วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์นี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งกรณี “คลิป (เสียง) หลุด” ที่สะเทือนไปถึงบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยที่ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งส่งสัญญาณ “รอยร้าว” มาก่อนเกิดเหตุคลิปเสียงหลุดแล้ว เมื่อแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย ต้องการยึดกระทรวงมหาดไทย แต่พรรคภูมิใจไทยนั้นไม่เอาด้วย
ทำให้ต้องติดตามกันต่อไปว่า หากเดินทางนี้แล้วรัฐบาลจะอยู่รอดไปจนครบเทอม ได้เลือกตั้งในปี 2570 ตามวาระหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มากเป็นอันดับ 3 การที่ สส. กลุ่มนี้ โยกจากฝ่ายรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ทำให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีสถานะ “เสียงปริ่มน้ำ” ต้องคอยลุ้นทุกครั้งในการลงมติร่างกฎหมายสำคัญต่างๆ
อย่างไรก็ตาม “ที่นี่แนวหน้า” ขอหยิบประเด็น “ภาระที่หนักเกินกำลังของคนเป็นครู” มานำเสนอ ซึ่งหากไม่นับการเมืองร้อนๆ ข้างต้น เรื่องนี้ก็เป็นกระแสสังคมอยู่ไม่น้อย เมื่อ “ครูมัท” ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษและเป็นครูการเงินของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ตัดสินใจจบชีวิตตนเอง ซึ่งตามข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2568 ครูมัทมีปัญหาความเครียดจากแรงกดดันที่ต้องทำงานการเงิน บัญชีและพัสดุ ทำให้เป็นอีกครั้งที่เรื่องของภาระงานอื่นๆ กระทบต่อหน้าที่หลักของครูอย่างการสอนหนังสือ กลับมาได้รับความสนใจในสังคมไทย
มีท่านผู้อ่านที่ใช้ชื่อว่า ชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) บอกว่าตนเองเป็นอดีตข้าราชการครู ก่อนจะออกมาเป็นสื่อมวลชนในท้องถิ่น ส่งบทความ “อย่าให้เป็นเงาที่ไม่มีตัวตนในโรงเรียน” มาบอกเล่า “ปัญหาเชิงระบบ” ที่ทำให้คนเป็นครูรู้สึกท้อใจ โดยบทความบรรยายว่า “ก่อนการปฏิรูปการศึกษาเมื่อปี 2542 มีการบรรจุครูงานเงิน ครูพัสดุ ในส่วนของของกรมสามัญเดิม” โดยบรรจุในอัตรา ครู1 เทียบเท่าเจ้าหน้าที่การเงินและพัสดุ1 ของ กพ. (อัตรา 1-2) และในส่วนของสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ (สปอ.เดิม) และสำนักงานการประถมศึกษาจังหวั (สปจ.เดิม)
ทำหน้าที่ตรงตามตำแหน่ง แต่ในความเป็นจริงก็มีการจัดให้สอนบ้างในบางวิชาที่ตรงตามความวุฒิการศึกษาที่เรียนมา เช่น วิชาบัญชี วิชาสายอาชีพ และหลังจากมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ก็ยังมีการกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูสายงานการสอน 30(ค) ส่วนใหญ่มาจาก ข้าราชการพลเรือนใน สปช.เดิม แต่กำหนดกรอบอัตรากำลังไว้เฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้กล่าวถึงสถานศึกษา
หากจะเพิ่มตำแหน่ง ครูการเงินและพัสดุในโรงเรียนจริง อยากขอให้นำบทเรียนจาก ครูธุรการ ที่มีการกระทำอย่างเร่งรีบและใช้การเลี่ยงบาลี เพื่อจะได้ไม่ต้องแก้ไขกรอบตำแหน่ง เป็นงานกระแส แก้ไขเพื่อเอาหน้าตาม กระแสสังคมที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน หรือจะปฏิรูปใหม่ก็ไม่เสียหาย “ลึกๆ แล้ว ครูไม่ได้กลัวงานเยอะ เพราะงานฝากของโรงเรียนมีมาจากทุกกระทรวงก็ว่าได้” เช่น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โรงเรียนสีขาว การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) การแข่งขันและการสอบ การเดินรณรงค์ต่างๆ
การประเมินจากภายนอก (สมศ.) โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนแม่เหล็ก “ครูกลัวและเครียด ผลจากงานการเงินและพัสดุ” เช่น กรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายชัยยศ สุขต้อ ครูชำนาญการพิเศษ เพียงแค่ทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กยากจนชั้นมัธยม เผยสาเหตุถูกไล่ออกเพราะ งบประมาณมีให้แค่เด็กอนุบาล-ประถม ไม่รวมเด็กมัธยม จึงกลายเป็นกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในส่วนของ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) กำหนดให้ดำเนินการในโรงเรียนนำร่องที่มีความพร้อม แต่บางเขตเล่นใหญ่อยากโชว์นายให้นำร่อง 100% มีครูบางคนได้รับผลกระทบจากการทำงานที่ยาวนานก่อให้เกิดความเครียด เส้นเลือดในสองแตกก่อนกำหนดส่งงาน 1 วัน แม้จะโชคดีรอดชีวิตมาได้ แต่เส้นทางชีวิตราชการก็ต้องจบลงกลายเป็นบุคคลกึ่งพิการ ยังพอมีโชคเหลืออายุราชการมากหน่อยพอได้รับบำนาญเพื่อยังชีพ
คุณชัยวัฒน์ ยังเขียนย้ำมาอีกครั้งว่า “อย่ารอให้มี ‘ครูมัท’ อีกคน จาก 29,999 โรงเรียนที่เหลือ” โดยระบุว่า ก่อนการปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 เราเคยมีตำแหน่ง “ครูการเงิน-พัสดุ” อย่างเป็นทางการ อัตราครู 1 เทียบเท่ากับเจ้าหน้าที่การเงินและพัสดุ 1 ของ ก.พ. แต่เมื่อโครงสร้างเปลี่ยนไป ตำแหน่งเหล่านี้กลับหายไป เหลือเพียงครูสายสอนที่ถูก “ฝากงาน” จากทุกภาคส่วนของรัฐมาให้รับผิดชอบ เช่น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โรงเรียนสีขาว ITA สมศ. โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนแม่เหล็ก โครงการนับไม่ถ้วน และหน้าที่ไม่รู้จบ...
“ครูไม่ได้กลัวงานเยอะ แต่กลัวผลลัพธ์ของงานที่ไม่ใช่หน้าที่” อย่างกรณีของนายชัยยศ นอกจากนั้น เราควรเรียนรู้จากอดีต อย่าซ้ำรอย “ครูธุรการ” ที่ผลักดันอย่างเร่งรีบตามกระแสสังคมโดยไม่เตรียมความพร้อม ไม่แก้โครงสร้าง ไม่เติมกรอบอัตรากำลัง “ถ้าจะมีครูการเงิน-พัสดุ กลับมาใหม่จริง ก็ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่แก้หน้า” ต้องเป็นตำแหน่งที่มีคุณค่า ไม่ใช่ภาระซ่อนในภาระ
ขณะนี้การเมืองยังคง “ฝุ่นตลบ” เมื่อโควตารัฐมนตรีที่พรรคภูมิใจไทยเคยถืออยู่นั้นว่างลง ซึ่งรวมถึงตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” ดังนั้นก็ต้องหวังว่า “เสมา 1” ท่านต่อไป จะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง “คืนครูให้นักเรียน” เพราะการที่ครูมีเวลาและแรงกาย – แรงใจให้งานสอนได้อย่างเต็มที่ ย่อมหมายถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นของเด็กและเยาวชนไทยด้วย!!!

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี