเวลามีเหตุจำเป็น 

แต่ในความเป็นจริงนั้น งบกลางเป็นงบฯ ที่ถูกใช้ไปในทางทุจริตได้ง่ายที่สุด เพราะไม่ผ่านการตรวจสอบโดยสภาผู้แทนราษฎรก่อนการใช้งบ

แต่ที่สุดประหลาดคืองบลงทุนกลับถูกปรับลดลง โดยปีนี้งบลงทุนเหลือเพียง 8.64 แสนล้านบาท หรือประมาณ ร้อยละ 23 ของเงินงบประมาณฯ ส่วนการจัดสรรงบประมาณด้านการเศรษฐกิจ ก็ลดลงร้อยละ 13.8 ซึ่งทำให้เห็นว่างบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับงบประจำมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีอีกสิ่งที่ต้องจับตามองใกล้ชิดคืองบกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งถูกวิพากษ์ว่าลุกลี้ลุกลนมากเกินเหตุ เพราะเร่งรัด รีบร้อนมาก เพราะให้เวลาหน่วยราชการที่ขอรับเงินงบประมาณไปคิดเพียงไม่กี่วัน แล้วต้องรีบเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ที่มีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเป็นประธาน และเสนอให้คณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาในวันที่ 6 มิถุนายน 

ขอย้ำว่าการจัดทำงบประมาณฯ 2569 นี้ไม่ต่างไปจากงบฯ สะเปะสะปะที่นักการเมืองต้องการละเลงและผลาญงบฯ เพราะไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศไทย ไม่ใช้งบลงทุน และไม่สามารถใช้งบฯ เพื่อแก้ปัญหาหรือวางแผนแก้ปัญหาใดๆ ในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่าการทำงบฯ แบบนี้จึงไม่น่าจะผิดไปจากการล้างผลาญประเทศ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
13:34 น. นัดชี้ชะตา! 'ฮัดสัน'กระตุ้นช้างศึกรีดฟอร์มเก่งก่อนบู๊เติร์กฯ
13:31 น. กทม.ชวนใช้ ‘ห้องหลบร้อน’ พพร้อมตั้งจุดบริการน้ำดื่มลดฮีทสโตรก
13:25 น. ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ
13:18 น. สงครามจุดชนวน Perfect Storm วิกฤตพลังงานทั่วโลก เปิดทางรอดประเทศไทย
13:01 น. ‘กลุ่มอมตะ’ปิดดีลขายที่ดิน 2 ปี 4,250 ไร่ ดันโมเดล Industrial City โตยั่งยืน
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ประจำวันที่ 1-7 มีนาคม พ.ศ. 2569
โปรไฟล์ดี แต่สอบตกวิชาน้ำใจ กับตรรกะวิบัติ ของคนไม่เก็ตใส่ซองงานแต่ง
หัวใจเสริมใยเหล็ก!แข้งหญิงอิหร่านปฏิเสธร้องเพลงชาติ
ดูทั้งหมด
ไม่เคยมีใครชนะในสงคราม
สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รบอิหร่าน : ไทยจะมีท่าทีอย่างไร?
อึดได้แค่ไหน?
สหรัฐ-อิสราเอล ถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน เด็กและครูตายกว่า 170 ชีวิต คือ เรื่องจริง
สงครามยืดเยื้อ‘สหรัฐฯ’ย่อยยับ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นัดชี้ชะตา! 'ฮัดสัน'กระตุ้นช้างศึกรีดฟอร์มเก่งก่อนบู๊เติร์กฯ

ก่อนเลข 3 ‘แบมแบม’ พักการขึ้นเวที ขอลุยงานด้านแฟชั่นที่ถนัด

เปิด 2 ฉากทัศน์และทางรับมือ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ

เท่าเทียมกี่โมงเพจดังจัดหนัก ‘ปอย ตรีชฎา’ เอาเปรียบกะเทยขอนางสาวทั้งทีตัวเองใช้คำนำหน้า'คุณ'

ตม.1 บุกบาร์โฮส! รวบ 'โอปป้า' ผันตัวเป็นเด็กดริ๊งค์-พร้อมต่างด้าวคุมร้านชาบู

  • Breaking News
  • นัดชี้ชะตา! \'ฮัดสัน\'กระตุ้นช้างศึกรีดฟอร์มเก่งก่อนบู๊เติร์กฯ นัดชี้ชะตา! 'ฮัดสัน'กระตุ้นช้างศึกรีดฟอร์มเก่งก่อนบู๊เติร์กฯ
  • กทม.ชวนใช้ ‘ห้องหลบร้อน’ พพร้อมตั้งจุดบริการน้ำดื่มลดฮีทสโตรก กทม.ชวนใช้ ‘ห้องหลบร้อน’ พพร้อมตั้งจุดบริการน้ำดื่มลดฮีทสโตรก
  • ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ
  • สงครามจุดชนวน Perfect Storm วิกฤตพลังงานทั่วโลก เปิดทางรอดประเทศไทย สงครามจุดชนวน Perfect Storm วิกฤตพลังงานทั่วโลก เปิดทางรอดประเทศไทย
  • ‘กลุ่มอมตะ’ปิดดีลขายที่ดิน 2 ปี 4,250 ไร่ ดันโมเดล Industrial City โตยั่งยืน ‘กลุ่มอมตะ’ปิดดีลขายที่ดิน 2 ปี 4,250 ไร่ ดันโมเดล Industrial City โตยั่งยืน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปิดตายพรรคส้ม : ปิศาจ Spectre C พ่นพิษ ลากพรรคประชาชนลงเหว... ยุบซ้ำซาก-ลากเข้าคุก!

ปิดตายพรรคส้ม : ปิศาจ Spectre C พ่นพิษ ลากพรรคประชาชนลงเหว... ยุบซ้ำซาก-ลากเข้าคุก!

1 มี.ค. 2569

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

22 ก.พ. 2569

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

15 ก.พ. 2569

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

8 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

1 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

25 ม.ค. 2569

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

18 ม.ค. 2569

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

11 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved